กำลังเผชิญกับความสูญเสียสิ่งที่สร้างมาด้วยความอุตสาหะ

           

        วันนี้เป็นวันที่ทำให้ตัวเองเกิดความท้อแท้กับสิ่งที่เกิดขึ้น  แต่ก็ไม่สามารถท้อถอยได้  เนื่องจากเป็นเรื่องที่สร้างทั้งความเจ็บใจและความมุ่งมั่นขึ้นพร้อม ๆ กัน   

        เหตุที่เป็นเช่นนี้เนื่องจาก  เมื่อ พ.ศ. 2543 ตัวเองได้ซื้อที่ดินในเขตเทศบาล โดยจ่ายเป็นเงินสดและได้ทำสัญญาเป็นสัญญาซื้อขาย  และสัญญาเงินกู้เอาไว้เนื่องจากที่ดินนั้นยังไม่สามารถโอนกรรมสิทธิ์ได้  โดยเจ้าของที่แบ่งขายเป็นล็อก มีผู้ซื้อร่วมกันเป็นจำนวนมาก และได้มีการปลูกสร้างบ้านเรือนแล้วประมาณ 40 - 50 ราย รวมทั้งตัวเองก็ได้สร้างบ้านด้วยหยาดเหงื่อแรงกายของตัวเองคนเดียว  ทำให้ตัวเองเกิดความรักและความภาคภูมิใจในสิ่งที่สร้างขึ้น  และถึงกำหนดที่จะสามารถโอนได้ในวันที่  10  มีนาคม ที่ผ่านมา  ได้มีการติดตามผู้ขายเพื่อให้มาดำเนินการแต่ก็ได้รับการบ่ายเบี่ยงและหลบเลี่ยงมาโดยตลอด

       แต่สามวันมานี้เป็นวันที่น่าเศร้าจริง ๆ เพราะวันแรกเป็นวันที่ผู้ขายที่ดินแจ้งให้ทราบว่าผู้ขายที่ดินนั้นไม่สามารถโอนได้เนื่องจากถูกสำนักงานบังคับคดีแจ้งอายัดที่ดิน 

                            

        วันรุ่งขึ้นตัวเองจึงเดินทางไปติดต่อกับสำนักงานที่ดิน  เพื่อขอทราบข้อเท็จจริง  และได้ทราบว่ามีหนังสือจากสำนักงานบังคับคดี  เรื่อง  แจ้งการยึดอสังหาริมทรัพย์และขอทราบราคาประเมิน  ลงวันที่  11  มีนาคม  2552  จริง  เมื่อทราบดังนั้นจึงแจ้งให้ผู้ซื้อมาร่วมกันประชุมหาทางแก้ไข

        วันนี้  6  เมษายน  ไปชุมร่วมกันและเรียกผู้ขายมาคุยพร้อมกัน  กลับได้รับแต่การบ่ายเบี่ยงอย่างขาดความสำนึกถึงความรับผิดชอบ  จึงนัดว่าวันพรุ่งนี้เราจะไปพบนายอำเภอเพื่อร้องขอความช่วยเหลือ  โดยก็ไม่ทราบเหมือนกันจะได้ผลเพียงใด  แต่ก็ไม่ทราบจะทำเช่นไร  เพราะตัวเองได้ไปคุยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้วแต่ก็ได้คำตอบว่าเราเสียเปรียบ

        ขณะนี้ตัวเองกำลังสับสนท้อแท้ไม่ทราบจะแก้ปัญหาอย่างไรดี  สิ่งที่เหนื่อยยากมานี้จะต้องสูญเสียไปโดยเราแก้ไขไม่ได้เลยหรือ  แต่ก็ยังไม่ท้อถอยเพราคิดว่าตัวเองไม่เคยคิดร้ายกับใคร  ทำดี  คิดดีและช่วยเหลือบุคคล ชุมชนและสังคมมาโดยตลอด  พระต้องคุ้มครองเราบ้าง          

        เชื่อว่าโชคชะตาคงไม่โหดร้ายนัก   เราต้องหาทางออกได้ในที่สุด 

                           สู้...สู้...ค่ะ