... ภาพน้องหมาเป็นเพื่อน (บางครั้งก็เป็นคู่แค้น) ของคนเรา > [ Wikipedia ] ท่านอาจารย์ดอกเตอร์ฟิโลเมนา เอ็ม. เบอฮาร์ และคณะนักวิจัยแห่งมหาวิทยาลัยสเตท นิวยอร์ค สหรัฐฯ ทำการทบทวนประวัติกลุ่มตัวอย่างอายุ 10 เดือน-19 ปี อายุเฉลี่ย 6 ปี ที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล 84 ราย ครึ่งหนึ่งอายุต่ำกว่า 4 ปี ผลการศึกษาพบว่า เด็กเล็กๆ มีความเสี่ยงที่จะถูกน้องหมากัดที่หัวหรือคอมากขึ้นในฤดูร้อน ... กลไกที่เป็นไปได้คือ เด็กๆ มักจะออกไปเล่นนอกบ้านมากขึ้นในวันที่อากาศดี (อากาศดีในความเห็นของฝรั่งคือ ไม่หนาวจัด หิมะไม่ตก ฝนไม่ตก) และน้องหมามีแนวโน้มจะหงุดหงิดง่าย (irritable = หงุดหงิดง่าย กระสับกระส่าย ไม่เป็นที่สบาย) อาจารย์เบอร์ฮาร์กล่าวว่า น้องหมามักจะเลือกกัดเด็กๆ ก่อน เนื่องจากเด็กมีขนาดเล็ก และไม่ค่อยระแวดระวังว่า อะไรมีอันตราย พ่อแม่หรือผู้ปกครองควรระวังเด็กมากเป็นพิเศษในช่วงอากาศร้อน (อากาศร้อนมีผลทำให้ยุงดุขึ้นด้วยเช่นกัน - ผู้เขียน) สอนเด็กไม่ให้ยื่นมือผ่านรั้วหรือกรงไปเล่นกับสัตว์ ไม่ดึงหูหรือหางของน้องหมา ข่าวร้ายสำหรับน้องหมาคือ น้องหมาที่ถูกทำหมัน (neuter = to make sexless = ถูกทำให้ไม่มีเพศ; neutered = ถูกทำหมัน) มีแนวโน้มจะดุน้อยลง

CDC (ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐฯ) กล่าวว่า คนที่เสี่ยงถูกน้องหมากัดมากขึ้นได้แก่
-
(1). เด็กอายุ 5-9 ปี
-
(2). ผู้ชายเสี่ยงมากกว่าผู้หญิง
-
(3). คนที่เลี้ยงน้องหมาไว้ที่บ้าน
คนที่เลี้ยงน้องหมาไว้ที่บ้านมีโอกาสถูกหมาในบ้านกัดเพิ่มขึ้นแปรตามจำนวนตัว ยิ่งเลี้ยงมากยิ่งเสี่ยงมากขึ้น คนที่เลี้ยงหมา 2 ตัวขึ้นไปมีโอกาสถูกกัดมากเป็น 5 เท่าของคนที่ไม่ได้เลี้ยงหมาไว้ที่บ้าน
วิธีป้องกันน้องหมากัดที่สำคัญได้แก่
-
(1). อย่าเลี้ยงหมาดุไว้ในบ้าน โดยเฉพาะอย่าเลี้ยงหมาดุถ้ามีเด็กในบ้านหรือมีเด็กอยู่ใกล้บ้าน
-
(2). อย่าปล่อยเด็กให้อยู่กับหมาโดยไม่มีผู้ใหญ่เฝ้า
-
(3). อย่าเล่นเกมส์โหดๆ หรือก้าวร้าวกับหมา เช่น อย่าให้เด็กเล่นมวยปล้ำกับหมา ฯลฯ
-
(4). สอนหมาให้รู้จักความอ่อนโยน เช่น ให้รางวัลเป็นอาหารเมื่อกระดิกหาง ไม่ใช่ให้รางวัลเมื่อหมาเห่าขออาหาร ฯลฯ
-
(5). ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญถ้าหมามีแนวโน้มจะดุ