ปกติผมจะมีเวลาเขียนบันทึกดีๆ นำเสนอเรื่องราวสำคัญๆ ในวันที่ 1 เม.ย. ของทุกปี แต่ปีนี้ผมไม่มีเวลาครับ คืนนี้ก่อนนอนไม่อยากให้โอกาสดีๆ ที่ปีหนึ่งมีอยู่วันเดียวจะสูญเสียไป เลยต้องขยับ keyboard เขียนอะไรเสียหน่อย

แต่จะเขียนอะไรดีล่ะ

วันนี้มีอะไรพิเศษบ้างก็นึกไม่ออก เพราะวิ่งไปวิ่งมาจนไม่มีเวลากินข้าวเที่ยง (อีกแล้ว) ครับ

อารมณ์ไม่ดีเพราะเมื่อคืนนอนไม่พอเนื่องจากไม่ได้อาบน้ำ เพราะจันเขาโทรให้รีบไปดูลูกที่ร้องจะเล่นไม่หยุดที่โรงพยาบาล ครั้นจะไปอาบน้ำที่โรงพยาบาลก็วุ่นวาย ก็นอนมันเสียอย่างนั้นล่ะบนโซฟาข้างเตียงคนไข้

ได้ความรู้สองอย่างว่าเด็กอยู่โรงพยาบาลนานจะเริ่มเบื่อ ส่วนการไม่อาบน้ำก่อนนอนนั้นทำให้นอนหลับไม่สนิท

อย่างไรก็ตามคืนนี้ก็ได้กลับมานอนบ้านกันทั้ง พ่อ แม่ และลูก แล้ว ค่อยยังชั่วหน่อย

ที่จริงปีนี้เรื่องตลกก็เยอะ

ถ้าเป็นรถยนต์เขาเรียกว่าวิ่งจาก zero to sixties in a second คือเร่งเครื่องจังหวะเดียวจนมีความเร็วสูงเลย

จากคนเดินเตะกระป๋องเล่นๆ อยู่รอบๆ มหาวิทยาลัย ปัจจุบันต้องบริหารงบประมาณปีละกว่าร้อยล้านบาทในฐานะหัวหน้าภาควิชา

ถ้าไม่ได้มาทำเองจะไม่รู้เลยว่ามหาวิทยาลัยไทยนั้นมีงบประมาณจำนวนมาก แค่ภาควิชาเดียวของมหาวิทยาลัยต่างจังหวัดก็มีเงินผ่านมือให้ได้จิ้มเครื่องคิดเลขจนมือแทบพังเป็นปีละร้อยล้าน

ก่อนเดือน พ.ค. ของปีที่ผ่านมายังเห็นเงินหมื่นเป็นเงินก้อนใหญ่อยู่เลย แต่พอมาทำงานบริหารเงินหลักล้านกลับไม่ค่อยมีคุณค่าให้ต้องเสียเวลาจัดการเท่าไหร่

เงินมาจากไหนหรือครับ ก็นักศึกษาทั้งภาควิชารวมทั้งสี่ชั้นปีก็เกือบๆ ห้าพันกว่าคนเข้าไปแล้ว

แค่ค่าเล่าเรียนก็ไม่รู้จะจัดการยังไงแล้ว ไหนจะทุนวิจัยที่มีเข้ามาในภาควิชา แล้วค่าบริการวิชาการที่อาจารย์แบ่งส่วนเข้ามาอีก คิดแล้วน่าเหนื่อยเหลือเกิน

พรรคพวกก็ช่างขยันทำงานกันเสียเหลือเกิน แค่นี้เงินรายได้สะสมของภาควิชาก็แทบจะล้นช่องกรอกตัวเลขในบัญชีธนาคารแล้ว

เป็นหัวหน้าภาคนี่เหนื่อยชมัด

แค่วันที่ 1 เม.ย. วันเดียวต้องวางแผนการใช้เงินสำหรับหลักสูตร ป.โท วิจัยของคณะไปห้าสิบล้านบาท

ปกติคณะนี้ไม่เคยทำหลักสูตรที่เน้นวิจัยเลย พอทำขึ้นมาก็ได้งบประมาณมาห้าสิบล้านบาทเป็นเงินก้นถุง

เงินแค่ห้าสิบล้านบาทเอง ต้องประชุมกันอยู่ตั้งนาน เสียเวลาจริงๆ

วันที่ 1 เม.ย. (April 1) ของทุกปีนี่ฝรั่งเขาพักผ่อนรื่นเริงกัน คนไทยกลับต้องมาทำงาน น่าเบื่อมาก

เมื่อไหร่วันนี้จะเป็นวันหยุดของไทยนะ