ชื่นชมศูนย์วิจัย : RCSD (6) การประชุมวิชาการที่หลวงพระบาง

• ว่าด้วย ภูมิภาคาภิวัตน์ : คิดใหม่ ทำใหม่ ด้านวัฒนธรรมท้องถิ่น พื้นที่ทางสังคม และความเป็นตัวตน    จากมุมมองของผม เป็นการนำเอาวิชาการเข้ามาสร้างความเข้มแข็งของภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (GMS – Greater Mekong Subregion)    ไม่ให้กระแสโลกาภิวัตน์กระแสเดียวเข้ามาครอบงำแบบไม่คำนึงถึงสิ่งดีๆ ที่มีอยู่และสร้างขึ้นใหม่ในท้องถิ่น
• ประชุม 2 ½ วัน ตามด้วยการประชุม BoT ในครึ่งวันที่ 3   ระหว่างวันที่ 22 – 24 เมย. 49   ที่วิลลาสันติรีสอร์ท (www.villasantihotel.com) กับโรงแรมแกรนด์ (www.grandluangprabang.com)    คือห้องประชุมหลักอยู่ที่วิลลาสันติรีสอร์ท    ตอนมีประชุมพร้อมกัน 2 ห้องก็แยกไปประชุมที่โรงแรมแกรนด์อีกห้องหนึ่ง    ห้องประชุมที่โรงแรมแกรนด์เล็กกว่า
• การประชุมเริ่มช่วงแรก ซึ่งอาจถือเป็นช่วงโหมโรง หรือ highlight ว่าด้วย การพัฒนาหลวงพระบาง เชื่อมโยงกับการพัฒนาภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง    หลวงพระบางได้รับการยอย่องโดยยูเนสโกให้เป็นเมืองมรดกโลกตั้งแต่ปี พ.ศ. 2538   เป็น เมืองในอ้อมกอดของแม่น้ำและขุนเขา    โอบโดยแม่น้ำโขง   แม่น้ำคาน   และแม่น้ำคง   สองแม่น้ำหลังไหลมาสบกับแม่น้ำโขง    หลวงพระบางจึงมีสบคานและสบคง    เมื่อมีเขามีป่ามีน้ำธรรมชาติจึงงดงาม อากาศดี ปลาน้ำจืดอุดมและอร่อย    นอกจากธรรมชาติก็มีประวัติศาสตร์และศิลปะวัฒนธรรม เพราะเคยเป็นเมืองหลวง    นอกจาก “สินทรัพย์”  ด้านธรรมชาติ   และศิลปะวัฒนธรรม  ผมมองว่า “สินทรัพย์” (assets) ที่สำคัญกว่าคือ คน ที่มีอัธยาศัยไมตรียิ้มแย้มแจ่มใสไม่หลอกลวง    คนที่มีหลากหลายเผ่าพันธุ์    สินทรัพย์ 3 อย่างนี้เองคือเสน่ห์ของหลวงพระบาง ทำให้หลวงพระบางเป็น เพชรแห่งขุนเขา ด้านการท่องเที่ยว    ผมเตรียมตั้งคำถามว่า สปป. ลาว มีวิธีรักษาสินทรัพย์ 3 อย่างนี้ ในส่วนที่ดี และพัฒนาส่วนที่ขาดอย่างระมัดระวัง ไม่สูญเสียเอกลักษณ์ ไม่สูญเสีย “สินเดิม” อย่างไรบ้าง   ไทยจะมีส่วนช่วยให้ลาวสามารถพัฒนาหลวงพระบางให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนได้อย่างไรบ้าง   ผมตั้งใจฟัง (deep listening) เพื่อค้นหาคำตอบจากผู้นำเสนอ 4 คนในช่วงแรกนี้ ในเวลาเพียง 45 นาที
• ผมได้คำตอบที่ผมตีความเอาเองจากความเห็นของผู้นำเสนอถึง 4 คน 3 ท่านแรกเป็นผู้นำของลาว ได้นำเสนอแบบเล่า (descriptive)  ไม่ได้นำเสนอแบบวิเคราะห์ ไม่ได้แตะเรื่องการเชื่อมโยงกับภูมิภาค     ยกเว้นผู้นำเสนอคนสุดท้าย คือ Dr. Alan Feinstein จาก Rockefeller Foundation ซึ่งได้เข้ามาสนับสนุน RCSD โดยมีเป้าหมายให้คนในภูมิภาคเข้าใจซึ่งกันและกันมากขึ้น   สนับสนุนนักวิชาการที่ตั้งคำถามที่ถูกต้อง   (Support people who make the right questions.)  
• คำตอบที่ผมตีความได้คือการเป็น Living Heritage ซึ่ง ดร. บุญเที่ยง สิริพาพัน  ผู้อำนวยการวิทยาลัยศิลปากรแห่งชาติ  กระทรวงสารสนเทศและวัฒนธรรม  สปป. ลาว  อธิบายตอนพักดื่มกาแฟ ว่าต้องการให้หลวงพระบางเป็นมรดกโลกที่มีชีวิต คือรวมชาวหลวงพระบางเป็นมรดกโลกด้วย    และเป้าหมายของการพัฒนาหลวงพระบางคือการเป็นแหล่งท่องเที่ยว    เขามีโครงการอนุรักษ์และพัฒนาวัด   สถาปัตยกรรม   นาฏศิลป์   ดนตรี   มีพิธีแห่วอ   ประกวดนางสังขาร (นางงามปีใหม่)   และแต่ละวันจะมีการจัดพิธีตักบาตรเวลาประมาณ 6 โมงเช้าในตลาดหลวงพระบาง    พระเณรจำนวนร้อยเดินแถวรับบาตรเหลืองอร่าม   นักท่องเที่ยวนิยมไปตักบาตรและถ่ายรูปกัน    ผมได้ถ่ายรูปมาฝากด้วย   เราสังเกตเห็นว่าพอพระเณรเดินแถวรับบาตรเลยแถวผู้ไปใส่บาตร จะมีเด็ก (ชาย หญิง) มาขอข้าวเหนียวจากพระเณรอีกต่อหนึ่ง    พระเณรก็จะหยิบข้าวเหนียวจากในบาตรใส่ถุงปลาสติกของเด็ก    อ. ศุภชัย สิงยะบุศย์ จากมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ซึ่งทำวิจัยเรื่องหลวงพระบางเล่าว่านักท่องเที่ยวผู้หญิงชาวญี่ปุ่นนิยมมามีความสัมพันธ์ทางเพศกับเณร   ซึ่งเมื่อถูกจับได้เณรก็จะถูกไล่ออกจากวัด   ผมหวังว่าจะเป็นเรื่องที่เกิดไม่บ่อย
• ผมจะบันทึกเรื่องทางวิชาการจากการประชุมเท่าที่ผมพอจะจับความได้   มาเล่าสู่กันฟังอีกหลายตอน

   
ตักบาตร คนซ้ายสุดคือ ดร. เดชา ตั้งศรีฟ้า คณะรัฐศาสตร์ มธ. ผู้วิพากษ์ในดวงใจของผม  แถวพระเณรรับบาตร เหลืองอร่ามตา  ส่วนผสมระหว่างบุญกิริยา และธุรกิจท่องเที่ยว  ตลาดหลวงพระบางยามเช้า 
     
ถนนสู่โรงแรมวิลลาสันติรีสอร์ท 

 เตียงนอนที่วิลลาสันติรีสอร์ท

 

วิจารณ์ พานิช
๒๓ เมย. ๔๙
หลวงพระบาง


              

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน KMI Thailand

คำสำคัญ (Tags)#มหาวิทยาลัย#การวิจัย#มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

หมายเลขบันทึก: 25329, เขียน: 25 Apr 2006 @ 08:56 (), แก้ไข: 12 Jun 2012 @ 16:16 (), สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, อ่าน: คลิก


ความเห็น (0)