ช่วงนี้นอกจากจะเกิดฟ้าร้องฟ้าผ่ารุนแรงบ่อยครั้งแล้ว

ยังเกิด ลูกเห็บ ในหลายพื้นที่อีกด้วย

มาดูกันหน่อยครับว่าเจ้าลูกเห็บนี่เกิดขึ้นได้ยังไง

 

ช่วงท้ายบันทึกยังมีข้อมูลจาก ศูนย์สื่อสารวิทยาศาสตร์ไทย (Thai Science Media Center)

สัมภาษณ์ ดร.อานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ด้วย

ท่านอาจารย์อานนท์เป็นนักวิชาการที่ผมนับถือมาก

เพราะให้ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ได้อย่างถูกต้อง แม่นยำ และเข้าใจง่าย 


 

ลูกเห็บมีลักษณะเป็นก้อนน้ำแข็ง ขนาดใหญ่กว่า 5 มิลลิเมตร

โดยก้อนที่ค่อนข้างใหญ่สามารถสร้างทำอันตรายต่อคน สัตว์ พืช และสิ่งของต่างๆ ได้
        


ดูฤทธิ์เดชของมันซะก่อน
(ใส่หมวกกันน็อกไว้หน่อย หากมีลูกเห็บหล่นมาจากฟ้า 555)


    
     หากผ่าลูกเห็บดูภายใน จะพบว่าบางลูกมีโครงสร้างเป็นชั้นๆ

 

ลักษณะเช่นนี้เองที่ทำให้มีแบบจำลองอธิบายการเกิดลูกเห็บดังนี้ครับ

     
     ลูกเห็บเกิดในเมฆฝนฟ้าคะนอง (thundercloud) หรือที่นักอุตุนิยมวิทยาเรียกว่า เมฆคิวมูโลนิมบัส (Cumulonimbus)

ภายในก้อนเมฆนี้มีกระแสอากาศที่ไหลเวียนอย่างรวดเร็วและรุนแรง

กระแสอากาศที่ไหลขึ้นเรียกว่า อัปดราฟต์ (updraft)

ส่วนที่ไหลลงเรียกว่า ดาวน์ดราฟต์ (downdrawft)

 


เริ่มจากเม็ดน้ำขนาดเล็กที่ถูกกระแสอัปดราฟต์พาขึ้นไปด้านบน

เมื่อเม็ดน้ำนี้ถูกกระแสลมอัปดราฟต์พัดพาขึ้นไปสูงใกล้ยอดเมฆ ก็จะพบกับอุณหภูมิต่ำมากๆ

ทำให้เม็ดน้ำแข็งตัวกลายเป็นก้อนน้ำแข็งขนาดเล็ก

ในช่วงนี้ กระแสอัปดราฟต์ยังสามารถพยุงก้อนน้ำแข็งนี้ให้เคลื่อนที่ขึ้นไปได้
  

 

 

ระหว่างที่ก้อนน้ำแข็งเคลื่อนที่ขึ้นนี้ อาจจะพบกับหยดน้ำเย็นยิ่งยวด (supercooled droplet)

ซึ่งจะเกาะผิวของก้อนน้ำแข็งและแข็งตัวเคลือบก้อนน้ำแข็ง

เกิดเป็นชั้นน้ำแข็งชั้นแรกถัดจากแกนกลาง (ก้อนน้ำแข็งเล็กๆ ตั้งต้น)

 

[น้ำเย็นยิ่งยวด (supercooled water)

คือ น้ำที่มีอุณหภูมิต่ำกว่า 0 องศาเซลเซียส แต่ยังคงสภาพเป็นของเหลว มิได้กลายเป็นน้ำแข็ง

เป็นสภาพที่ไม่เสถียร และพร้อมที่จะกลายเป็นน้ำแข็ง หากกระทบกับของแข็ง]

 

ก้อนน้ำแข็งที่สะสมเคลือบน้ำแข็งนี้อาจตกลงและถูกพัดขึ้นหมุนวนอยู่ภายในก้อนเมฆหลายรอบ

แต่ละรอบก็จะเกิดเคลือบขึ้นมาหนึ่งชั้น 
   

จนในที่สุด เมื่อก้อนน้ำแข็งมีน้ำหนักถึงจุดหนึ่ง กระแสอัปดราฟต์จะพยุงไว้ไม่อยู่

ทำให้ก้อนน้ำแข็งตกลงมาทางใต้ฐานเมฆ

ก้อนน้ำแข็งนี้เองที่เราเรียกว่า ลูกเห็บ (hail หรือ hailstone)

 


 

สัมภาษณ์ ดร.อานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา

 

กรณีการเกิดลูกเห็บในช่วงปลายเดือนมีนาคม-ต้นเมษายน 2552 (pdf)


ขอขอบคุณ ออยศูนย์สื่อสารวิทยาศาสตร์ไทย (Thai Science Media Center)

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)