สุขภาวะทางปัญญา หมายถึงความสุขที่เกิดจากการดำเนินชีวิตด้วยปัญญา

 สวัสดีค่ะ ขอนำเรื่องสุขภาวะทางปัญญามาแบ่งปันต่อจากบันทึกก่อนนี้ค่ะ 

สุขแท้ด้วยปัญญา 

สุขภาวะทางปัญญา หมายถึงความสุขที่เกิดจากการดำเนินชีวิตด้วยปัญญา ซึ่งนอกจากความรู้แล้ว ยังครอบคลุม ความเชื่อ และความเห็นที่ก่อประโยชน์เกื้อกูล ซึ่งสามารจำแนกเป็น 3 ด้านคือ คิดดี คิดเป็น เห็นตรง

คิดดีหมายถึง การมีความคิด ความเชื่อ และความเห็นที่ถูกต้องดีงามหรือมีเหตุผล เช่น เห็นว่าการทำดี เป็นสิ่งที่มีประโยชน์ ต่อตนเองและผู้อื่น คุณค่าของชีวิต อยู่ที่การทำความดีมิใช่การสะสมวัตถุ ชื่อเสียง หรืออำนาจ  เชื่อมั่นว่าความสำเร็จจะเกิดขึ้นได้ต้องอาศัยความเพียรของตนเองเป็นสิ่งสำคัญ การพึ่งพาผู้อื่น การหวังลาภลอยย่อมทำให้ชีวิตเสื่อมถอย เห็นว่าความซื่อสัตย์สุจริตให้ผลดียั่งยืนกว่าการทุจริต คดโกง เห็นว่าความสุขที่แท้จริงเกิดจากการทำความดี เห็นว่าการคำนึงถึงผู้อื่น ย่อมช่วยให้เราอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุข ส่วนความเห็นแก่ตัวนั้นให้ผลตรงข้าม

คิดเป็น หมายถึงการรู้จักคิด พิจารณาทำให้เห็นความจริง สามารถแก้ปัญหาทำกิจการต่างๆ ให้สำเร็จได้ ได้แก่ คิดเป็นเหตุเป็นผล มองสาเหตุเชื่อมโยงผลที่อาจเกิดขึ้น พิจารณาโดยเหตุผลไม่ใช้อารมณ์ หลงตามสิ่งเย้ายวนหรือเอนเอียงตามอคติ มองเห็นมุมต่างๆ อย่างรอบด้านทั้งบวกลบ ข้อดี ข้อเสีย แยกแยะว่าอะไรเป็นคุณค่าแท้ เทียม จัดลำดับความสำคัญได้ มองแง่ดี มองด้านบวกรู้จักหาประโยชน์จากอุปสรรคหรือความทุกข์ มองเห็นโอกาสท่ามกลางวิกฤต

 

เห็นตรง หมายถึงมีความเห็นที่ตรงตามความเป็นจริง วางใจได้อย่างถูกต้อง ไม่ก่อหรือซ้ำเติมให้เกิดทุกข์ ได้แก่ การยอมรับความจริงว่าทุกสิ่งมีขึ้นลง มีดีมีเสีย ไม่มีอะไรที่ถูกใจเราไปหมด เห็นว่าสุขที่แท้จริงอยู่ที่ใจของตนไม่ใช่วัตถุ มองเห็นสิ่งทั้งหลายว่าแปรเปลี่ยนไปตามเหตุปัจจัย ไม่ยั่งยืน ไม่มีอะไรเลยที่สามารถยึดมั่นถือมั่นให้เป็นไปตามใจเราได้เลย มองเห็นว่าความทุกข์นั้นมีรากเหง้ามาจากความยึดมั่นถือมั่น “ตัวกูของกู”

ขอให้ทุกท่านมีความสุขอย่างแท้จริงนะคะ ฝันดีค่ะ