การพัฒนาการศึกษาแบบเถรส่องบาตร คือ ความประมาทของการพัฒนา

          ที่ผ่านมา  ในวงการศึกษา  มีการพัฒนาการศึกษากันหลากหลายรูปแบบครับ   มีการจัดประชุมอบรม  มีการนำนวัตกรรมต่างๆ มาเผยแพร่

          ก็มีทั้งที่ได้ผล และ ไม่ได้ผล  ส่วนหนึ่งของการไม่ได้ผล เป็นเพราะนำมาใช้แบบเถรส่องบาตรครับ

         จะขอเล่านิทานเรื่องเถรส่องบาตรให้ฟังครับ

 

เถรส่องบาตร

เล่ากันมาว่า มีพระเถระเจ้าสำนักปฏิบัติแห่งหนึ่งท่านเป็นผู้ที่เคร่งครัดในพระวินัยยิ่งนัก ด้วยเหตุดังกล่าวก่อนจะออกบิณฑบาตโปรดสัตว์ประจำวัน ตอนฟ้าสางๆ ท่านมักจะยกบาตรขึ้นส่องกับแสงสว่าง เพื่อจะดูว่าบาตรลูกนี้มีรูรั่วหรือไม่ ? ส่วนพระลูกวัดไม่ทราบความมุ่งหมาย และมิได้ไต่ถามถึงเหตุผล ครั้นเห็นผู้นำยกบาตรขึ้นส่องดู พวกตนก็ยกบาตรขึ้นส่องดูตามไปด้วยเป็นแถว แต่มิได้ยกขึ้นดูรูรั่วของบาตร ครั้นล่วงกาลนานมา ประเพณีเถรส่องบาตรจึงระบาดไปทั่วในหมู่นักปฏิบัติกรรมฐาน มีผู้เล่าขานต่อๆ กันมาจนทุกวันนี้

 

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า

        อันการที่เราทำอะไรโดยไม่รู้จริง ๑ ไม่รู้แล้วก็ไม่สอบถามท่านผู้รู้ ๑ ไม่ศึกษาและไม่ค้นคว้าด้วยตนเอง ๑ นอกจากจะเป็นบ่อเกิดแห่งความงมงายแล้ว ยังเป็นแบบอย่างในทางลบแก่อนุชนอีกด้วย เพราะการทำอะไรตามๆ กันมาโดยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์หรือด้วยความหลงผิดก็ตาม เมื่อทำจนติดเป็นนิสัยแล้วก็ย่อมจะแก้ภายหลังยาก แม้จะมารู้ภายหลังว่าไม่ถูกต้อง เหมือนผ้าที่ขาวสะอาดถูกย้อมด้วยน้ำสีแล้วเอามาซักออกภายหลัง ฉะนั้น

 

               การพัฒนาการศึกษา    ถ้าไม่หลุดจากวิธีคิดแบบเถรส่องบาตร  ก็ยากที่จะขับเคลื่อนต่อไปได้ครับ 

 

               แม้ภายนอกจะดูว่าเป็นนวัตกรรมที่ทันสมัยก็ตามที