• ว่าด้วย ภูมิภาคาภิวัตน์ : คิดใหม่ ทำใหม่ ด้านวัฒนธรรมท้องถิ่น พื้นที่ทางสังคม และความเป็นตัวตน    จากมุมมองของผม เป็นการนำเอาวิชาการเข้ามาสร้างความเข้มแข็งของภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (GMS – Greater Mekong Subregion)    ไม่ให้กระแสโลกาภิวัตน์กระแสเดียวเข้ามาครอบงำแบบไม่คำนึงถึงสิ่งดีๆ ที่มีอยู่และสร้างขึ้นใหม่ในท้องถิ่น
• ประชุม 2 ½ วัน ตามด้วยการประชุม BoT ในครึ่งวันที่ 3   ระหว่างวันที่ 22 – 24 เมย. 49   ที่วิลลาสันติรีสอร์ท (www.villasantihotel.com) กับโรงแรมแกรนด์ (www.grandluangprabang.com)    คือห้องประชุมหลักอยู่ที่วิลลาสันติรีสอร์ท    ตอนมีประชุมพร้อมกัน 2 ห้องก็แยกไปประชุมที่โรงแรมแกรนด์อีกห้องหนึ่ง    ห้องประชุมที่โรงแรมแกรนด์เล็กกว่า
• การประชุมเริ่มช่วงแรก ซึ่งอาจถือเป็นช่วงโหมโรง หรือ highlight ว่าด้วย การพัฒนาหลวงพระบาง เชื่อมโยงกับการพัฒนาภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง    หลวงพระบางได้รับการยอย่องโดยยูเนสโกให้เป็นเมืองมรดกโลกตั้งแต่ปี พ.ศ. 2538   เป็น เมืองในอ้อมกอดของแม่น้ำและขุนเขา    โอบโดยแม่น้ำโขง   แม่น้ำคาน   และแม่น้ำคง   สองแม่น้ำหลังไหลมาสบกับแม่น้ำโขง    หลวงพระบางจึงมีสบคานและสบคง    เมื่อมีเขามีป่ามีน้ำธรรมชาติจึงงดงาม อากาศดี ปลาน้ำจืดอุดมและอร่อย    นอกจากธรรมชาติก็มีประวัติศาสตร์และศิลปะวัฒนธรรม เพราะเคยเป็นเมืองหลวง    นอกจาก “สินทรัพย์”  ด้านธรรมชาติ   และศิลปะวัฒนธรรม  ผมมองว่า “สินทรัพย์” (assets) ที่สำคัญกว่าคือ คน ที่มีอัธยาศัยไมตรียิ้มแย้มแจ่มใสไม่หลอกลวง    คนที่มีหลากหลายเผ่าพันธุ์    สินทรัพย์ 3 อย่างนี้เองคือเสน่ห์ของหลวงพระบาง ทำให้หลวงพระบางเป็น เพชรแห่งขุนเขา ด้านการท่องเที่ยว    ผมเตรียมตั้งคำถามว่า สปป. ลาว มีวิธีรักษาสินทรัพย์ 3 อย่างนี้ ในส่วนที่ดี และพัฒนาส่วนที่ขาดอย่างระมัดระวัง ไม่สูญเสียเอกลักษณ์ ไม่สูญเสีย “สินเดิม” อย่างไรบ้าง   ไทยจะมีส่วนช่วยให้ลาวสามารถพัฒนาหลวงพระบางให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนได้อย่างไรบ้าง   ผมตั้งใจฟัง (deep listening) เพื่อค้นหาคำตอบจากผู้นำเสนอ 4 คนในช่วงแรกนี้ ในเวลาเพียง 45 นาที
• ผมได้คำตอบที่ผมตีความเอาเองจากความเห็นของผู้นำเสนอถึง 4 คน 3 ท่านแรกเป็นผู้นำของลาว ได้นำเสนอแบบเล่า (descriptive)  ไม่ได้นำเสนอแบบวิเคราะห์ ไม่ได้แตะเรื่องการเชื่อมโยงกับภูมิภาค     ยกเว้นผู้นำเสนอคนสุดท้าย คือ Dr. Alan Feinstein จาก Rockefeller Foundation ซึ่งได้เข้ามาสนับสนุน RCSD โดยมีเป้าหมายให้คนในภูมิภาคเข้าใจซึ่งกันและกันมากขึ้น   สนับสนุนนักวิชาการที่ตั้งคำถามที่ถูกต้อง   (Support people who make the right questions.)  
• คำตอบที่ผมตีความได้คือการเป็น Living Heritage ซึ่ง ดร. บุญเที่ยง สิริพาพัน  ผู้อำนวยการวิทยาลัยศิลปากรแห่งชาติ  กระทรวงสารสนเทศและวัฒนธรรม  สปป. ลาว  อธิบายตอนพักดื่มกาแฟ ว่าต้องการให้หลวงพระบางเป็นมรดกโลกที่มีชีวิต คือรวมชาวหลวงพระบางเป็นมรดกโลกด้วย    และเป้าหมายของการพัฒนาหลวงพระบางคือการเป็นแหล่งท่องเที่ยว    เขามีโครงการอนุรักษ์และพัฒนาวัด   สถาปัตยกรรม   นาฏศิลป์   ดนตรี   มีพิธีแห่วอ   ประกวดนางสังขาร (นางงามปีใหม่)   และแต่ละวันจะมีการจัดพิธีตักบาตรเวลาประมาณ 6 โมงเช้าในตลาดหลวงพระบาง    พระเณรจำนวนร้อยเดินแถวรับบาตรเหลืองอร่าม   นักท่องเที่ยวนิยมไปตักบาตรและถ่ายรูปกัน    ผมได้ถ่ายรูปมาฝากด้วย   เราสังเกตเห็นว่าพอพระเณรเดินแถวรับบาตรเลยแถวผู้ไปใส่บาตร จะมีเด็ก (ชาย หญิง) มาขอข้าวเหนียวจากพระเณรอีกต่อหนึ่ง    พระเณรก็จะหยิบข้าวเหนียวจากในบาตรใส่ถุงปลาสติกของเด็ก    อ. ศุภชัย สิงยะบุศย์ จากมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ซึ่งทำวิจัยเรื่องหลวงพระบางเล่าว่านักท่องเที่ยวผู้หญิงชาวญี่ปุ่นนิยมมามีความสัมพันธ์ทางเพศกับเณร   ซึ่งเมื่อถูกจับได้เณรก็จะถูกไล่ออกจากวัด   ผมหวังว่าจะเป็นเรื่องที่เกิดไม่บ่อย
• ผมจะบันทึกเรื่องทางวิชาการจากการประชุมเท่าที่ผมพอจะจับความได้   มาเล่าสู่กันฟังอีกหลายตอน

   
ตักบาตร คนซ้ายสุดคือ ดร. เดชา ตั้งศรีฟ้า คณะรัฐศาสตร์ มธ. ผู้วิพากษ์ในดวงใจของผม  แถวพระเณรรับบาตร เหลืองอร่ามตา  ส่วนผสมระหว่างบุญกิริยา และธุรกิจท่องเที่ยว  ตลาดหลวงพระบางยามเช้า 
     
ถนนสู่โรงแรมวิลลาสันติรีสอร์ท 

 เตียงนอนที่วิลลาสันติรีสอร์ท

 

วิจารณ์ พานิช
๒๓ เมย. ๔๙
หลวงพระบาง