การชำระจิตใจ

การอาบน้ำ สระผม ชำระล้างร่างกายต้องทำกันทุกวันเป็น
กิจวัตรอย่างน้อยวันละ 1-2 ครั้ง เพื่อทำความสะอาด
ร่างกายภายนอกที่เหม็นเปื้อนเหงื่อไคล หมักหมม

แล้วจิตใจคนเราล่ะ นี่ก็ส่วนสำคัญเราเคยพิจารณาถึงความสกปรก
หรือขุ่นมัวภายในใจเราไหม  น่าคิดนะคะพี่น้อง  หากเป็นขยะหรือ
ร่างกายภายนอกที่มองเห็น  คงกองพะเนินแล้ว  แต่จิตใจเป็นนามธรรม
จึงมองยาก ลองมาสังเกตและรู้จักการชาระจิตใจกันบ้างดีไหมคะ

ลองนำมาทำในชีวิตประจำวันดูดังนี้

วันหนึ่งๆ ขอให้นึกถึงคำอื่นๆ ที่มีความหมายหรือใกล้เคียง
กับคำที่เป็นกิเลส  เกลียด โกรธ โมโห
อึดอัด  หงุดหงิด  รำคาญใจ  เหล่านี้ ฯลฯ

ที่มีความหมายใกล้เคียงกับ กิเลส คำว่า กลัว เช่น เกลียด
ตื่นตะหนก  ตกใจ หวาดผวา  เครียดกะงานหรืออื่นๆ

หลังจากนั้นในช่วงตลอดทั้งวัน
ให้เราคอยสังเกตและพิจารณาว่า
ลักษณะอาการของอารมณ์เหล่านี้

เกิดขึ้นในตัวเราได้อย่างไร?
เมื่อเกิดขึ้นแล้วเรามีพฤติกรรมอย่างไรต่อไป
อะไรที่ทำให้มันคลี่คลายไป
และเมื่อหายแล้วเรารู้สึกอย่างไร

เช่น โกรธเมื่อโดนเพื่อนต่อว่า
พฤติกรรมของเราต่อมาืคือหน้างอ ไม่พูด ไม่จา
เมื่อฟังเพลงโปรดแล้ว เราก็คลายใจ หายโกรธ
หายแล้วรู้สึกโล่งสบาย

หากมีเวลาก็จดบันทึกตลอดทั้งวัน
หากไม่มีเวลาก็ให้ทบทวนพิจารณาก่อนนอน
ก็ยังดี  อย่างน้อยก็ทำให้เรารู้ตัวดีขึ้น
การปรับตัวเพื่อให้เข้ากะคนอื่นดีขึ้น
และเราก็จะรู้จักตนเองจากการสังเกตทบทวน
พิจารณาทุกๆวัน  เหมือนการชำระด้วย
น้ำที่ใสและเย็น  ใจเย็น มีสติมากขึ้น
เป็นแบบฝึกหัดที่น่าสนใจ
และทำได้ไม่ยากหากตั้งใจ

ขยายความจากคำสอนของ
ท่านสันติกโรภิกขุ
เรื่อง แบบฝึกหัดการค้นหาตนเอง
สมาคมนพลักษณ์แห่งประเทศไทย