เรากำลังหลงจนขาดสติใช่หรือไม่

 ทำไมต้องคลั่งไคล้ กระแสเกาหลี

                        ทุกวันนี้กระแสนิยมต่างชาติในกลุ่มวัยรุ่นและวัยผู้ใหญ่บางคนที่พากันคลั่งไคล้ต่างชาติโดยเฉพาะเกาหลีนับวันยิ่งรุนแรงมากขึ้น    จำได้ว่าตั้งแต่อิทธิพลของละคร“แดจังกึม”  เข้ามาในเมืองไทย  ทำให้คนไทยเริ่มรู้จักเกาหลีมากขึ้นและเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้คนไทยบางคนลืมความเป็นไทย

                        จริงอยู่คนเกาหลีมีวัฒนธรรมที่ดีงามในเรื่องของความขยัน  ขันแข็ง  ความอดทน ความเป็นอยู่ที่เรียบง่าย  ข้อสำคัญพวกเขามีความเป็นชาตินิยมสูงมาก   เราจึงชื่นชมเขา

                        ในทางกลับกันทำไมเราไม่นำสิ่งดี ๆ    ที่ได้จากเขามาปรับให้เข้ากับวิถีชีวิตของคนไทย   ไม่ว่าจะเป็นความขยันอดทน  ความจริงจังในชีวิต   ความประหยัดและเรียบง่าย โดยเฉพาะที่สำคัญคือความเป็นชาตินิยม

                        ที่เห็นและเป็นอยู่  ตอนนี้เด็กวัยรุ่นของเรากำลังทำลายความเป็นไทยโดยไม่รู้ตัว  โดยเฉพาะ  ดารานักร้อง นักแสดงที่เป็นต้นแบบ  และเด็กวัยรุ่นที่ไม่มีความคิดเป็นของตนเองก็จริญรอยตามโดยขาดจุดยืน   ช่างตัดผมคนไทยต้องพลอยตกงาน    เพราะเด็กวัยรุ่นไปตัดผมกับช่างเกาหลีที่มาหากินในเมืองไทย  แล้วนี่มันอะไรกัน  เราเป็นคนไทยแท้ ๆ กับลืมรากเหง้าความเป็นตัวตนที่แท้จริงของเรา      เกิดอะไรขึ้นกับคนไทย  เป็นเรื่องที่น่าคิดไม่น้อย  เรากำลัง “หลง” จนขาด “สติ”ใช่หรือไม่ ?

                        ถ้าพวกเราเป็นคนไทยที่รักชาติจริง  ทำไมเราไม่เผยแพร่วัฒนธรรมของไทยให้คนต่างชาติเอาเยี่ยงอย่างบ้าง  ทำไมเราไม่สร้างหนังดี ๆ  จนเขาเห็นคุณค่าแล้วนำไปฉายที่บ้านเขาจนเขาอยากมาเที่ยวเมืองไทย  อยากกินอาหารไทย  อยากแต่งกายเหมือนคนไทย  อยากมีความอบอุ่น ยิ้มแย้มแจ่มใสเหมือนคนไทย

 

                        มีเรื่องน่าคิดอยู่เรื่องหนึ่งก็คือ  คนเรามักชื่นชมในความดีหรือสิ่งดีของคนอื่น  ชื่นชมว่าเขาเก่ง  ชื่นชมว่าเขาขยัน  ชื่นชมว่าเขาเป็นคนดี   แล้วทำไมเราไม่ทำตัวเราเองให้มีคุณค่าจนคนอื่นมาชื่นชมเราบ้าง   มิใช่เอาแต่ชื่นชมคนอื่น  อนุโมทนาบุญกับคนอื่น  แท้จริงการทำความดี  หรือทำอะไรก็ตามเราต้องเริ่มต้นที่ตัวเราเอง  มีจุดยืนและเห็นคุณค่าของความดีที่เราทำ  เปรียบเหมือนการปลูกมะม่วง  เราเห็นเพื่อนบ้านปลูกมะม่วงได้ผลดก  ลูกโต  เราก็ได้แต่ชื่นชม  ทำไมเราไม่ถามเขาว่าเขามีวิธีการอย่างไรในการปลูกมะม่วง  เขาใส่ปุ๋ย  บำรุงดิน  ดูแลเอาใจใส่อย่างไร  คนเรามักมองที่ผลลัพธ์เสมอ    ทำไมเราไม่มองถึงต้นเหตุความเป็นมาของผลมะม่วงนั้น ๆ   เพื่อนำวิธีการนั้นมาปรับใช้แล้วปลูกเองเพื่อเกิดความภาคภูมิใจที่  “เราก็ทำได้”

 

                        ถึงวันนี้พวกเราในฐานะที่เป็นคนไทย      ควรหันกลับมามองตนเอง     ควรสืบค้นภูมิปัญญาไทยในด้านต่าง ๆ  ไม่ว่าจะเป็น ภาษา  วัฒนธรรม  อาหารการกิน  ศิลปหัตถกรรม  สมุนไพร  ยารักษาโรค  ศิลปะการป้องกันตัว    และอื่น ๆ อีกมากมายที่ต่างชาติไม่มี   แล้วช่วยกันสืบสานด้วยความภาคภูมิใจตราบนานเท่านาน 

 

ถ้าตราบใดที่เรายังไม่เห็นคุณค่าในเรื่องมรดกทางปัญญาและพากันหลงใหลได้ปลื้มกับต่างชาติจนหลงลืมสิ่งดีที่เรามีอยู่  อนาคตของไทยจะเป็นอย่างไร     หากผู้ใหญ่ไม่เป็นตัวอย่างและปลูกฝังให้เด็กและเยาวชนเกิดความรักและภาคภูมิใจในความเป็นไทยแล้ว จะให้ใครเห็นคุณค่า    ให้ต่างชาติที่มีความเจริญล้าหลังกว่าเรากระนั้นหรือที่ชื่นชมและแลเห็นเพื่อเจริญรอยตามอย่างเรา   เหมือนกับที่เราเฝ้าเจริญรอยตามคนอื่น