วันเสาร์ที่ผ่านมาคนสวยต้องขุดตัวเองขึ้นจากเตียงนอนตั้งแต่ตีห้าครึ่งด้วยว่ามีนัดท่องเที่ยวดอยอินทนนท์กับน้องๆที่มาอบรมด้วยกันและน้องๆระดับ ปอโท

เหตุผลที่น้องชวนเที่ยว บอกว่า เพื่อสร้างเครือข่ายและผ่อนพักคลายเครียด คิดอยู่เป็นนานเหมือนกันด้วยเนื่องว่าการเมารถจะเป็นอุปสรรคที่การผ่อนพักครั้งนี้

 

น้องปอโท ติดต่อรถแดงนำเที่ยว ในราคาวันละ สองพันบาท คนขับเป็นผู้หญิงทางท่าทะมัดทะแมง บอกเราว่า คนที่รับติดต่อไม่กล้าขับรถขึ้นดอยอินท์เลยต้องมาแทน

การเดินทางของเราเริ่มขึ้นเมื่อทุกคนพร้อมที่หกโมงเช้าเกือบเจ็ดโมงเช้า ก่อนเริ่มเดินทางเราได้ทำบุญใส่บาตรกันด้วย ผู้ร่วมเดินทางสิบสาวสวยพอดิบพอดี

 

เราใช้เวลาประมาณ สองชั่วโมงกว่าๆก็ยอดดอยอินทนนท์บริเวณพระสถูปเจดีย์นภเมทนีดลและพระธาตุนภภูมิสิริ เราจ่ายค่าผ่านทางคนละ ยี่สิบบาท ค่ารถของเราอีกคันละ สามสิบบาท ค่าเข้าชมพระธาตุอีกคนละยี่สิบบาท คนสวยไม่ลืมทีจะขอประทับตราอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ใน passport ท่องเที่ยว

อากาศบนนี้หนาวเย็นมาก ก่อนออกเดินทางจากเชียงใหม่ บ่นว่าวันนี้ร้อนมาก แต่ยิ่งใกล้อินทนนท์อากาศก็เย็นมากขึ้นเรื่อยๆ คนที่ใส่เสื้อแขนกุดกางเกงขาสั้น ปากคล้ำไปตามๆกัน

หลังจากที่เราอิ่มเอมกับข้าวเหนียวหมูปิ้งและสาวๆเต็มที่กับการถ่ายรูปแล้ว เราก็ขึ้นไหว้พระธาตุและเดินทางไปสู่ยอดดอยสูงสุดในสยาม เดินธรรมชาติอ่างกาและกิ่วแม่ปาน

 

ความอ่อนล้าของสาวๆเริ่มปรากฏให้เห็นได้อย่างชัดเจน ในขณะที่สาวพลขับก็ขับรถได้มันส์มาก เปลี่ยนเกียร์เปิด-ปิดแอร์เป็นระยะๆ บอกว่า........ช่วยดึงเครื่องให้ช้่าลง เข้าโค้งที่ น้องสบัดท้ายได้งามนัก

 

คนสวยเองแม้ว่าจะรู้สึกเมารถซึ่งได้กินยาแล้วก็ตาม ก็ยังรู้สึกมึนหัวกับความคดโค้งขึ้นสูงลงต่ำของเส้นทางการเดินทาง แต่พอได้เห็นดอกไม้งามของโครงการหลวงอินทนนท์แล้ว ความมึนหัวหายไปทันที ดอกไม้ที่นี่สวยมาก หลายคนบ่นว่า ทำไมต้องจ่ายค่าเข้าชมยี่สิบบาท ความสวยงามก็ทำเอาลืมเรื่องบ่นไปเลยทีเดียว แต่มีสิ่งที่ทำลายความงามไปเกือบครึ่งหนีไม่พ้นแดดที่แจ่มจรัสและอากาศที่ร้อนมากขึ้น

เช้าหนาว บ่ายร้อน หลายคนบอกว่า อย่าลืมกินยากันไข้

ที่นี่มีบ้านพักด้วยในวันที่เราไปมีกลุ่มนายร้อยตำรวจมาทำการเลี้ยงรุ่นกันจัดบรรยากาศงานได้สวยงามเข้ากับธรรมชาติเป็นอย่างดี  พี่เบิร์ด ธงชัย ก็บริจาคหงส์ดำให้ร่องรอยในอ่างน้ำ ประดับประดาให้สวนแปดสิบพรรษางามขึ้นไปอีกหลายเท่า

 

วันนี้นอกจากเราจะได้ชมดอกไม้ไหว้พระธาตุแล้วเรายังได้แวะปิกนิกน้ำตกอีกสองที่ ได้แก่ น้ำตกวชิระธาร หากเป็นหน้าน้ำ น้ำตกคงกระเด็นโดนผู้คนเปียกปอนเพราะกระแสน้ำแรงมาก ส่วนอีกที่เป็นน้ำตกแม่กลาง มีคนมาแวะเล่นน้ำที่นี่กันเยอะ


น้ำตกแม่กลาง

 

มีน้ำตกก็ต้องส้มตำ ถามน้องๆว่า สถานที่ท่องเที่ยว โดยเฉพาะน้ำตก ที่ภาคกลาง ภาคใต้  มีร้านขายส้มตำมั้ย เพราะรู้สึกว่าไปเที่ยวน้ำตกแถวอิสานและทางเหนือ ก็เต็มไปด้วยร้านส้มตำ น้องบอกว่า มีเหมือนกัน ส้มตำครองประเทศไทยไปแล้ว.......ทำเอาอยากรู้ต่อว่า ส้มตำเนี่ย.........เริ่มนิยมกันมาตั้งแต่สมัยไหน......แต่ความสงสัยก็ไม่ได้รับคำตอบ กลับดูเหมือนจะได้อวัยวะบางอย่างกลับมาแทน...........

 

เรากลับถึงที่พักเกือบหกโมงเย็น งบประมาณคนละห้าร้อยบาท ถูกเฉลี่ยคืนประมาณสามสิบบาท ก็นับว่าคุ้มค่ากับธรรมชาติที่สวยงาม ความมึนเมากับการเดินทางในเส้นทางที่คดเคี้ยว ความอิ่มท้องจนหลายคนเกือบเอาออกกลับมา และที่สำคัญ เราได้เพื่อนได้น้องได้มิตรภาพเพิ่มขึ้นอีกหลายคนและได้เรีียนรู้ว่า คนเราชอบการท่องเที่ยว ชอบเพื่อน ชอบมิตรภาพและความสวยงาม