เมื่อวันเสาร์ที่ ๒๑ มีนาคม ดิฉันได้มีโอกาสไปฟังการบรรยายของ Professor Christopher Schaefer Ph.D.,ในหัวข้อ “องค์กรระบบชีวิต” (Organizations as Living Systems) ผู้บรรยายเป็นผู้ก่อตั้ง และผู้อำนวยการ Waldorf School Administration and Community Development Program, Sunbridge College ประเทศสหรัฐอเมริกา การบรรยายครั้งนี้จัดขึ้นด้วยความเอื้อเฟื้อจากกลุ่มบริษัทรักลูก
วัตถุประสงค์หลักของการบรรยาย คือ การนำเสนอกระบวนทัศน์ และมุมมองแก่ผู้บริหารในการจัดการองค์กรในยุคปัจจุบัน ให้ขยายจากองค์กรที่มุ่งมิติทางธุรกิจ ไปสู่มิติของความเป็นมนุษย์ เพื่อพัฒนาเป็นองค์กรที่มีสุขภาพดี (Healthy organizations) และเป็นองค์กรมีชีวิต ที่ประกอบด้วยมิติทางอารมณ์ จิตวิญญาณ และความเป็นมนุษย์ของคนในองค์กร
การบรรยายช่วงแรกกล่าวถึงโลกใบนี้ว่าประกอบไปด้วยโลกธรรมชาติ ที่มนุษย์ได้รับมาจากพระเจ้า และโลกทางสังคมที่มนุษย์เป็นผู้สร้างขึ้นภายหลัง โลกทางสังคมนี้เป็นโลกของชีวิตครอบครัว ชิวิตทางสังคม ศาสนา จารีตประเพณี และอื่นๆ
การเกิดขึ้นของโลกทางสังคมเป็นไปอย่างช้าๆ จนเมื่อ ๓๐๐ ปีที่แล้ว โลกได้เปลี่ยนโฉมไปอย่างรวดเร็ว คำถามคือ สังคมในระบบคุณค่าใหม่นี้จะเติบโตไปบนรากฐานเดิมที่แต่ละสังคมเคยมีมาได้หรือไม่ สังคมสมัยใหม่จะเกิดขึ้นบนรากฐานของความเป็นไทยได้อย่างไร
Perspective ที่สำคัญ
๑) Biography แต่ละบุคคล แต่ละองค์กร แต่ละสังคม ล้วนมีประวัติความเป็นมาที่มีความเฉพาะตัว ซึ่งเป็นประเด็นที่มีผลต่อบุคลิกภาพ และนิสัยขององค์กรอย่างมีนัยสำคัญ
๒) Phases of developmentแต่ละองค์กรมีช่วงวัยต่างๆ เหมือนกับชีวิตของมนุษย์คนหนึ่ง
- ช่วงเริ่มต้น
- ช่วงวัยรุ่น
- ช่วงมีวุฒิภาวะ
- ช่วงเติบโตต่อขยายความสัมพันธ์
- ช่วงสุดท้าย
แต่ละช่วงชีวิตขององค์กรก็มีลักษณะเฉพาะ มีจุดแข็ง จุดอ่อน มีพลังที่แตกต่างกันออกไปตามวัย ซึ่งทุกองค์กรต้องผ่านพัฒนาการไปตามลำดับ เหมือนเด็กที่ต้องเริ่มจากคว่ำ คลาน ยืน เดิน ไม่มีข้ามขั้นตอน ฉะนั้นหากผู้บริหารองค์กรเข้าใจว่าองค์กรของตนกำลังอยู่ในช่วงวัยใด ก็จะคิดและตัดสินใจได้ถูกต้องเหมาะสมมากขึ้น มองเห็นก้าวต่อไปได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
๓) Body/Soul/Spirit
Body ขององค์กร คือ ส่วนที่เป็นอาคาร พื้นที่ เทคโนโลยี ฯลฯ หากอยากจะสัมผัสกับกายของสถานที่ให้ลึกซึ้ง ให้ไปสัมผัสกับเสียงสะท้อนที่เกิดจากกายภาพของสถานที่แห่งนั้นตอนที่ไม่มีใครอยู่
Soul ขององค์กร คือ ส่วนของปฏิสัมพันธ์ระหว่างกัน ทั้งระหว่างคนในองค์กรด้วยกัน ระหว่างองค์กรกับลูกค้า และคู่สัมพันธ์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
Spirit ขององค์กร คือ คำตอบต่อคำถามที่องค์กรมีให้กับตัวเอง เช่น ทำไมองค์กรนี้จึงเกิดขึ้น องค์กรของเรามีขึ้นเพื่ออะไร อะไรทำให้องค์กรยังคงมีชีวิตอยู่ คำถามทำนองนี้จะช่วยให้องค์กรมีอัตลักษณ์เฉพาะตัว และชัดเจนในตัวเองขึ้นเรื่อยๆ
คำถามสำคัญอีกคำถามหนึ่ง คือ อะไรคือด้านที่เป็นเงามืด (shadow side) ขององค์กร ซึ่งเป็นด้านที่เรารู้ว่ามีอยู่ แต่เรามักไม่อยากจะพูดถึง ด้านเงามืดนี้เกิดขึ้นจากช่องว่างระหว่าง “สิ่งที่เราเชื่อ” กับ “สิ่งที่เราเป็น”
แวะมาเรียนรู้ค่ะ ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณทั้งสองท่านที่แวะเข้ามาทักทายค่ะ