BM.chaiwut
พระมหาชัยวุธ โภชนุกูล ฉายา ฐานุตฺตโม

ทำบุญสะเดาะเคราะห์


ทำบุญสะเดาะเคราะห์

เมื่อสิ่งไม่พึงปรารถนามาเยือน เมื่อไม่ได้ดังใจบางสิ่งบางอย่าง หรือเมื่อถูกทำนายทายทักจากใครบางคนว่าดวงไม่ดี การทำบุญสะเดาะเคราะห์จึงมักเกิดขึ้นสำหรับผู้ที่มีความเชื่อเรื่องทำนองนี้ จะเชื่อมากหรือเชื่อน้อยก็ตาม...

วันนี้... ญาติผู้น้องของผู้เขียนได้มาทำบุญสะเดาะเคราะห์อีกครั้ง หลังจากวันก่อนได้มาทำแล้วหนึ่งครั้ง... เรื่องก็มีอยู่ว่า มีญาติผู้ใหญ่ของญาติผู้น้องไปดูหมอมาจากกรุงเทพฯ หมอดูก็ทำนายทายทักมาว่าชาตาชีวิตช่วงนี้ไม่ค่อยราบรื่นนัก แล้วก็บอกว่าให้ถวายพระพุทธรูปเป็นสังฆทานบ่อยๆ พร้อมทั้งให้คำบูชาพระและคำขอขมาเจ้ากรรมนายเวรอะไรทำนองนั้นมาด้วย ญาติผู้ใหญ่ท่านนี้จึงได้ซื้อพระพุทธรูปหน้าตักประมาณ ๙ นิ้วมาด้วยจำนวน ๕ องค์เพื่องานนี้

ทางญาติจึงได้มาตกลงกับผู้เขียนว่า พระพุทธรูปนั้น จะถวายแล้วทอนกลับ พร้อมฝากไว้กับผู้เขียน แล้วค่อยมาถวายต่อ ซึ่งวันก่อนก็ได้นำปิ่นโตมาถวายสังฆทานแก่พระสงฆ์จำนวนห้ารูปครั้งหนึ่งแล้ว วันนี้ก็มาถวายอีกครั้งหนึ่ง และตามตกลงนั้นก็จะมาถวายเรื่อยๆ...

ผู้เขียนก็คิดขึ้นได้ว่า ผู้สะเดาะเคราะห์นั้นเกิดวันจันทร์ซึ่งมีกำลัง ๑๕ ถวายมาแล้ว ๒ ครั้ง ก็ถวายอีกสักครั้ง รวมแล้ว ๓ ครั้งเป็น ๑๕ เท่ากำลังวันก็น่าจะเพียงพอแล้ว ถือว่าที่ถวายมาเป็นประธาน ส่วนต่อไปค่อยมาทำบุญสะเดาะเคราะห์เป็นบริวารตามสะดวก ก็น่าจะได้...

การสะเดาะเคราะห์นั้นมีวิธีการมากมายตามแต่ว่าครูหมอเค้าจะกำหนดและคิดค้นขึ้นมา เฉพาะการถวายพระพุทธรูปนั้น มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง ถ้าจะถวายองค์ใหญ่ๆ... เดียวนี้จึงมีพระพุทธรูปองค์เล็กๆ ทำด้วยพลาสติกมาทดแทน ซึ่งผู้เขียนก็ได้รับมาบ้างเหมือนกัน และคราใดที่ได้รับมา ผู้เขียนก็รู้สึกตะขิดตะขวงใจ กล่าวคือ เป็นพระพุทธรูป จะทิ้งถังขยะก็กระไรอยู่ จะเก็บไว้ก็เกะกะหน้าพระ...

 

ผู้เขียนบวชมาเกินยี่สิบปี (ย้ำอีกครั้ง) มีประสบการณ์ตรงในการทำบุญสะเดาะเคราะห์ในหลายกรณี เห็นความแตกต่างและหลากหลายของครูหมอที่สั่งมาเยอะแยะ ทั้งวิชาหมอดูก็ได้ศึกษาอยู่บ้าง ไม่นับถึงเรื่องเล่าจากเพื่อนฝูงและที่เคยสังเกตเห็น... ถ้าไม่จำเป็นต้องพูดให้มากก็ต้องยกคำที่ท่านพุทธทาสมักอ้างถึงว่า่ ตถตา เช่นนั้นเอง !

ตอนกำลังเรียนบาลีที่วัดคอหงส์ หาดใหญ่ เมื่อเกือบยี่สิบปีก่อน... ผู้เขียนก็ได้รับอาราธนานิมนต์ไปสวดสะเดาะเคราะห์ กว่าจะทำพิธีนั้น ก็ต้องทนนั่งฟังครูหมอบรรยายถึงสรรพคุณวิเศษของตน ทำนองว่าไปทำให้คนโน้นดีขึ้นอย่างนั้น ช่วยแก้ให้คนนี้ปลอดภัยอย่างโน้น... รู้สึกเบื่อและรำคาญ จึงพูดปรารภกับเพื่อนสหธัมมิกที่นั่งใกล้ซึ่งท่านมีประสบการณ์ในเรื่องนี้ ท่านก็เล่าให้ฟังว่า เป็นอย่างนี้ทุกงานแหละ ! อันที่จริง อาจารย์ (พระเถระผู้เป็นประธาน) ท่านก็รำคาญ แต่ท่านเกรงใจเจ้าภาพที่นิมนต์มา...

ปัจจุบัน... เพื่อนสหธัมมิกของผู้เขียนบางรูปที่กรุงเทพก็เปลี่ยนจากพระอาจารย์ไปสอนจริยธรรมตามโรงเรียนมาคอยรับสะเดาะเคราะห์แทน... ท่านเล่าให้ฟังว่า พวกครูหมอนั้นจะมีเป็นสาย เมื่อดูแล้วก็ต้องไปแก้ดวงหรือสะเดาะเคราะห์จากพระสงฆ์ตามที่ระบุไว้ นั่นคือ จะทำถูกต้อง แต่ถ้าไปทำกับพระสงฆ์อื่นท่านไม่เข้าใจ ก็อาจทำได้ไม่ถูกต้อง... เพื่อนผู้เขียนรูปนี้ ท่านรับต่อมาจากท่านอาจารย์รูปก่อนที่มรณภาพไปแล้ว คราใดที่ผู้เขียนไปพักไปเยี่ยมก็ได้พึ่งพาอาศัยจากของสะเดาะเคราะห์เหล่านั้น.

ตามที่เคยคุยกับเพื่อนสหธัมมิกด้วยกัน ผู้เขียนตระหนักดีว่า อันที่จริงแล้ว พระสงฆ์ส่วนใหญ่นั้น ไม่ค่อยชอบใจนัก เมื่อรู้สึกว่าญาติโยมงมงาย แต่โดยมากก็เกรงใจ พยายามถนอมน้ำใจไว้ เนื่องด้วยเคยพึ่งพาอาศัยช่วยเหลือกันมา... แต่ก็มีเหมือนกันที่พระสงฆ์บางรูปรู้สึกรำคาญสุดๆ จึงพูดตรงๆ ซึ่งก็เคยเห็นเหมือนกันที่เลิกคบ คว่ำบาตรไปหลายคู่แล้ว... คนนี้ก็แปลก บอกตรงๆ มักจะโกรธ แต่ถ้าบอกอ้อมๆ หลอกๆ มักจะเชื่อ !

 

ตามที่ว่ามา... มิใช่ว่าจะคัดค้านการทำบุญสะเดาะเคราะห์ แต่เราควรทำด้วยปัญญา มิใช่ทำด้วยความหลงงมงาย ดังเช่น เค้าให้ถวายพระพุทธรูป แต่เราไม่มีกำลัง จะซื้อองค์พลาสติกไปถวายก็กระไรอยู่ หรือเห็นว่าพระพุทธรูปในที่นั้นมีเยอะแยะแล้ว ก็น่าจะประยุกต์ได้ เช่น เข้าไปวัดแล้วถวายปัจจัยให้พระ-เณร หรือให้ญาติโยมก็ได้ ที่เฝ้ารักษาพระประธานในที่นั้นอยู่ ผู้เขียนว่าน่าจะดีกว่า กล่าวคือ พระประธานตลอดบริเวณนั้นจะได้สะอาดหมดจดอีกครั้ง ทั้งเป็นพลังกายพลังใจให้ผู้ทำความดีในส่วนนั้นด้วย... (ผู้เขียนคิดว่าถ้าปวงเทพยดาหรือเจ้ากรรมนายเวร เห็นการประยุกต์ในการทำบุญของเราทำนองนี้ ท่านเหล่านั้นน่าจะปลื้มที่เรารู้จักคิด ไม่งมงาย)

อันที่จริง เรื่องการสะเดาะเคราะห์นี้ ผู้เขียนคิดว่าตามหลักของพระพุทธเจ้าที่บริสุทธิ์จริงๆ น่าจะไม่มีเรื่องนี้ ดังเช่น เคยมีปุณณมาณพมาถามพระพุทธเจ้าและพระองค์ตรัสพยากรณ์.

  • หมู่มนุษย์ อาศัยอะไร จึงบูชายัญบวงสรวงเทวดา
  • อาศัยของที่มีความชราไปเป็นธรรมดา จึงบูชายัญบวงสรวงเทวดา

ตอนผู้เขียนแลกบวชและำกำลังเรียนนักธรรมโทนั้น อ่านตรงนี้รู้สึกทึ่งเลย เพราะทำให้เข้าใจได้ว่าคนที่สะเดาะเคราะห์ก็ต้องการโน้นต้องการนี้ ซึ่งสิ่งที่้ต้องการก็มีความเสื่อมโทรมไปเป็นธรรมดาเหมือนกัน... เรื่องนี้ พระพุทธเจ้าตรัสไว้สองพันห้าร้อยกว่าปีแล้ว แต่ก็ยังทันสมัยอยู่ ผู้สนใจจะอ่านส่วนนี้จากพระไตรปิฏกก็ (คลิกที่นี้)

เอาสักอีกตัวอย่างหนึ่ง คนที่ชอบบูชาต้นไม้ ภูเขา จอมปลวก อะไรทำนองนี้แหละ พระพุทธเจ้าก็ตรัสว่ามิใช่ที่พึ่งอันประเสริฐ ผู้สนใจจะอ่านนิทานเรื่องนี้จากอรรถกถาก็ (คลิกที่นี้)

  • กึ ตารกา กริสฺสนฺติ
  • ดวงดาวทั้งหลาย จักกระทำอะไรได้
หมายเลขบันทึก: 254534เขียนเมื่อ 8 เมษายน 2009 23:02 น. ()แก้ไขเมื่อ 11 มิถุนายน 2012 19:58 น. ()สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการจำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (3)

  • หลวงพี่ครับ ฟังดูเหมือนการทำบุญจะสามารถสะเดาะเคราะห์ไ ด้จริง (หากสะเดาะคือการทำให้หลุด ทำให้ผ่อนคลายลงไป)
  • งั้นเหมา ๆ เอาว่าเคราะห์คือความรู้สึกทางใจสิครับ กล่าวคือ มีเคราะห์ไม่มีเคราะห์ก็เพราะใจคิดเอา ทีนี้การที่จะทำให้หมดเคราะห์คือการเบี่ยงเบนไปทำบุญเพื่อให้ใจเขวจากสภาพที่คิดเอาว่ามีเคราะห์ จะได้หมดเคราะห์ หรือครับ

P ชายขอบ

 

เคราะห์ !!! บางอย่างก็ขึ้นอยู่กับใจของเรา บางอย่างก็อาจไม่ขึ้นอยู่กับใจของเรา เช่น

  • สดชื่น ปลื้ม โศกเศร้า หดหู่ เซ็ง... ขึ้นอยู่กับใจของเรา
  • ถูกรถเฉียว ไฟไหม้บ้าน เดินตกท่อ... ไม่ขึ้นกับใจของเรา

เจริญพร

จริงแท้แน่นอนค่ะหลวงพี่

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี