เว็บศูนย์รวม "โยคะสารัตถะ"

 

(๑) สูรยนมัสการ(ท่าไหว้พระอาทิตย์)
ไม่ใช่อาสนะ

(๒) สูรยนมัสการ(ท่าไหว้พระอาทิตย์)
ไม่ใช่อาสนะ 

(๓) สุริยนมัสการเป็นอาสนะหรือไม่?
(๔) (ชุด)ท่าไหว้พระอาทิตย์ 
ถือว่าเป็นอาสนะหรือไม่ ?
(๕) วิวาทะเกี่ยวกับสูรยนมัสการ
(๖) วิวาทะว่าด้วย "สูรยนมัสการ"

 

สูรยนมัสการ (ท่าไหว้พระอาทิตย์) ไม่ใช่อาสนะ (๒)

ธีรเดช อุทัยวิทยรัตน์ (ครูเละ) ;
(ดูงานเขียนทั้งหมดของครูเละที่นี่ค่ะ)

โยคะสารัตถะ ฉ.; มี.ค.'๕๒

วาทะว่าด้วย "วิวาทะ"(เข้าอ่านที่นี่ค่ะ)

ขอร่วมวิวาทะกับคุณธีรเดชในประเด็น "ชุดกระบวนท่าสุรยะนมัสการ ใช่อาสนะหรือไม่"
ครูฮิโรชะ1 เคยบอกว่าไม่ใช่อาสนะ แต่เป็นกระบวนท่าในการบูชาพระอาทิตย์ ซึ่งสุรยะเทพมีทั้งหมด ๑๒ รอบ โดยเอ่ยนามไปแต่ละรอบไปจนครบ ๑๒ รอบ

ส่วนท่าน 
Swami Veda Bharati2 ได้เขียนในหนังสือของท่านว่า เป็นการบูชาสุริยะเทพด้วยร่างกายที่เคลื่อนไหวอย่างมีกระบวนท่าและจังหวะขึ้นลงช่วยสร้างความสมดุลของร่างกาย

ในทัศนะของตัวเองที่ได้เอาโยคะเข้ามาในวิถีชีวิตสิบกว่าปีแล้ว เริ่มตั้งแต่วัยสาวแข็งแรงจนบัดนี้ อายุ ๕๓ปี แล้วสังขารร่างกายเริ่มแสดงความเสื่อมออกมาทีละส่วน วิชาความรู้โยคะที่ร่ำเรียนมาต้องเอามารับศึกทางกายและทางใจ นอกจากอาสนะแล้ว สุริยะนมัสการก็ช่วยได้มาก ช่วยการไหลเวียนทั่วร่างกายช่วยเรื่องปรับความสมดุลในหู เพราะตอนนี้ตัวเองมีเสียงดัง วิ๊ดๆ ในหูตลอดเวลาบางทีความถี่มากทำให้เครียด พอทำสุริยะนมัสการแล้วอาการดีขึ้น ช่วยให้ รู้สึกตื่นตัว active และเพิ่มความแข็งแรงของร่างกาย นอกจากนี้เมื่อทำครบ ๑๒ รอบ จิตใจก็สงบนิ่งเป็นสมาธิดี

ข้อควรระวังแต่ละคนควรทำด้วยจังหวะของตนเอง เพราะเคยทำให้คนที่มาฝึกกับเราหัวทิ่มหัวตำไปแล้ว

 


 สำหรับอีกท่านหนึ่งว่ามาอย่างนี้ครับ 

 

สุรยะนมัสการมิใช่อาสนะ


เพราะอาสนะไม่ได้หมายถึงการออกกำลังกายหรือการบริหาร อาสนะคือท่าทาง อาสนะหมายถึงการคงอยู่ การคงอยู่โดยปราศจากการกระทำสิ่งอื่นใด ไม่มีการเคลื่อนไหวในอาสนะ ท่าทางที่มั่นคงคืออาสนะ

สถิระ สุขัม อาสนัม 

อาสนะคือท่าทางที่ปราศจากการเคลื่อนไหว 
แต่การจะบรรลุสู่ท่าต่างๆ นั้น การเคลื่อนไหวเป็นปัจจัยอย่างหนึ่ง 

อาสนะมี ๕ จังหวะ (หรือบางทีก็รวมเหลือแค่ ๓ จังหวะ) คือ 
๑. ท่าเตรียม
๒. การเคลื่อนเข้าสู่ท่าอาสนะ
๓. ท่าอาสนะและหยุดนิ่ง"
๔. การเคลื่อนออกจากอาสนะ
๕. กลับสู่ท่าเตรียม

ดังนั้นสุริยะนมัสการจึงเป็นเพียงท่าชุดเพื่อการบริหาร เพราะไม่มีการหยุดนิ่งในแต่ละท่าแต่อย่างใดผมขอขอบคุณทั้งสองท่านครับที่กรุณาเขียนส่งไปร่วมวิวาทะกัน 

ส่วนว่าผมตอบมิตรรุ่นพี่ที่ถามผมด้วยประเด็นเดียวกันนี้เมื่อห้าหกปีก่อนอย่างไรนั้น ผมขอยกยอดไปว่ากันในฉบับหน้าครับ ระหว่างนี้ยังเปิดรับทุกๆ ความเห็นที่จะร่วม "วิวาทะ" ในประเด็นเดียวกัน หรือใครอยากจะเขียนไปบอกเล่า ถามไถ่ และแลกเปลี่ยนประเด็นไหน ก็ขอเชิญนะครับ

ด้วยความปราถนาดี
ธีรเดช

 

1ครูฮิโครชิ รูฮิเดโกะ ไอคาตะ สองสามีภรรยาชาวญี่ปุ่นผู้อุทิศตนต่อการศึกษาและปฏิบัติโยคะ มากว่า 20 ปี ท่านมีความมุ่งมั่นที่จะทำงานโยคะวิชาการ (knowledge based yoga) ปัจจุบันอาศัยอยู่ที่เมืองปูเน่ ประเทศอินเดีย นอกจากจะเป็นอาจารย์บรรยาย โยคะ และปรัชญาอินเดีย ให้กับชาวอินเดียแล้ว ท่านยังเป็นวิทยากรในการอบรมหลักสูตรครูระยะยาว ให้กับสถาบันฯ ในประเทศไทย ปีละครั้ง ด้วย

2 สวามีเวทะ ผู้อำนวยการสถาบันโยคะหิมาลายัน ประเทศอินเดีย ซึ่งมุ่งที่จะพัฒนาจิตวิญญาณของผู้คนท่ามกลางสังคมบริโภคนิยม ตัวท่านเองใช้เวลามาแล้ว 55 ปี เดินทางไป 23 ประเทศทั่วโลก เผยแพร่การฝึกปฏิบัติสมาธิง่ายๆ ในชีวิตประจำวัน ให้กับประชาชนทุกศาสนา เมื่อ 2 ปีที่แล้ว สวามีฯ ได้แวะมาเผยแพร่การปฏิบัติสมาธิให้กับสังคมไทย และมีกำหนดการที่จะมาอีกครั้งในวันที่ 18 - 19 พฤษภาคม ศกนี้ 

 


 


ภายใต้มูลนิธิหมอชาวบ้าน

2220/101 ซอยรามคำแหง 36/1  ถนนรามคำแหง  แขวงหัวหมาก  เขตบางกะปิ  กรุงเทพฯ  10240  
โทรศัพท์  02-732-2016 - 17, โทรสาร 02-732-2811 มือถือ 081-401-7744 ; 
E-mail: [email protected] ; www.thaiyogainstitute.com