![]() |
บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของงานฐานข้อมูล เว็บศูนย์รวม "สถาบันโยคะวิชาการ" (เข้าสู่หน้าเว็บไซด์ที่นี่ค่ะ |
โยคะสำหรับโรคไมเกรน
ณัฏฐ์วรดี ศิริกุลภัทรศรี ศันสนีย์ นิรามิษ
(เข้าอ่านบทความของนักเขียนที่นี่)
อ้างอิงข้อมูลจาก
; โยคะสารัตถะ ฉบับ; ก.พ.'๕๒
โรคไมเกรนส่งผลกระทบให้กับผู้หญิงประมาณ
75%
โรคไมเกรนเป็นอาการปวดหัวที่เกี่ยวกับหลอดเลือดซึ่งเกิดจากการอักเสบและการระคายเคืองของปลายเส้นประสาทที่มีการขยายตัวของหลอดเลือดในสมอง
ซึ่งโรคนี้จะมาพร้อมกับอาการคลื่นไส้,
อาเจียน,
อารมณ์แปรปรวน,
มีความรู้สึกไวต่อแสงและเสียง,
สายตามองเห็นแคบเข้าหรือเป็นจุดบอด,
มึนศีรษะ
อาการปวดอาจเกิดที่ศีรษะด้านเดียวหรือเป็นพร้อมกันทั้งสองข้าง,
บริเวณท้ายทอย,
รอบดวงตา,
บนใบหน้า หรือโพรงจมูก
อาการปวดอาจเกิดรุนแรงขึ้นและทำให้ร่างกายอ่อนเพลียได้ภายใน
4-72
ชั่วโมงหากไม่ได้รับการรักษา
อาการปวดจะมีสัญญาณความรู้สึกหรือที่เรียกว่า ออร่า
(aura)
นำมาก่อน เช่น การเห็นจุดบอดหรือแสงไฟจ้า
อาจมีความรู้สึกซ่าตามแขนหรือขา โรคไมเกรนยังไม่พบวิธีการรักษา
อย่างไรก็ตามการใช้ยารักษาสามารถลดความถี่และลดความปวดลงของโรคไมเกรนได้
ชนวนกระตุ้นการเกิดไมเกรนจะแตกต่างกันไปในแต่ละคน
ปัจจัยต่างๆเหล่านี้รวมถึงความเครียด,
อาหารบางอย่าง,
อากาศเปลี่ยนแปลง,
แสง,
กลิ่น,
การเปลี่ยนพฤติกรรมการนอนหลับ,
ยาบางชนิด และความผันผวนของฮอร์โมน
นักวิทยาศาสตร์ยังสันนิษฐานว่าความไม่สมดุลของสารเคมีในสมอง เช่น
สารเซโรโทนิน (serotonin)
และแมกนีเซียม อาจกระตุ้นให้เกิดไมเกรนได้
ความแปรปรวนของฮอร์โมนเอสโตรเจนและฮอร์โมนโพรเจสเตอโรนก็เป็นสาเหตุให้เกิดไมเกรนในผู้หญิง
(ดูภาพขยายที่นี่)
คนไข้ผู้หญิงที่เป็นโรคไมเกรนส่วนใหญ่บอกว่ามักจะเกิดอาการปวดในช่วงก่อนหรือระหว่างมีประจำเดือน,
ช่วงวัยหมดประจำเดือน หรือช่วงตั้งครรภ์
ยาคุมกำเนิดและการบำบัดด้วยการเพิ่มฮอร์โมนเอสโตรเจน หรือ
Hormone Replacement Therapy (HRT)
อาจทำให้ปวดไมเกรนมากขึ้น เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน,
เครื่องดื่มแอลกอฮอล์,
ถั่ว,
ควัน หรืออาหารหมักดอง,
น้ำตาลเทียม,
ผงชูรส
และอาหารอื่นๆก็มีรายงานว่าเป็นสาเหตุของอาการปวดศีรษะไมเกรนด้วย
ความหิวก็เป็นตัวกระตุ้นอาการได้ ปัจจัยทางธรรมชาติอื่นๆ เช่น
การนอนมากหรือน้อยเกินไป,
กิจกรรมทางเพศ,
ความเครียด หรือกิจกรรมที่ใช้กำลังอย่างมากก็สาเหตุให้เกิดโรคได้
สาเหตุที่ทำให้เกิดการปวดศีรษะอื่นๆ ได้แก่
ความสว่างของไฟและแสงแดดที่จ้ามาก,
กลิ่นที่ไม่ปกติหรือที่ไม่พึงประสงค์,
อากาศเปลี่ยนแปลง,
ระดับความสูง และการเปลี่ยนเขตเวลา เป็นต้น
การรักษาโรคไมเกรนอาจใช้วิธีบำบัดกับนักบำบัด,
ลดความเครียด,
ออกกำลังกาย และหลีกเลี่ยงปัจจัยต่างที่เป็นตัวกระตุ้น เช่
เครื่องดื่มแอลกอฮอล์,
การทานยาเม็ดคุมกำเนิด และการสูบบุหรี่
การลดความตึงเครียดช่วยป้องกันการเกิดไมเกรนได้
วิธีอื่นๆตามในแบบของโยคะ เช่น การนอนหลับให้เพียงพอ
จะช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคได้
การบำบัดด้วยโยคะสำหรับผู้เป็นไมเกรนโดยทั่วไปแล้วจะมุ่งเน้นไปที่การป้องกันการเกิด
รวมไปถึงการลดความตึงเครียดและการหลีกเลี่ยงปัจจัยต่างๆที่เป็นสาเหตุ
โยคะสามารถช่วยบรรเทาการปวดศีรษะโดยการปลดปล่อยความรู้สึกต่างๆที่มากเกินไปและผ่อนคลายจิตใจ
ท่าอาสนะต่อไปนี้จะช่วยป้องกันอาการเกิดไมเกรน
สามารถฝึกได้เมื่อมีอาการไมเกรนเริ่มต้นหรือระหว่างที่จิตใจถูกรบกวน
จำไว้ว่าคุณไม่ควรฝึกโยคะหากมีอาการปวดรุนแรง
<h4 style="margin: 0in; margin-bottom: .0001pt; mso-line-height-alt: 10.85pt;">
</h4>
<p style="padding: 4px; margin: 4px;"></p>
|
|
2220/101 ซอยรามคำแหง
36/1 ถนนรามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ 10240
โทรศัพท์ 02-732-2016
- 17, โทรสาร 02-732-2811 มือถือ 081-401-7744 ;
E-mail: [email protected] ; www.thaiyogainstitute.com


ขอบพระคุณมากค่ะ
อาจารย์ขจิต
ดีใจจังค่ะ ที่อาจารย์แวะเข้ามา
ทั้งๆ ที่อาจารย์ก็ยุ่งแสนยุ่ง
อาจารย์ดูแลสุขภาพมากๆ นะคะ
เหนื่อยกายไม่เท่าไหร่ เท่ากับเหนื่อยใจนะคะอาจารย์
คิดถึงมากๆ เลยค่ะ
จองงงงงงงงงงงงงงงงงงงง ที่สองก็ได้ค่ะ
แงๆๆๆ อ.ขจิต ไม่มาเยี่ยมพอลล่าบ้างเลย นะ อิอิ
สวัสดีค่ะ
คุณน้องพรหล้า
kri kri เสียตำแหน่งให้ อาจารย์ขจิต .... เสียแว้ว...
เอ...มีคนหนึ่งหายไปนะช่วงนี้ ว่ามั๊ย...น้องพรหล้า ....
ครูโย่ง...ไง ... ทำไมช่วงนี้ไม่ยอมตรวจการบ้านแฮะ...
คิดถึงเนอะ...
อิอิ... พี่ครูโย่งงานเข้าม ค่ะ แต่ก็ยังอ่านของทุกคนอยู่นะคะ
ถึงว่า...เด๊ะ...คิดเอาไว้เหมือนกัน
แต่ไม่กล้า...แซว
คงนั่งมันเขี้ยว...หน้าจอ...หล่ะซี่...เหอ เหอ
สวัสดีค่ะ
ครูแดง
ขอบพระคุณมากนะคะ ที่แวะเข้ามาเยี่ยมเยียนเสมอ
ค่อยๆ ฝึกค่ะครู
วันละท่าก็ยังดีค่ะ...ให้เวลาสำหรับจิตใจตัวเองนะคะครู
สู้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
เย้.................