อยุธยาแตกเป็นครั้งที่ 2 เมื่อ พ. ศ. 2310 ในสมัยพระเจ้าเอกทัศน์

ช่วงนี้มีเรื่องเล่าถึงอาณาจักรอยุธยา  เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา  แม่น้ำลพบุรี  และแม่น้ำป่าสัก  เป็นเพราะมี 2 เมืองเป็นฐานให้คือแคว้นสุพรรณภูมิที่ตั้งอยู่ฝั่งตะวันตกในลุ่มน้ำเจ้าพระยา  แม่น้ำท่าจีน  และน้ำแม่กลอง 

 เดิมคือแคว้นนครชัยศรีก่อนย้ายถิ่นมาอยู่ปัจจุบันคือ จ. สุพรรณบุรี  และแคว้นละโว้ ( จ. ลพบุรี ) เป็นเมืองที่อาณาจักรขอมใช้เป็นศูนย์กลางในการปกครองแถบนี้  เมื่อพระเจ้าอู่ทอง ( สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 )เป็นผู้ก่อตั้งเมืองอยุธยา ราว พ. ศ. 1893 พอมาถึง พ.ศ. 1913  เจ้าผู้ครองแคว้นสุพรรณภูมิมีอำนาจปกครองแทนอยุธยาต่อมาอีกกว่า 150 ปี

จนเมื่อมีการแย่งชิงราชบัลลังก์กันอีกในแคว้นสุวรรณภูมิทั้งมีการขยายอำนาจทางพม่าจนในที่สุดดินแดนแถบนี้ตกเป็นเมืองขึ้นของพม่า  อยุธยาก็พ่ายแพ้ไปด้วยในสมัยพระมหินทราธิราชราวปี พ.ศ. 2112

ต่อมาหลังเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งแรกได้ประมาณ 15 ปี  พระองค์ดำแห่งราชวงศ์สุโขทัยได้ทำสงครามกับพม่า ( ดูหนังก้านกล้วย )  ได้รับชัยชนะและเข้ามามีอำนาจปกครองอยุธยานามสมเด็จพระนเรศวร 

 แต่พอหลังพระเจ้าเอกาทศรถ  พวกขุนนางเก่าโดยออกญากลาโหมช่วงชิงอำนาจคืนจากราชวงศ์สุโขทัย  และสถาปนาราชวงศ์ปราสาททองปกครองอยุธยาสืบมาในราว พ. ศ.  2172  มาถึงยุคสมเด็จพระนารายณ์ทรงย้ายเมืองมาที่แคว้นละโว้ (ลพบุรี ) ได้เปิดประเทศมองไกลรับชาวต่างชาติมาทำงาน เพื่อกันชนผู้คนในบ้านเมืองแตกแยก 

 แต่ท้ายสุดก็เสียอำนาจให้กลุ่มขุนนางของพระเพทราชา  แห่งราชวงศ์บ้านพลูหลวงขึ้นมาปกครองในราว พ. ศ. 2231 และเกิดช่วงชิงบัลลังก์ขึ้นอีกอย่างกรณีขุนหลวงหาวัดกับขุนหลวงขี้เรื้อน 

 และแล้วราชวงศ์คองบองแห่งพม่าก็เข้าประชิดเมืองโจมตีอาณาจักรอยุธยาแตกเป็นครั้งที่ 2 เมื่อ พ. ศ. 2310 ในสมัยพระเจ้าเอกทัศน์  เป็นการสิ้นสุดที่อยุธยาปกครองมานานถึง 417 ปีดังนี่แล.