ฝึกการเขียนเรียงความด้วยแผนที่ความคิด
ชื่อเรื่อง การพัฒนาแบบฝึกเสริมทักษะการเขียนเรียงความ โดยใช้แผนผังความคิด สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านไฮใหญ่ อำเภอห้วยทับทัน จังหวัดศรีสะเกษ ผู้วิจัย นายบุญญรักษ์ ขาวแร่ ที่ปรึกษาการวิจัย อาจารย์วัฒนา โคตรเนตร หน่วยงาน โรงเรียนบ้านไฮใหญ่ อำเภอห้วยทับทัน จังหวัดศรีสะเกษ ปีที่พิมพ์ 2552 บทคัดย่อ การวิจัยครั้งนี้มีความมุ่งหมาย เพื่อพัฒนาทักษะการเขียนเรียงความ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านไฮใหญ่ อำเภอห้วยทับทัน จังหวัด ศรีสะเกษ ด้วยแบบฝึกเสริมทักษะการเขียนเรียงความที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนทักษะการเขียนเรียงความของนักเรียนที่เรียนโดยใช้แบบฝึกเสริมทักษะการเขียนเรียงความก่อนเรียนและหลังเรียน และเพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อแบบฝึกเสริมทักษะการเขียนเรียงความ กลุ่มเป้าหมายหลักที่ใช้ในการวิจัยเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านไฮใหญ่ ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2551 จำนวน 1 ห้องเรียน จำนวน 6 คน ได้มาโดยวิธีการเลือกแบบเจาะจง ( Purposive Sampling ) เครื่องมือที่ใช้ คือ แบบฝึกเสริมทักษะการเขียนเรียงความ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 แบบสังเกต พฤติกรรมความสนใจของนักเรียนในการฝึกเสริมทักษะการเขียนเรียงความ และแบบสอบถามความ พึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่เรียนและฝึกทักษะโดยใช้แบบฝึกเสริมทักษะการเขียนเรียงความ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าดัชนีประสิทธิผล และการทดสอบสมมติฐาน ใช้ t – test ( Dependent Sample) ผลการวิจัยพบว่า 1. คะแนนเฉลี่ย ของนักเรียนจากการเรียนตามแบบฝึกทักษะการเขียนเรียงความ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ทั้ง 7 เรื่อง มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 16.46 มีค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.88 คิดเป็นร้อยละ 82.30 และคะแนนจากการทดสอบหลังเรียนมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 43.15 มีค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน 1.67 คิดเป็นร้อยละ 86.30 ดังนั้นแบบฝึกทักษะการเขียนเรียงความ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้น มีประสิทธิภาพเท่ากับ 82.30 /86.30 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ 80/80 ที่ตั้งไว้ 2. ค่าเฉลี่ยพฤติกรรมความสนใจของนักเรียนที่เรียนด้วยแบบฝึกทักษะการเขียนเรียงความกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย สำหรับนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.23 หมายความว่า ผู้เรียนมีพฤติกรรมสนใจอยู่ในระดับมาก 3. ผลวิเคราะห์ความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่มีต่อการฝึกทักษะการเขียนเรียงความกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย มีค่าเฉลี่ย 4.08 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.82 แสดงว่าผู้เรียนมี ความพึงพอใจมาก จากการวิจัยครั้งนี้ทำให้ได้วิธีการพัฒนาทักษะการเขียนเรียงความโดยใช้แบบฝึกเสริมทักษะ ซึ่งควรมีการศึกษาแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้และแบบฝึกเสริมทักษะการเขียนเรียงความกับตัวแปร อื่น ๆ เช่นระดับสติปัญญา เจตคติ ความคงทนในการเรียนรู้ เป็นต้น