การศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้
ตามที่รัฐบาลได้กำหนดนโยบาย"เรียนฟรี 15 อย่างมีคุณภาพ" และได้โอนเงินงบประมาณ หมวดเงินอุดหนุน มาเข้าบัญชีสถานศึกษาสำหรับสถานศึกษาของรัฐและบัญชีของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สำหรับโรงเรียนเอกชน ไปแล้ว นั้น
ด้วยงบประมาณที่รัฐให้การอุดหนุน เพื่อช่วยเหลือผู้ปกครองในการลดค่าใช้จ่าย ซึ่งหากดูจำนวนเงินแล้ว มีมากสำหรับประชาชนที่มีฐานะลำบากและน้อยสำหรับผู้มีรายได้ที่สามารถดูแลครอบครัวหรือบุตรหลานได้
มาถึงวันนี้ กระแสข่าว เกี่ยวกับความไม่โปร่งใสหรือการไม่ปฏิบัติตามนโยบาย มีเป็นข่าวมาบ้าง จึงอยากให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ทั้งผู้บริหาร ครู ผู้ปกครอง นักเรียน และประชาชนทั่วไป ได้ตระหนักถึงนโยบายดังกล่าว ที่ต้องการ"ช่วยเหลือผู้ปกครองและแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย" เป็นปัจจัยสำคัญ อีกทั้ง รัฐบาลต้องการให้สถานศึกษาและครู ดำเนินการในเรื่องต่อไปนี้ อย่างจริงจัง
-
เงินค่าอุปกรณ์การเรียนและค่าเครื่องแบบนักเรียน สถานศึกษาต้องเบิกเงินสดมาจ่ายให้กับนักเรียนและผู้ปกครองเท่านั้น
-
นักเรียนที่มีชื่อ แต่ไม่มาเรียน ไม่มีตัวตน ห้ามจ่ายโดยเด็ดขาด
-
รณรงค์การสละสิทธิ์ สำหรับนักเรียนหรือผู้ปกครองที่สามารถช่วยตัวเองได้และสร้าง "จิตสาธารณะ"ให้เกิดขึ้นกับนักเรียน ในอันที่จะนำเงินที่สละสิทธิ์ไปช่วยเหลือโรงเรียนอื่นที่ลำบาก
-
ข้อมูลนักเรียนต้องถูกต้อง นักเรียน 1 คน เบิกจ่ายได้เพียงแห่งเดียว
-
ไม่ควรใช้การ "แจกคูปอง"แทนการรับเงินโดยผ่านระบบสหกรณ์หรือบริการอย่างอื่นของโรงเรียน โดยไม่ไปริดรอนสิทธิ์ของนักเรียนหรือผู้ปกครองโดยเด็ดขาด
-
การดำเนินการให้ ภาคี 4 ฝ่ายเข้ามามีส่วนร่วมอย่างจริงจัง
-
หลักฐานการจ่ายเงินทุกรายการ ต้องถูกต้อง โปร่งใส ตรวจสอบได้
-
คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานต้องมีส่วนร่วมในการดำเนินการ
-
ให้ถือว่าเรื่องนี้ จะต้องมีการตรวจสอบทั้งระดับโรงเรียน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
-
หากมีเรื่องร้องเรียนจะต้องมีการตรวจสอบข้อเท็จจริง อย่างรวดเร็วและรายงานให้ผู้เกี่ยวข้องทราบ
เข้ามาหาความรู้ค่ะท่าน
แหม...ท่านคะบันทึกนี้
น่ารักค่ะ..มีเพลงด้วย
เยี่ยมมากๆค่ะ
มาชม
ได้เป็นข้อมูลเรื่องการเรียนฟรีนะครับ
อยากเห็นการทำงานที่รวดเร็ว และผ่านได้ได้ด้วยดีครับ ตามมาให้กำลังใจครับผม
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยขณะเข้าร่วมประชุม องค์การรัฐมนตรีศึกษาแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Southeast Asian Ministers of Education Organization :SEAMEO) หรือ ซีมีโอ ครั้งที่ 4 ที่ภูเก็ต ว่า ผู้อำนวยการองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาติ หรือ ยูเนสโก ประจำกรุงเทพฯ กล่าวยกย่องว่า นโยบายเรียนฟรี 15 ปี ของกระทรวงศึกษาธิการ เป็นความสำเร็จในด้านการปฏิรูปการศึกษาของไทย โดย นายคิม กว่าง โจว(Kim Gwang-Jo) ผู้อำนวยการยูเนสโกประจำกรุงเทพฯชม เชยประเทศไทยเป็นประเทศแรกที่เดินหน้าโครงการเรียนฟรี 15 ปี อย่างมีคุณภาพ และถือเป็นประเทศเดียวในภูมิภาคที่จัดงบประมาณในด้านการศึกษาในอัตราที่สูง สุด เมื่อเทียบกับงบประมาณทั้งหมด แสดงให้เห็นความตั้งใจจริงของรัฐบาลที่จะให้ความสำคัญของการศึกษา อันเป็นแนวทางที่สอดคล้องกับแนวทางหลักในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของยูเนสโก
สำหรับแนวทางพัฒนาการศึกษาของยูเนสโกที่ตั้งไว้ 6 ข้อ คือ 1.ขยายการดูแลเด็กประถมโดยเฉพาะเด็กด้อยโอกาสในพื้นที่ห่างไกล 2.ขยายการศึกษาขั้นพื้นฐาน 3.ปรับปรุงผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา 4.ลดอัตราการไม่รู้หนังสือของผู้ใหญ่โดยเฉพาะผู้หญิง 5.ขยายการฝึกอบรมทักษะที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของเยาวชนและผู้หญิง 6.พัฒนาคุณภาพการศึกษา
การ เปิดโอกาสทางการศึกษาด้วยการใช้นโยบายเรียนฟรี 15 ปี แสดงถึงความพยายามของไทยในการปฏิรูปการศึกษา และเป็นการเรียนฟรีอย่างมีคุณภาพ ด้วยการช่วยเหลือปัจจัยทางการศึกษาทั้ง 5 ข้อ คือ ค่าเล่าเรียน ตำรา อุปกรณ์การเรียน ชุดนักเรียน และกิจกรรมพัฒนาการเรียน
นโยบายเป็นสิ่งที่ดี เราควรปฏิบัติให้เกิดเป็นรูปธรรม
สวัสดีค่ะ อ.ประสิทธิ์
เด็กในภาพ น่ารักดีนะคะ
ท่าทางอารมณ์ดี
เป็นผู้นำ ท่องเวปไปทั่วทุกแว่นแคว้น
สิ่งตอบแทนแสนคุ้มค่าพาผ่องใส
เช้า-ค่ำภาวนาทำให้พ้นภัย
เป็นปัจจัยให้บรรลุสุขาวดี
มีความสุขในการทำงานนะคะ
เรียนฟรีครั้งนี้สำหรับผู้ปกครองมันก็ช่วยได้มากเหมือนกัน แต่ก็ขอห้ครูสอนให้คุ้มค่ากับหนังสือเรียนและเงินที่ผู้ปกครองรับไปด้วยนะคะ