การลงมติญัตติไม่ไว้วางใจก็ผ่านไปอีกคราว แต่ผู้เขียนมีประเด็นทางตรรกศาสตร์มาเล่าเป็นอาหารสมองเล็กน้อย กล่าวคือ ในตอนที่ประธานสภาสั่งให้กดเพื่อลงคะแนน ผู้เขียนฟังแล้วรู้สึกสะดุดใจทุกครั้ง ในครั้งแรกที่รู้สึกว่าสะดุดนั้นก็ใช้ตรรกศาสตร์ไปจับ เมื่อพิจารณาแล้วก็คิดว่าไม่ผิด ก็ปล่อยให้ผ่านไป...
ครั้งนี้รู้สึกว่าสะดุดอีกครั้ง จึงนำมาเล่าเพื่อสอบถามความเห็นจากผู้สนใจ โดยจับตอนที่ประธานสภาจะสั่งทำนองว่า...
- ใครมีความเห็นว่าไม่ควรไว้วางใจ ให้กด เห็นด้วย
- ใครมีความเห็นว่าควรไว้วางใจ ให้กด ไม่เห็นด้วย
- ................................................... งดออกเสียง (ส่วนนี้นอกประเด็น)
ประเด็นข้อ (1) ทำไมจึงต้องตอบว่า เห็นด้วย เพราะหัวข้อญัตติบอกว่า การไม่ไว้วางใจฯ นั่นคือ ผู้ใดเห็นด้วย แสดงว่าผู้นั้นไม่ไว้วางใจ........ ข้อนี้เข้าใจไม่ยาก
ประเด็นข้อ (2) นี้แหละ ที่ผู้เขียนสะดุดใจ เพราะหัวข้อญัตติบอกว่า การไม่ไว้วางใจฯ แต่ประธานถามว่า ควรไว้วางใจ.... แสดงว่า ประธานไม่ได้ถามตามหัวข้อญัตติ ซึ่งผู้เขียนคิดว่าประธานน่าจะถามว่า...
- ใครไม่เห็นด้วยกับญัตติไม่ไว้วางใจ ให้กด ไม่เห็นด้วย
เพราะถ้าถามทำนองนี้ ก็ถือว่าเป็นการถามตรงตามหัวข้อญัตติ... ครั้งแรกที่ผู้เขียนสะดุดใจนั้น คิดว่าคงจะมีผู้แทนในสภาทักท้วง แต่ก็ไม่มีใครทักท้วงจนผ่านมาถึงวันนี้ ทั้งๆ ที่ผู้แทนทุกคนนั้นจัดได้ว่าเป็น นักตรรกศาสตร์เชิงปฏิบัติ
อนึ่ง ในแง่ที่ผู้เขียนบอกว่าเอาตรรกศาสตร์ไปจับแล้วไม่ผิดนั้น ก็โดยใช้หลักว่า คัดค้านซ้อนคัดค้านเท่ากับยืนยัน เช่น
- ปลาช่อนมิใช่เป็นสัตว์ที่ไม่มีเกล็ด - ปลาช่อนเป็นสัตว์มีเกล็ด
- คนมีชีวิตมิใช่คนที่หายใจไม่ได้ - คนมีชีวิตหายใจได้
และเมื่อมาเทียบเคียบกับการลงญัตติไม่ไว้วางใจก็อาจเป็นไปทำนองว่า...
- ข้าพเจ้าเป็นผู้ไม่ไว้วางใจท่านนายก (ฝ่ายค้าน)
- ข้าพเจ้ามิใช่เป็นผู้ไม่ไว้วางใจท่านนายก (ฝ่ายรัฐบาล)
ซึ่งข้อความว่า ข้าพเจ้ามิใช่เป็นผู้ไม่ไว้วางใจท่านนายก นี้เข้าหลักว่าคัดค้านซ้อนคัดค้าน จึงอาจแปลงมาเป็นยืนยันได้ว่า ข้าพเจ้าไว้วางใจท่านนายก
ดังนั้น เมื่อถือเอาตามนี้ คำถามของท่านประธานก็อาจแปลงได้ทำนองเดียวกันว่า...
- ใครมีความเห็นว่าไม่ควรไม่ไว้วางใจ - ใครมีความเห็นว่าควรไว้วางใจ
เมื่อถือเอาตามนัยนี้ ก็ถูกต้องตามหลักตรรกศาสตร์...
อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนก็ยังรู้สึกว่า การที่ท่านประธานถามว่า ใครมีความเห็นว่าควรไว้วางใจ ให้กด ไม่เห็นด้วย ก็ยังฟังสะดุดๆ ไม่รื่นหู ยากแก่การทำความเข้าใจตามหัวข้อญัตติ ไม่แน่ว่าผู้อ่านที่ฟังการลงมติแต่ละครั้งจะเกิดอาการสะดุดที่ประเด็นนี้กันบ้างหรือไม่ ?
- หรือว่า ! ! ! มีแต่ผู้เขียนเท่านั้นที่คิดมากอยู่ตามลำพัง (5 5 5...)
ใครมีความเห็นว่าควรไว้วางใจ ให้กด ไม่เห็นด้วย
ผมไม่ได้ดูครับ แต่เท่าที่ท่านเขียนมา แค่ผมอ่านก็งงแล้วละครับ หรือจะเป็นภาษาเฉพาะของเขา คิดว่าพูดอย่างนี้ จะทำให้คนเข้าใจทั้งสภา
ในการออกข้อสอบ นักวิชาการยังบอกว่าไม่ให้ใช้ปฏิเสธซ้อนปฏิเสธ ในข้อคำถาม ประเดี๋ยวจะทำให้เด็กงง
ใครมีความเห็นว่าควรไว้วางใจ ให้กด ไม่เห็นด้วย
ผมก็ยังงงอยู่ดีแหละครับ
เห็นด้วยกับท่านรองว่าปฏิเสธซ้อนปฏิเสธทำให้เด็กงง แต่ถ้ารวบมาใช้เป็นยืนยันตามที่ท่านประธานสภาใช้ ก็อาจทำให้งงกว่าการใช้ปฏิเสธซ้อนปฏิเสธ...
อนึ่ง จากการสังเกต เฉพาะข้อความตอนนี้ ท่านประธานจะก้มดูเอกสาร คงจะมีเจ้าหน้าที่บอกว่าให้อ่านตามนี้ เพราะเป็นประเด็นสำคัญ...
เจริญพร
เห็นด้วยกับบันทึกนี้ของท่านค่ะ งงๆๆค่ะปฏิเสธซ้อนปฏิเสธ
คงจะทำนองเดียวกับเลขคณิตว่า ลบกับลบซ้อนกันเป็นบวก เช่น 3- (-)5 = 8 ซึ่งอาตมายังงงอยู่จนทุกวันนี้...
เจริญพร
ครูแอนดูถ่ายทอดเกือบตลอด...ลุ้นว่าจะยุติได้หรือไม่ พฤติกรรมที่ไม่ควรต่างๆ แสดงออกในฐานะผู้รู้(คิดว่าตัวเองรู้)ทั้งนั้น
นม้สการพระคุณเจ้า
ก็ได้ฟังบ้างบางโอกาส แต่ไม่ติดต่อ ตอนลงมติก็งงๆๆแบบพระคุณนำเสนอมา
แต่ผมว่านักการเมืองเขาพูดจริงอยู่ 2 เรื่อง 1 เรื่องพี่น้องของเขา เช่น"พี่น้องครับเลือกผมเถิดครับ ผมจะเข้าไปรับใช้พี่น้องของผม (คนไม่ใช่พี่น้องไม่ต้องรับใช้)
เรื่องที่ 2 ท่านประธานครับ ผมมีข้อเท็จจริงครับ(ข้อเท็จ จริงๆ)555555
ผมเห็นด้วยกับพระคุณเจ้า
มีแนวคิดหนึ่งซึ่งเรียกกันด้วยสำนวนว่า คุณพ่อรู้ดี ... จึงเลียนแบบสำนวนมาใช้ว่า ฝ่ายค้านรู้ดี นั่นคือ กลุ่มใดก็ตาม เมื่อมาเป็นฝ่ายค้านก็มักจะรู้ดีทุกเรื่อง...
.............
นับถือว่าบังจัดเป็นนักตรรกศาสตร์ได้เลย เพราะบังเข้าใจเรื่อง ปฤฉวาที หรือ ทุตรรกบท (Fallacies) ได้เป็นอย่างดี
...........
.........
เจริญพรทุกท่าน
ใครมีความเห็นว่าควรไว้วางใจ ให้กด ไม่เห็นด้วย ในความคิดผม
คือ มันแปลกตรงที่ ไว้วางใจ กับ ไม่เห็นด้วย ผมก็เลยคิดในอีกแบบนึงดู คือ ใครไม่เห็นด้วย กด1 เห็นด้วยกด2 ประฌยคคล้ายกันแต่ผลออกมาไม่เหมือนกัน บอกไม่ถูกแต่ เข้าใจ