ปฏิวัติระบบการเรียนการสอนในราชภัฏกันเถอะ

 

 

         ผมสอนวิทยาลัยครู +ราชภัฏ สามสิบกว่าปี

         ช่วง 10 ปีแรก ก็เดินตามเขาไปเชื่อง ๆ ทำหน้าที่เป็นปากให้หนังสือ

         ช่วง 10 ปีที่สอง  เลิกเป็นปากให้หนังสือเล่มเดียว  อ่านมากขึ้น คิดมากขึ้นแต่ยังใช้ปากอยู่มาก

         ช่วง 10 ปีสุดท้าย  ชักชวนนักศึกษาลงท้องถิ่น เรียนรู้จากของจริง ใช้ตาดู หูฟัง ปากถาม ใจสัมผัส  มือจด และหัว+ใจ(ของชาวบ้าน ครูและนักศึกษา)หาความจริง

          ช่วง 10 ปีหลังนี้ โดยภาพรวมถือว่าได้เรียนรู้ ได้ความรู้สึก และได้ความสามารถในทางปฏิบัติมากกว่า
                          -นักศึกษาภาคกลางวันเรียนแบบนี้สู้นักศึกษาที่เรียนเสาร์-อาทิตย์ไม่ได้
                          -นักศึกษาที่เรียนจบมัธยมเลย เรียนแบบนี้สู้นักศึกษาที่เรียนจบมัธยมแล้วไปทำงาน แล้วมาเรียนไม่ได้
                          -นักศึกษาที่มีประสบการณ์น้อยเรียนแบบนี้สู้นักศึกษาที่มีประสบการณ์มากไม่ได้
                          -นักศึกษาที่มีอายุน้อย เรียนแบบนี้สู้นักศึกษาที่มีอายุมากไม่ได้

                    * นักศึกษา ที่เรียนกลางวัน ที่เพิ่งจบมัธยม  ที่มีประสบการณ์น้อย และที่มีอายุน้อย  ด้อยในเรื่องเหล่านี้

                          -สร้างสัมพันธ์กับคน(ในชุมชน)ไม่เก่ง
                          -พูดไม่เป็น
                          -ถามใม่เป็น
                          -สังเกตไม่เป็น
                          -บันทึกไม่เป็น
                          -ไม่สู้งานยาก งานมาก
                          -วิเคราะห์และสังเคราะห์ไม่เป็น เป็นต้น

                   * นักศึกษาชอบเรียนแบบนี้มากกว่า เรียนจากหนังสือ และอยู่ในห้องเรียน  นักศึกษาบอกว่า
                               -สนุกกว่า
                               -ไม่น่าเบื่อ
                               -เข้าใจง่าย เข้าใจทันที  เข้าใจจริง ไม่ต้องท่องจำ
                               -เข้าใจตน เพื่อน ชาวบ้าน ชุมชน ชีวิต และสังคมมากกว่า
                               -ทำเป็นมากกว่า  รู้จักทำงานร่วมกันมากกว่า
                               -รู้จักความยากลำบาก รู้จักอดทน มากกว่า เป็นต้น

                  การสอนในราชภัฏเราส่วนใหญ่ ยังใช้ปาก ใช้หนังสือ อยู่ในห้องเรียน จำมาตอบ สอบเอาคะแนน ได้ตกอยู่ที่การสอบในกระดาษ ในห้องเรียน

                  ผลของการเรียนการสอนแบบนี้ คือ ได้คนที่ทำอะไรไม่เป็น ไม่อยากทำอะไร  แม้อยากทำก็ไม่มั่นใจว่าจะทำได้  คนแบบนี้ไม่ต้องพูดถึงว่าจะไปสร้างงานด้วยตนเอง  แม้เป็นลูกจ้างก็เป็นลูกจ้างที่ดีไม่ได้

                      ราชภัฏต้องรู้ตัวว่า  ไม่ใช่สถาบันที่ทำหน้าที่สร้างนักวิชาการ(ถึงอยากจะทำ ผมคิดว่าก็ไม่สามารถทำได้)   จึงควรทำหน้าที่สร้างผู้ประกอบการที่สามารถนำเอาวิชาการไปใช้ได้  โดยเฉพาะนักประกอบการในระดับท้องถิ่น                     
                      การเรียนการสอนแบบใช้ปาก ใช้หนังสือ อยู่ในห้องเรียน
จำมาตอบ สอบเอาคะแนน ได้ตกอยู่ที่การสอบในกระดาษ ในห้องเรียน สร้างนักประกอบการไม่ได้
                      ควรจะเรียนจะสอนจากของจริง ปฏิบัติจริง หาความหมายจากทฤษฎี และเรียนรู้การประยุกต์โดยอาศัยกระบวนการทางวิชาการ               

              มีคนเข้ามาทักว่าทำแค่นี้เรียกว่าปฏิวัติเชียวหรือ????
                   ผมว่าใช่น๊าาาา...
                   ปฏิวัติ :
                         -เป็นการล้มล้างระบบเดิมๆอย่างพลิกฟ้าพลิกดิน
                         -ทำแบบถอนรากถอนโคน
                         -เป็นการเปลี่ยนแปลงระดับก้นบึ้งของจิตใจ
                       
              ถ้าไม่เชื่อ ลองเข้าไปดูในราชภัฏซี  แล้วจะรู้ว่า การเรียนการสอนแบบใช้ปาก ใช้หนังสือ อยู่ในห้องเรียน จำมาตอบ สอบเอาคะแนน ได้ตกอยู่ที่การสอบในกระดาษ รากมันลึกขนาดไหน

             บางที่ท่านอาจจะเห็นว่า "ต้องมากกว่าปฏิวัติ"


                 

paapong
25/10/52
16:39