เรื่องบาร์โค้ดสิ่งส่งตรวจ...เป็นอมตะนิยาย ที่ต้องมีการพูดถึงทุกครั้งในทุกวงสนทนา
ในวงเสวนาไอโซ “การทำงานด้านคุณภาพ” มีประเด็นอมตะนิยายที่ต้องพูดถึงทุกครั้งคือ เรื่องการติดบาร์โค้ดในการส่งสิ่งส่งตรวจ ซึ่งแนวคิดของทุกฝ่ายตรงกันว่า ควรมีบาร์โค้ดพร้อมกับชื่อสกุลผู้ป่วยติดมาที่สิ่งส่งตรวจด้วย...
ปัจจุบันสิ่งส่งตรวจที่ส่งมาจากหอผู้ป่วย ก็ติดทั้งบาร์โค้ด และ ชื่อสกุลผู้ป่วยมาด้วยกัน ทำให้ผู้รับสิ่งส่งตรวจสามารถตรวจสอบความถูกต้องได้แม่นยำขึ้น แต่สิ่งส่งตรวจที่จัดเก็บจากหน่วยรับสิ่งส่งตรวจ (OPD Lab) ของภาควิชาพยาธิวิทยาเอง กลับมีเพียงบาร์โค้ดอย่างเดียว ไม่มีชื่อสกุลของผู้ป่วยติดมาด้วย เพราะอยู่ระหว่างการดำเนินการให้ฝ่าย “ไอที”มาช่วยทำคำสั่งพิมพ์สติ๊กเกอร์ให้
คุณรุ่งเรือง (หน่วย sero) ผู้ชำนาญในด้านมาตรฐานห้องปฏิบัติการ ยกประเด็นนี้ขึ้นมาพูด...ตามสไตล์ของท่าน...คุณรุ่งเรืองตั้งคำถามว่า ถ้าเราสามารถรับสิ่งส่งตรวจที่มีเฉพาะบาร์โค้ด (จาก OPD Lab) ได้ ทำไมเราจึงต้องให้หอผู้ป่วยเขียนชื่อติดมาด้วย และถ้าเราบอกว่าควรมีการเขียนชื่อติดมาด้วยทุกครั้ง ทำไมเราไม่ปฏิเสธสิ่งส่งตรวจที่มีเฉพาะบาร์โค้ด
คุณสมพร (หน่วย sero) ให้ความเห็นไว้น่าสนใจว่า ห้องปฏิบัติการควรมี แนวทางรับ/ปฏิเสธสิ่งส่งตรวจทั้งสองแบบ...คือ ตรวจสอบแล้วถูกต้องตามบาร์โค้ด และ ตรวจสอบแล้วถูกต้องตามบาร์โค้ดและชื่อสกุลผู้ป่วย พี่เม่ยจึงใช้คำว่า สองมาตรฐาน พร้อมทั้งขยิบตาให้คุณลิขิตของวงเสวนา (คุณสุรีรัตน์)บันทึกไว้....
คุณสมพร (หน่วย sero) ให้ความเห็นไว้น่าสนใจว่า ห้องปฏิบัติการควรมี แนวทางรับ/ปฏิเสธสิ่งส่งตรวจทั้งสองแบบ...คือ ตรวจสอบแล้วถูกต้องตามบาร์โค้ด และ ตรวจสอบแล้วถูกต้องตามบาร์โค้ดและชื่อสกุลผู้ป่วย พี่เม่ยจึงใช้คำว่า สองมาตรฐาน พร้อมทั้งขยิบตาให้คุณลิขิตของวงเสวนา (คุณสุรีรัตน์)บันทึกไว้....
คุณรุ่งเรืองมีประเด็นต่อไปว่า ถ้าเกิดปัญหาที่ต้องตรวจสอบสิ่งส่งตรวจย้อนหลัง (เช่นประมาณ 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมาแล้ว) เราจะรู้ได้อย่างไรว่า สิ่งส่งตรวจที่มีปัญหานั้นเรารับมาด้วยมาตรฐาน ที่หนึ่ง หรือที่สอง
ประเด็นนี้น่าสนใจค่ะ ถ้าสามารถทำสัญลักษณ์ในทะเบียนรับได้ว่า รับสิ่งส่งตรวจมาด้วยมาตรฐานหนึ่ง หรือมาตรฐานสอง ก็จะเป็นการดี แต่มองในภาพรวมก็พอจะแยกได้ โดยดูจากแหล่งที่มาของสิ่งส่งตรวจ ถ้ามาจาก OPD ก็มีแต่บาร์โค้ดก็มาตรฐานที่หนึ่ง ถ้ามาจากวอร์ดมีชื่อสกุลด้วยก็เป็นมาตรฐานที่สอง
คุณเพ็ญแข (หน่วยรับสิ่งส่งตรวจจากหอผู้ป่วย)เล่าจาก tacit knowledge ของตัวเองว่า บาร์โค้ดที่พิมพ์ชื่อออกมาด้วยในแผ่นเดียวกันสามารถตรวจสอบความถูกต้องเพียงชั้นเดียว แต่ถ้าเป็นบาร์โค้ดส่วนหนึ่ง กับชื่อสกุลอีกส่วนหนึ่งแยกออกจากกัน อันนี้เท่ากับเป็นการ double check ได้ในตัว เพราะถ้าชื่อไม่ตรงกับบาร์โค้ดละก้อ...ส่งคืนได้ทันที....
เห็นด้วยอีกแล้วค่ะ....เราใช้เวลาคุยประเด็นนี้เกือบครึ่งชั่วโมง หลังจากที่พี่เม่ยนั่งฟังแบบ deep listening มานานจึงพยายามสรุปประเด็นปัญหาและแนวคิด ที่ยังไม่ต้องให้จบในวงเสวนาวันนี้ และวางแผนในใจต่อไปว่า จะส่งมอบประเด็นที่หามาได้ในครั้งนี้ให้กับท่าน CKOเพื่อแจกจ่ายเจ้าภาพต่อไป (คิดๆไปแล้ว เจ้าภาพน่าจะหนีไม่พ้น วง PCTสิ่งส่งตรวจ, ฝ่ายไอทีของคณะแพทย์, และกรรมการไอโซวิชาการ...)
ห้องเคมีก็พูดถึงประเด็นนี้บ่อยครับ เพราะบางที patch รับ barcode แล้วปรากฎว่าไม่มีข้อมูล ห้องเคมีส่งคืน OPD LAB ทันที แต่สักพัก barcode นั้นกลับมาอีกแต่ครั้งนี้มีข้อมูล ไม่รู้เขาทำยังงัย ไม่ทราบจริงๆครับ แล้วเขารู้ได้อย่างว่าเป็นของใคร (แค่สงสัย ) ครับ
เรากำลังทำให้เหมือนกันหมด ทั้งที่ ward และ ที่ OPD คงไม่ให้มี 2 มาตรฐาน อันนี้ ผอ.รพ.เห็นด้วย และให้ถือเป็นมาตรฐานหนึ่งในเรื่อง patient identification สำหรับการส่ง specimen
เรื่อง patient identification สำหรับการส่ง specimen ในรพ.เดียวกันควรจะมีแนวปฎิบัติเหมือนกัน และควรเป็นแนวทางที่สามารถป้องกันความผิดพลาดได้100%