โชคดีที่ได้มีประสบการณ์ติดตามวิธีการเรียนรู้ภาษาของลูกๆ ซึ่งมีทั้งแบบเริ่มเรียนภาษาไทยจนถึง ป.3 และ ป.4 แล้วไปต่อ Year 3 และ Year 4 แล้วเรียนจนจบ Year 8 และ Year 9 ที่เมือง Perth ออสเตรเลีย กับเจ้าตัวเล็กสุดที่ยังไม่ทันพูดไทยได้เลยแล้วไปเริ่มเข้าโรงเรียนที่โน่น ตั้งแต่ Child care center, Pre-Kindy จนถึง Year 3

ทำให้ได้เห็นและเข้าใจวิธีการเรียนรู้ภาษาของมนุษย์แบบธรรมชาติ มีหลายๆเรื่องที่ชวนให้คิด เช่นเรื่องที่อยากเล่าวันนี้คือ เจ้าหนุ่มน้อยคนโต ซึ่งตอนนี้น่าจะเรียกได้ว่าเก่งภาษาไทยที่สุดในบรรดาสามหนุ่ม บอกว่า "แม่ ครูบอกว่าชุดพละจะมาเมื่อครึ่งทางของเดือนที่แล้ว แต่ตอนนี้ก็ยังไม่มานะ" เชื่อได้ว่าคุณครูต้องใช้คำว่า"กลางเดือน"แน่นอน แต่พระเอกของเรา รับรู้แบบภาษาอังกฤษในหัว แล้วพอแปลกลับมาให้เราฟังเลยกลายเป็น "ครึ่งทางของเดือน" ไปได้

ส่วนหนุ่มน้อยคนกลาง ก็ยังแปลภาษาอังกฤษเป็นไทยแบบตรงตัวอยู่บ่อยๆ เช่น ถ้าถามว่า ทำอะไรอยู่ เขาจะไม่ตอบว่า เล่นอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ แต่จะตอบว่า อยู่บนคอมพิวเตอร์ คุยโทรศัพท์ ก็จะเป็นอยู่บนโทรศัพท์ ขอให้ส่งอะไรให้ ก็จะพูดว่า ผ่านอันนั้นให้หน่อยได้ไหม เป็นต้น

สำหรับเจ้าตัวเล็ก ยิ่งไม่ต้องสงสัย แปลตลอดแต่ตามใจฉัน ทั้งจากไทยเป็นฝรั่ง และฝรั่งเป็นไทย บอกให้ กลั้นหายใจใต้น้ำ เขาจะพูดว่า หายใจเข้าแล้วก็ถือเอาไว้ใต้น้ำ (แปลมาจาก take a breath and hold under the water)

อันนี้ชวนให้สรุปว่า การแปลไม่น่าจะเป็นวิธีที่ดีในการพูดสื่อสารภาษา (อย่างน้อยก็สองภาษานี้แหละ) ควรจะหัดพูดประโยคที่เขาพูดกันเป็นธรรมชาติอยู่แล้วดีกว่า (หรือเปล่านะ...)