ชื่อสั้นๆแต่อายุยืนยาว

การได้มีโอกาสตอบแทนบุญคุณปู่ย่าตายาย ในวาระสุดท้ายของชีวิต  แม้จะเป็นการจากไปในระยะเวลาอันสมควร  ก็ยังเป็นงานที่เศร้าโศกเสียใจ...อาลัยผู้จากไป  แต่ก็สิ่งดีๆที่เกิดขึ้นคือการได้พบปะกันของพี่น้องที่แยกย้ายกันไปทำมาหากินต่างที่ต่างถิ่นเป็นเวลานานๆ ทุกคนได้กลับร่วมแรงร่วมใจกันจัดพิธีฌาปณกิจศพให้คุณยายผิน   อินกรัด  วัย  94 ปี  ตั้งแต่วันที่ 19 – 25  มีนาคม  2552  ลูกหลานคุณยายทุกคนคงรู้สึกปลาบปลื้มที่มีท่านผู้มีเกียรติมาเคารพศพยายเป็นจำนวนมาก   นับแค่หลานๆ ซึ่งเกิดจากลูกๆ  ทั้ง  7 คน ของยาย  รวมหลานเขย  หลานสะใภ้ทั้งหมดเป็นจำนวนถึง   68   คน  นับเลยไปถึงลูกหลานที่มาจากพี่น้องของยายและลูกพี่ลูกน้องของยายก็ร่วม 300  คน  ดูอบอุ่นยิ่งนัก

ครอบครัวยายมีพี่น้องรวม 5 คน เรียงตามลำดับพี่น้องคือ นางผวน   นายเผียน  นายคง  นางผัน   นางผิน  และมีนามสกุลสั้นๆที่ไพเราะว่า “ ไม้หอม ” สมาชิกในครอบครัวยาย   ที่มีชื่อสั้นๆ เหล่านี้ มีชีวิตอยู่ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 6    มาจนถึงโลกยุคสื่อสารไร้พรมแดน  และมีอายุตั้งแต่  90 – 94  ปี ทุกคน 

ครอบครัวของยายชื่อสั้นๆแต่อายุยืน   แม้ลูกๆของยายจะมีชื่อยาวขึ้น  และเปลี่ยนจากคำไทยแท้ไปบ้าง  ก็ทำให้ได้สังเกตเห็นการยืมคำจากภาษาต่างประเทศมาใช้  ซึ่งอาจรับมาจากศาสนาศิลปวัฒนธรรม  และการติดต่อค้าขายกับชาวต่างประเทศในยุคสมัยนั้น  การมีชื่อสั้นๆไว้เรียกขานเมื่อใช้สื่อสารกันนานๆเข้าก็มีซ้ำๆกันมากขึ้น     มาถึงรุ่นลูกยายจึงเอาชื่อธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมาตั้งชื่อให้เป็น  ดอกชะห้อม   ดอกมะลิ  ดอกพุด   หรือเอาชื่อเครื่องประดับที่เป็นสิริมงคล เช่น ทองสุก  และทองอื่นๆอีกมากมาย   เคยถามยายว่าชื่อลูกยายบางคนที่ชื่อ  เสาร์เหิน  ชะลอ   และบุญเลิศ  เอามาจากไหน   ยายบอกว่าเอามาจากชื่อพระเอกลิเก นี่ก็เป็นอีกหนึ่งที่มา

วิถีชีวิตที่เรียบง่ายและอยู่อย่างพอเพียงในยุคของคุณยาย  ทั้งอาหารการกิน  สภาพแวดล้อม   แตกต่างจากยุคปัจจุบันมากเพราะมีตัวแปรอื่นๆเข้ามาแทรกจนทำให้ความสุขมวลรวมของคนยุคนี้สู้ยุคของยายไม่ได้   คนยุคปัจจุบันชื่อยาว  เรียกยาก  สภาพความเป็นอยู่และสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนไปก็ยุ่งยากพอๆกับภาษาที่ใช้ตั้งชื่อและสกุลที่นิยมตั้งชื่อ..เปลี่ยนชื่อกันให้ยาวๆเข้าไว้    อาจจะมีส่วนทำให้คนรุ่นใหม่มีอายุเฉลี่ยยืนยาวมากกว่าคนรุ่นยาย ...ก็ได้นะ.....แม้จะเป็นการคิดเล่นๆ ในงานศพคุณยาย  เมื่อได้มองเห็นความเป็นไปของภาษาที่รับเข้ามาอย่างหลากหลายในทุกวันนี้   เป็นภาระของคนรุ่นใหม่ที่จะต้องมานั่งจดจำการสะกดคำที่ยุ่งยากขึ้นของคนใกล้ตัว  เป็นพัฒนาการทางภาษาอย่างหนึ่ง   และบางทีการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งอาจเป็นกิจกรรมฝึกความจำ ที่อาจทำให้คนรุ่นใหม่ไม่เป็นโรคอัลไซเมอร์ก็ได้.