การลงโทษแบบนี้น่าจะให้ผลลัพธ์ทางบวกมากกว่านะครับ...

                กับวันว่าง ๆ สบาย ๆ วันนี้ มีโอกาสได้อ่านบทความ ๆ หนึ่งจากนิตยสาร Secret ฉบับที่ 17 ครับ เป็นบทความเกี่ยวกับพ่อลูกคู่หนึ่งซึ่งอ่านแล้วน่าประทับใจมาก ๆ ครับ...

                ลูกสาวซึ่งสอบตกสองวิชาเดินไปหาพ่อด้วยสีหน้ากังวลใจ พร้อมบอกกับพ่อว่า "หนูสอบตกสองวิชา" พ่อตอบลูกสาวไปว่า "ทุกข์ไหมลูก" ลูกสาวพยักหน้า พร้อมเดินไปกอดพ่อ แล้วพ่อก็พูดกับลูกต่อไปว่า "อย่าทุกข์ไปเลยลูก ไม่คุ้มกันเลย เรื่องมันผ่านไปแล้ว หนูคงรู้อยู่แล้วว่าต้องทำอย่างไร"...

                หลังจากวันนั้นลูกสาวเริ่มดูแลตัวเองมากขึ้น และผลการเรียนก็ดีขึ้นเรื่อย ๆ จนสอบได้ที่หนึ่งครับ...

                เป็นบทความชื่อ "ลงโทษด้วยความรัก" ครับ ผมอ่านแล้วทำให้นึกถึงความรู้สึกตอนที่ผมทำงานที่เก่าครับ กับคำพูดของน้องที่ทำงานคนหนึ่งครับผม...

 


                 Dear ทั่นหัวหน้า

                 ...วัีนจันทร์ก็ไม่ได้ทำงานร่วมกันแล้วแต่ความรู้สึกในการทำงานร่วมกันนั้นเป็นสิ่งที่น่าจดจำมาก เวลามีเรื่องงานเข้ามา (งานเข้าครับพี่น้อง) จะมีพี่เรกคอยกรองเพื่อหาข้อสรุปบวกแนวทางแก้ไขให้ ถ้าเราทำงานผิดพลาดพี่เรกก็ไม่มีการด่า ว่าอะไร แต่กลับมาคุยว่าเป็นเพราะอะไร แล้วหาทางแก้ไขร่วมกัน การที่พี่ทำนั้นเราว่าเป็นการสุดยอดกว่า การที่มาด่าเรา โกรธเรา ทำให้เรารู้สึกผิดอย่างไม่น่าให้อภัย การที่พี่ทำแบบนี้มันทำให้เรากลับมาพิจาณาตัวเรามากกว่าอีกว่าทำพลาดตรงไหน และไม่ควรทำเพราะอะไร...


                ผมมองว่าหลาย ๆ คนเขาตั้งใจทำอะไรอย่างดีที่สุดแล้ว คงไม่มีใครอยากให้ความผิดพลาดเกิดขึ้นทั้งกับตัวเขาเองและต่อผู้อื่น เมื่อเขาทำผิดพลาดแล้วเขายอมรับ สำหรับผมแล้วการลงโทษที่น่าจะดีกว่าคือ การลงโทษด้วย "ความรัก"...


               ยิ่งคนที่เขาทำผิดพลาดเป็นคนที่เรา "รัก" แล้วด้วย การลงโทษเขาด้วยความรัก ย่อมให้ผลลัพธ์ทางบวกทั้งต่อตัวเราเองและคนที่เรารักมากกว่าการลงโทษแบบอื่น ๆ นะครับ...