1 เมษายน 2552
เรื่องนี้ไม่น่าเกิดขึ้นเลย บางทีอาจเป็นเพราะการไร้ความสามารถในการตีความทางกฎหมายของผม ตัวบทกล่าวอย่างไร ก็อย่างนั้นไม่ตีความ อย่างเช่นเรื่องต่อไปนี้ ซึ่งตามพ.ร.บ.การทะเบียนราษฎร พ.ศ.2534 ม.23 บัญญัติว่า “เมื่อมีคนเกิดหรือคนตาย ผู้ทำคลอดหรือผู้รักษาพยาบาลต้องออกหนังสือรับรองการเกิดหรือการตายตามแบบพิมพ์ที่ผู้อำนวยการทะเบียนกลางกำหนดให้แก่ผู้มีหน้าที่ต้องแจ้งตามมาตรา 18 หรือมาตรา 21”
ซึ่งก็มีความหมายชัดอยู่แล้วว่า หากมีผู้ใดมาเกิดลูกที่โรงพยาบาล ผู้ทำคลอดต้องออกหนังสือรับรองการเกิดให้ ไม่มีถ้อยคำใดในตัวบทบ่งบอกว่าเจ้าหน้าที่สามารถใช้อำนาจดุลพินิจในการไม่ออกหนังสือรับรองการเกิดได้ ไม่มีตัวบทใดให้เจ้าหน้าที่ต้องพิจารณาพยานเอกสารของพ่อแม่ว่ามีหรือไม่
ผมจึงไร้ความสามารถในการทำความเข้าใจเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลวชิระ ที่ปฏิเสธการออกหนังสือรับรองการเกิดตามข้างล่างนี้ แก่นางเล็ก

เมื่อเจ้าหน้าที่ปฏิเสธการออกหนังสือรับรองการเกิดด้วยวาจา ผมค้านตัวเองอยู่ในใจว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐมักระมัดระวังตัวอยู่เสมอที่จะไม่กระทำความผิดทางอาญา เพราะมันไม่ส่งผลดีต่อหน้าที่การงาน ต่ออนาคตในภายภาคหน้าเลย ไม่ว่าโทษนั้นจะเป็นโทษปรับหรือว่าจำคุกก็ตาม
หากเจ้าหน้าที่ใช้กฎหมายเดียวกันกับผม เธอหรือคณะกรรมการโรงพยาบาลคงจะตีความผิดไป ผมไม่ปรารถนาจะบอกเลยว่าเจ้าหน้าที่ทั้งคณะเจตนากระทำผิดอาญา
ผมนึกสงสัยว่า “เราคงยึดคัมภีร์กันคนละเล่ม” ผมจึงให้โอกาสแก่เจ้าหน้าที่ในฉับผลันทันใดที่ปฏิเสธผมด้วยการเขียนจดหมายถึงผู้อำนวยการโรงพยาบาลความว่า

และผมตัดสินใจไม่นำเรื่องนี้ไปแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดำเนินคดีแก่เจ้าหน้าที่ที่ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ โดยให้โอกาสในการออกหนังสือรับรองการเกิดให้แก่นางเล็ก
เจ้าหน้าที่จะรู้ไหมนะ จะมีอีกหลายรายตามมาที่จะขอหนังสือรับรองการเกิดเพราะเกิดแล้วเจ้าหน้าที่ไม่ให้ เจ้าหน้าที่จะรู้ไหมนะว่าการไม่ออกหนังสือรับรองการเกิด 1 ราย เท่ากับกระทำผิด 1 กรรม หาก 100 ราย ก็จะกระทำผิด 100 กรรม เพราะเป็นการกระทำที่ต่างกรรมต่างวาระกัน แม้โทษนี้จะไม่หนัก
แต่เจ้าหน้าที่จะรู้ไหมนะว่ากำลังกระทำความผิดที่หนักมากขึ้น ๆ ไป อย่างไม่รู้ตัว และนี่เป็นการส่งสัญญาณเตือนด้วยความอ่อนโน้มถ่มตนและให้โอกาสมากเท่าที่ปัญญาเพียงน้อยนิดของผมคิดและทำได้
ได้โปรดอย่าให้เรื่องเดินทางไปไกลกว่านี้ ผมไม่ปรารถนาจะทำเยี่ยงข้างต้น และหากผมไม่ทำเช่นนี้จะมีเด็กอีกจำนวนมากมายที่จะตกเป็นคนไร้รัฐ ในผืนแผ่นดินใต้ร่มโพธิสมภารของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเรา
ดีใจจังที่มีคนช่วยเด็กอย่างจริงจังและด้วยความเข้าใจ ทางโรงพยาบาลอาจจะเข้าใจว่าจะทำให้เด็กไปขอสัญชาติได้ จริงๆแล้วไม่ใช่ (ตามกฏหมายขณะนี้) แต่เป็นการยืนยันว่าได้มีคนคนหนึ่งมีตัวตนขึ้นในโลกแห่งนี้ ท่านทั้งหลายลองคิดดูนะคะ แค่เป็นคนไม่มีสัญชาติก็แย่แล้ว แล้วถ้าเกิดดันไม่มีหลักฐานอีกว่าบังเกิดมีตัวตนขึ้นมาในโลกนี้เมื่อไร มันจะยิ่งแย่ขึ้นไปอีกสักแค่ไหน
ขอบคุณ คุณจันทร์กระดาษแทนเด็กด้วยนะคะ
สวัสดีค่ะมาเป็นกำลังใจให้คนทำงานเพื่อเด็กๆที่ไร้รัฐไร้สัญชาติคะ
มีหลายๆคนที่มีปัญหา การเป็นคนไร้สัญชาตินี่ขาดสิทธิขาดความเท่า
เทียมหลายๆอย่างเลยนะคะ ถึงกับให้พี่น้องผองเพื่อนบางคนต้องเสีย
ชีวิตเหตุเพราะไม่มีสัญชาติ ไม่มีบัตรประชาชน เกิดการดูหมิ่นดูแคลน
เอารัดเอาเปรียบจากคนที่คิดว่าตนเองเหนือกว่า เก่งกว่า ...ขอร่วม
เป็นกำลังใจในการต่อสู้เพื่อความดี ความถูกต้อง เพื่อเด็กและเยาวชน
นะคะ ^_^
ไปฟ้องอัยการชาวเกาะมาแล้วค่ะ
http://gotoknow.org/blog/islandpk/252136
ได้ผลอย่างไรบอกด้วยนะคะ
ให้ อ.ด๋าวช่วยส่งจดหมายทำความเข้าใจหลักกฎหมายไหมคะ
รับฟ้องแล้ว เดี๋ยวจัดการให้ ขอไปจัดการว่าความให้เสร็จก่อนครับ อิอิ
สวัสดีครับ
ไปประสานงานให้แล้ว
คงเรียบร้อยภายในวันสองวันนี้ครับทุกรายครับ
มีปัญหาที่คนต่างด้าวมาหลอก เจ้าหน้าที่เขาเลยกลัว ที่ว่าหลอกคือ เอาบัตรคนอื่นมาแสดงที่โรงพยาบาล คลอดแล้วคลอดอีก (ซึ่งผมไม่เห็นหลักฐานแต่อาจเป็นไปได้ว่าเอาบัตรของคนอื่นมาแสดง หรืออาจจะเป็นเพราะเจ้าหน้าที่เข้าใจผิดเอง เช่น เห็นชื่อนางซอ ก็วินิจฉัยเลยว่าเพิ่งมาคลอดเมื่อไม่กี่เดือน จะมาคลอดใหม่ได้อย่างไร ซึ่งความจริงชื่ออาจซ้ำกันก็เป็นได้)
บางทีตอนมาครั้งแรก ไม่มีเลข ๑๓ หลัก มาครั้งหลังมีเลขสิบสามหลัก เจ้าหน้าที่ก็ต้องมาแก้ไขเอกสารซึ่งก็กลัวว่าถ้าผิดคน เขาต้องรับผิดชอบไปด้วย เลยไม่อยากไปร่วมรับผิดชอบด้วย
ที่เขาติงมาก็น่าฟัง หนังสือมอบอำนาจให้จันทร์กระดาษมาดำเนินการแทน(ไม่ใช่กรณีนี้นะครับ หมายถึงอีก ๒-๓ รายที่มอบอำนาจมา) มิได้มอบอำนาจต่อหน้าเจ้าพนักงาน เพราะดูลายเซ็นพยานแล้วน่าจะเป็นบุคคลต่างด้าวทั้งหมด ซึ่งไม่รู้ถูกผิดอย่างไรและพยานชุดเดียวกันรับรองการมอบอำนาจหลายคน
อย่างไรก็ตามที่จันทร์กระดาษใช้ความนุ่มนวลในการแก้ปัญหา ส่งผลให้เกิดความรู้สึกที่ดีครับ รอฟังข่าวดีนะครับ
จันทร์กระดาษคะ
อัยการลงมาว่าคดีให้นอกศาลค่ะกระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์มีอยู่จริงค่ะ
วันที่ ๑๗ - ๒๐ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๒ เป็นวันที่ดีงามที่เราจะเรียนรู้ร่วมกันนะคะ
อีกนิดนะครับจันทร์กระดาษ
มีการเอาชื่อคนไทยมาเป็นพ่อเด็ก ทางโรงพยาบาลสงสัยก็เลยเอาไปตรวจดีเอ็นเอ ปรากฏว่าไม่ใช่พ่อ ทราบว่าเป็นพวกค้ามนุษย์ครับ กรณีนี้ก็มี ฝากจันทร์กระดาษช่วยเป็นหูเป็นตาให้ทางโรงพยาบาลด้วย ผมก็เลยไม่อยากโทษเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลทั้งร้อย เพราะเขาเคยมีกรณีแบบนี้มาแล้ว กับอีกส่วนหนึ่งคือพวกน้องเจ้าหน้าที่ที่ไม่ศึกษาหนังสือเวียนและระเบียบ ทำตามความเข้าใจของตัวเองโดยเอาไปเทียบกับกรณีของคนไทย(ซึ่งผมก็จะไปคุยกับเขาอีกรอบหนึ่งเพราะสงสัยเหมือนกัน กรณีมาแจ้งเกิดของคนไทย ต้องมีความชัดเจนของคนเป็นพ่อด้วย ไม่งั้นไม่รับแจ้ง ไม่แน่ใจว่าเป็นระเบียบจากที่ไหน) จึงเกิดปัญหา ถ้าอาจารย์แหววลงมาช่วยสัมมนาให้ทั้งกระบวนการก็น่าจะดีนะครับ
จะเสนอครูหยุยค่ะ ในฐานะที่ท่านเป็นกรรมการคุ้มครองเด็กแห่งชาติ
ซึ่งก็เหมือนที่เราไปที่ระนองน่ะค่ะ เอาฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการเกิดของเด็กมาคุยกัน
รบกวน อ.มิวประสานครูนิดเอาบันทึกของจันทร์กระดาษอันนี้ และข้อเสนอของท่านอัยการชาวเกาะเข้าที่ประชุมอนุกรรมการเด็กไร้สถานะฯ คราวหน้าด้วยนะคะ
พวกค้ามนุษย์ในภูเก็ตถ้ามีจริงผมเสียวไส้เลยครับ เท่าที่ลงพื้นที่ของชุมชนพม่าในภูเก็ตถามหาพวกเด็ก ๆ ว่าไปไหนหมด เหลือน้อยมาก
ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้มีการแจ้งการเกิดเป็นหลักร้อยคนเหมือนกัน ปรากฏว่าเขาส่งกลับไปที่พม่าแล้ว ไม่ได้ส่งเองแต่ใช้ผู้อื่นเป็นผู้ส่งให้ โดยจ่ายเงินให้จำนวนหนึ่ง
ผมเคยถามพ่อแม่เด็กว่า ไปตรวจสอบไปที่พม่าหรือเปล่าว่าเด็กเหล่านั้นถึงพม่าจริง มีแต่ความเงียบเป็นคำตอบ
ความน่ากลัวก็คือส่งผ่านไปได้อย่างไร จากภูเก็ตไปสู่พม่า พ่อแม่มีวิธีการตรวจสอบที่ดีหรือไม่ว่าลูกถึงประเทศพม่าจริงหรือไม่
ไม่รู้ว่าเด็กจะกลายเป็นเหยื่อของการค้ามนุษย์หรือไม่ น่ากลัวครับ
คุณจันทร์กระดาษคะ---เวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อการจัดการบุคคลที่เกิดในประเทศไทย กำลังขยายออกไปสูภาคกระบวนการยุติธรรมแล้วค่ะ
ต้องขอขอบคุณท่านอัยการชาวเกาะอีกครั้ง ที่กรุณาซักซ้อมความเข้าใจกับเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล---กระบวนการยุติธรรมนอกศาลยังใช้ได้จริง
คณะทำงานโครงการขยายองค์ความรู้จากแม่อายสู่อันดามัน
คุณจันทร์กระดาษคะ---เวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อการจัดการบุคคลที่เกิดในประเทศไทย กำลังขยายออกไปสูภาคกระบวนการยุติธรรมแล้วค่ะ
ต้องขอขอบคุณท่านอัยการชาวเกาะอีกครั้ง ที่กรุณาซักซ้อมความเข้าใจกับเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล---กระบวนการยุติธรรมนอกศาลยังใช้ได้จริง
คณะทำงานโครงการขยายองค์ความรู้จากแม่อายสู่อันดามัน
จันทร์กระดาษคะ
ขอรายละเอียดเกี่ยวกับเด็กและครอบครัว
ถ้าได้รูปอย่างที่ทำให้ในลักษณะเดียวกับมะเฮตีไทซานก็ดีค่ะ
จันทร์กระดาษคะ
ขอรายละเอียดเกี่ยวกับเด็กและครอบครัว
ถ้าได้รูปอย่างที่ทำให้ในลักษณะเดียวกับมะเฮตีไทซานก็ดีค่ะ
ทางโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต ออกหนังสือรับรองการเกิดให้เด็ก ๆ เป็นที่เรียบร้อยครับ รวมแล้ว 4 ฉบับ แล้วอย่าลืมออกให้แก่เด็กที่พ่อแม่ไม่มีบัตรสีชมพู ด้วยนะครับ
ขอบคุณท่านอัยการชาวเกาะมาก ๆ ครับ หากไม่มีท่านคงอีกนานกว่าจะได้มาครับ
ได้ข่าวมาว่าคุณจันทร์กระดาษรับค่านายหน้า ในการเดินเรื่องให้พม่า จริงหรือเปล่า...........................................
ทำไมคุณจันทร์กระดาษได้ช่วยคนไทยพลัดถิ่นหรือไร้สัญชาติ(ไทย) บ้างค่ะ เพราะมีคนไทยจำนวนมากที่ไม่ได้แจ้งเกิด และยังไม่มีบัตรประชาชน คิดว่าถ้าคุณเป็นคนไทยด้วยกันน่าจะช่วยกันนะคะ ช่วยแต่พม่าเหมือนมันลำเอียงค่ะ เพราะคุณก็ต่อสู้เพื่อเด็กต่างด้าวมาแล้ว หรือคุณไม่(ใช่)ชอบคนไทย
ปัจจุบันนี้หญิงพม่าที่คลอดในเมืองไทยนิยมกันมากที่จะใช้ชายไทยเป็นพ่อเด็กแทนพ่อพม่าเพราะหญิงพม่ารู้ดี่ว่าสามารถแจ้งเกิดมีสูติบัตรและได้สัญชาติไทยและสิทธิการรักษาเท่าเทียมเด็กคนไทยทุกอย่าง ในกรณีแบบนี้จันทร์กระดาษว่าผิดกฎหมายหรือไม่ช่วยตอบหน่อย(เพราะคุณจันทร์กระดาษเป็นผู้รู้เรื่องและเชี่ยวชาญเรืองเกี่ยวกับกฎหมายของพม่าดี)
ในกรณีที่จันทร์กระดาษ(บังคับ)ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐออกใบแจ้งเกิดให้กับพม่าที่ไม่มีบัตรสีชมพูหรือหลักฐานใดๆเลยมาแสดงว่าคลอดจริงแล้วเจ้าหน้าที่เขาจะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นคนๆเดียวกัน ยกตัวอย่างเช่น นางซอชาวพม่า ชื่อซอไม่ใช่มีซอเดียวมีเป็นหมื่นๆซอทั้งที่มีบัตรสีชมพูและไม่มีบัตร คนไทยยังต้องนำหลักฐานมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่เลยแล้วทำไมพม่าถึงมีสิทธิพิเศษมากกว่าคนไทยทั้งที่อาศัยประเทศไทยอยู่
คุณไม่แสดงตน ไม่แสดงตัว ผมไม่ขอตอบคำถามครับ แต่ผมยินดีรับฟังทุกความเห็นเพื่อรวบรวมเผื่อว่าจะเสนอเป็นโปรเจ็คต่อไป
จันทร์กระดาษคะ อย่าท้อถอยนะคะ ปฏิกิริยาโต้ตอบของชาตินิยมเป็นเรื่องธรรมดาค่ะ สังคมไทยมองมนุษย์อย่าแบ่งแยกมานาน ปัญหาคนไร้รัฐจึงเกิดขึ้นอย่าเพิ่มพูน หยุดไม่ได้
ตอนนี้ สสส.ก็คิดเรื่องนี้ออก กำลังสร้างแผนเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตให้แก่เด็กที่เกิดจากคนข้ามชาติที่เกิดในโรงพยาบาลไทย แต่ไร้ใบเกิด
การเปลี่ยนแปลงแนวคิดของคนนั้นเป็นของยากค่ะ เจ้าของความคิดเดิมต้องใช้กำลังสูงที่จะยอมคิดใหม่ หากคิดเรื่องแพ้ชนะ ก็จะยิ่งเจ็บจนทนไม่ได้ แต่ถ้าเราเอาเหตุผลเป็นหลักก็จะทำให้คนที่ยอมเปลี่ยนแปลงกลายเปนผู้ชนะมากกว่าเสียด้วยซ้ำ ดูอย่างโอบามาเป็นตัวอย่างนะคะ change เป็นแนวคิดที่สังคมไทยยังต้องเรียนรู้
ช่วยสรุปเรื่องของน้องคนนี้ให้ อ.แหวว หน่อยนะคะ ตกลงเด็กชื่ออะไรคะ ในปัจจุบัน เด็กเรียนที่ไหน ส่งทางอีเมลล์ก็ได้นะคะ