(อัยการชวนเข้าร้านหนังสือที่ห้างในเมืองดูไบ)

  • ร้อนนี้ไปไหนดีเอ่ย..

จะเลือกสถานที่ใดขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง

แต่จะมีสักกี่คนที่โชคดีหนีร้อนเข้าร้านหนังสือ หรือห้องสมุด

พิพิธภัณฑ์ก็น่าสนใจ ห้องแสดงศิลปะวัฒนธรรมก็น่าชม

เราต้องบรรยากาศเย็นๆสบายๆที่มีประโยชน์ใช่ไหมครับ

(ในห้างใหญ่ๆจะมีมุมสบายตา สบายใจ ดูปลาว่ายไปมาอยู่ไหวๆ)

  • อันดับแรกคงต้องเลือกดูร้านก่อน

เข้าไปแล้วก็มองปราดดูหนังสือที่เขาจัดไว้เป็นหมวดหมู่

สนใจหนังสือกลุ่มไหนก็ตรงไปกวาดสายตาช้าๆ..

ชื่อคนแต่ง ชื่อหนังสือ ปกหนังสือจะดึงดูดเราเข้าไป

เข้าไปจนกระทั้งเปิดอ่านอักษรตัวแรก

ตั้งแต่ระหัสหนังสือ คำอธิบายเบื้องต้น

และอื่นๆๆ  ต่อไป ต่อไป

อ่านให้หมดจด..ไม่อย่างนั้นขาดทุนของตัวเอง

ถ้าไม่มีประโยชน์เขาคงไม่พิมพ์ลงมาให้สิ้นเปลืองหมึก เปลืองกระดาษหรอกนะ

                   (เหนื่อยก็นั่งพัก แต่จะนอนคงยาก ใช้วิธีดูหุ่นนอนแทน)

  • ตัวที่จะช่วยตัดสินใจอ่านต่อ และซื้อติดมือมาบ้าน เราควรจะติดใจอะไรสักอย่าง

เช่น สารบัญ มีเรื่องเด่น คำเด็ด ที่โดนใจ

ยกตัวอย่าง..

j.k.Rawling

"ประโยชน์ทางอ้อมของความล้มเหลว และความสำคัญของจินตนาการ"

Barack Obama

"จงทำให้เรากลับมาเชื่อมั่นอีกครั้ง"

 

   (ภายนอก-ภายใน เลือกไ้ด้ที่สบายตา อย่าไปเลือกจุดใกล้ม๊อบก็แล้วกัน อาจจะเจอลูกหลงได้)

อ่านต่อในคำนำ..

" ชีวิตไม่ใช่ประวัติย่อ ความล้มเหลวสอนเรามากกว่าความสำเร็จ  ความสุขกับความสำเร็จไม่ใช่เรื่องเดียวกัน  การรู้เท่าทันทั้งความสุขและทุกข์นั้นสำคัญกว่าการวิ่งหาความสุข และวิ่งหนีความทุกข์ การ "คิดเก่ง" ไม่สำคัญเท่ากับการ "คิดเอง" และโลกไม่มีวันดีขึ้นกว่าเดิมได้ด้วยความฝันลมๆแล้งๆของคนหนุ่มสาวที่ใช้ชีวิตไปวันต่อวัน เคยตัวและเคยชินกับความสบายจนรังเกียจการลงแรงทำงาน ถึงขั้นมองการใช้ความคิด "เป็นงานหนัก"

ถ้าอยากอ่านประวัติชีวิตที่ไม่ย่นย่อ รอติดตามใน "เจ้าเป็นไผ"

ประมาณปลายเดือนเมษายน ก็จะเปิดผ้ากั๊งออกมานั๊งซกม๊ก..

        (นั่งกับคนสวยเย็นใจสบายๆ)

ขอขอบคุณ สฤนี อาชวานันทกุล

"คนชายขอบ"

เจ้าของหนังสือ 2 วิชาสุดท้าย ที่มหาวิทยาลัยไม่ได้สอน