อ่านตอนที่แล้ว สอนงานผ่านบล็อก : 24. มีและใช้ประโยชน์จากข้อมูลในการทำงาน
นักส่งเสริมการเกษตร ชื่อก็บอกว่าเป็นนักส่งเสริม เพื่อพัฒนาอาชีพที่เกี่ยวกับการเกษตร ในอดีตตามความคาดหวังของสังคม นักส่งเสริมคือผู้ที่มีความรู้ รู้แล้วไปถ่ายทอดความรู้ให้แก่ชาวบ้าน-เกษตรกร
นั่นเป็นภาพและการทำงานในอดีต ที่ประเทศต้องการสร้างรายได้ จึงต้องพัฒนาทางการเกษตร ให้ชาติมีรายได้ให้มาก หากทบทวนอดีตจะพบว่างานส่งเสริมการเกษตร หรืองานพัฒนา จะเป็นการหยิบยื่นโครงการ ปัจจัยการผลิตที่บอกว่าเป็นเทคโนโลยีใหม่ๆ ให้แก่ชาวบ้าน-เกษตรกร เสียมากว่า นักส่งเสริมที่เรียนวิชาการเกษตรแผนใหม่มาจากสถาบัน จึงเป็นผู้ที่มีความรู้ เข้าไปแนะนำ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งกระบวนการผลิต
แต่ในสถานการณ์ปัจจุบัน เมื่อสังคมได้เปลี่ยนแปลงไป การสื่อสาร และการพัฒนาได้เข้าไปถึงในทุกหัวระแหงของแผ่นดิน ประกอบกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป ส่วนหนึ่งก็เนื่องมาจากการพัฒนาทางการเกษตร เพื่อเพิ่มผลผลิตและรายได้ของเราในอดีตนั่นเอง สังคมชักจะไม่แน่ใจถึงความรู้ใหม่หรือเทคโนโลยีที่นำเข้าจากภายนอก ที่พิสูจน์แล้วว่ามีทั้งด้านบวกและด้านลบ แต่ที่เราพบ มักจะเห็นด้านลบเสียมากกว่า ส่งผลให้เราสูญเสียความสามารถในการพึ่งพาตนเองในหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นความรู้และภูมิปัญญาของเราเอง สิ่งแวดล้อม และความเปลี่ยนแปลงของสังคมที่บางอย่างก็ไม่เป็นที่ปรารถนาของทุกๆ คน
เมื่อสถานการณ์เปลี่ยน บทบาทของนักส่งเสริมการเกษตรก็คงจะต้องปรับเปลี่ยนไป ให้เหมาะสมกับยุคสมัย จากผู้ที่รู้(ท่องตำรา)ไปบอกชาวบ้านในอดีต ปัจจุบันนักส่งเสริมหรือนักวิชาการ คงจะต้องยอมรับความรู้ของชาวบ้าน-เกษตรกร ที่เรียนรู้ผ่านการปฏิบัติจริง ใช้ได้จริง นำมาผสมผสานปรับใช้ให้เหมะสมในแต่ละพื้นที่-บริบท เพราะความรู้หรือผู้รู้นั้นมีอยู่ในทุกๆ พื้นที่ ทุกๆ กลุ่มสังคม ไม่มีความรู้แห้งๆ ในตำราเพียงอย่างเดียวที่จะใช้ได้ตายตัวกับทุกพื้นที่ เพราะความรู้นั้นขึ้นอยู่กับบริบท ขึ้นอยู่กับภูมิสังคม
ดังนั้น นอกจากการเรียนรู้ทั้งในตำราและเรียนรู้จากผู้ปฏิบัติจริง แล้ว งานส่งเสริม-พัฒนา จะประสบความสำเร็จ ก่อเกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ความรู้หมุนเวียนจากผู้รู้/แหล่งเรียนรู้ ไปสู่ผู้ที่ไม่รู้/อยากเรียนรู้ เราคงต้องเพิ่มบทบาท/ปรับตัวเองจากผู้ถ่ายทอดความรู้ มาเป็นผู้อำนวยความสะดวกในการจัดกระบวนการเรียนรู้ จัดให้ชาวบ้าน-เกษตรกรได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ในอาชีพ-ในสิ่งที่สนใจ คือเป็นนักจัดการความรู้ในพื้นที่อีกบทบาทหนึ่ง (ซึ่งปกติก็ทำกันบ้างแล้ว) ซึ่งการจัดการความรู้นั้นมีหลักง่ายๆ อยู่ว่า
· ความรู้ที่ต้องการรู้ ต้องการใช้นั้นคืออะไร
· ค้นหา-สืบค้นว่าความรู้นี้ว่าอยู่ที่ใด อยู่ที่ใคร มีอยู่แล้วหรือว่ายังไม่มี
· ถ้ามีก็จัดการให้เข้าถึง-แลกเปลี่ยน-เรียนรู้
· หากไม่มีก็ต้องสร้างความรู้ขึ้นใช้
· มีการนำความรู้ไปปฏิบัติ-ใช้ความรู้-ยกระดับ
· บันทึกจัดเก็บเพื่อเผยแพร่-แลกเปลี่ยน-แบ่งปัน
แต่ก่อนที่จะเป็นนักจัดการความรู้ในพื้นที่ได้นั้น เราจะต้องจัดการกับความรู้สึกของตนเองให้ได้เสียก่อน จัดการตนเอง พัฒนาตนเอง เปลี่ยนตนเอง ยอมรับความเป็นจริง ยอมรับคนอื่น ฯลฯ โดยใช้หลักของการจัดการความรู้ แล้วเราจะพบว่าความรู้นั้นมีอยู่ทั่วไปในพื้นที่และในตัวคน เรียนรู้และพัฒนาเท่าไรก็ไม่มีวันหมด ไม่มีวันจบ งานส่งเสริม-พัฒนาที่เราทำ ยิ่งทำก็ยิ่งท้าทายและทำงานอย่างมีความสุข
บันทึกมาเพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้
วีรยุทธ สมป่าสัก 20 มีนาคม 2552
ชื่อน่ากลัว นะท่าน แต่ข้อมูลท่านดีมากๆ ขอบอก
สวัสดีครับ ท่าน สิงห์ ป่าสัก นักการเกษตรที่เข้าถึงรู้ซึ่งถึงเกษตรชาวบ้าน
ประธานกลุ่มเกษตรได้เข้ามาเรียนรู้จากบันนี้แล้วเอาไปบอกต่อให้สมาชิกรับรู้
โดยเฉพาะการจัดเก็บข้อมูล ทั่วๆไปของที่ทำ แต่ดูเหมือนว่าสมาชิกเพียงแค่รับรู้ ยังไม่เห็นประโยชน์ของการจัดการ อย่างเช่าน การจดบัญชี ฟาร์ม รู้ ทำได้ แต่ไม่ทำ ซึ่งก็ต้องหาวิธีที่ทำให้เห็นเชิงประจักษ์ ว่า ถ้าทำไปแล้วได้ประโยชน์กับตนเอง
ขอบการสอนผ่านบล๊อกจะได้นำไปบอกต่อครับท่าน
ขอบคุณค่ะ
ได้ความรู้ที่อยากได้อยู่พอดีเลยค่ะ
นั่งคุยกับน้องใหม่ที่พึ่งบรรจุ แต่เคยทำงานเป็นพนักงานที่ เกษตรตาขุน สุราษฎร์ฯ มาก่อน (เป็นลูกศิษย์การจัดการความรู้ของพี่หนุ่ม ร้อยเกาะ) ก็ได้แนวทางตามที่พี่บันทึกไว้ น้องเขาเป็นหนึ่งในทีม KM ที่จ.พัทลุง
น้องงงว่าทำไม ในที่ประชุมเขาเถียงกันเรื่องบางเรื่อง ที่ที่อื่นเขาทำมานานแล้ว อะไรทำนองนี้แหละ
มันมีประเด็นอยู่ว่าคนกลุ่มหนึ่งพยายามจะสร้างแนวทางเดินเพื่อให้เกิดการจัดการความรู้ที่ชัดเจนขึ้น อีกกลุ่มหนึ่งกลับขัดแย้ง แย้งแบบไม่เกิดข้อตกลง คือไม่สร้างสรรค์ (เอาแค่ความคิดฝั่งหนึ่งไม่ถูกก็พอ)ไม่ได้เล่าเพื่อประจานตัวเองนะคะ เพียงแต่อยากบอกว่า บางที่เขาไปไหนๆกันแล้ว แต่บางทีก็กำลังพยายามอยู่
คนสงสัย 2 คนนั่งคุยกัน แบบงงๆ
ดีใจที่มีคนมาทำให้หายสงสัย ปลอดโปร่งขึ้นเยอะ
ขอบคุณค่ะ จะแนะนำน้องๆ เข้าไปใช้บริการความรู้ที่พี่บันทึกไว้นะคะ
ประวัติ
เคยเป็นลูกศิษย์ตอนพี่เป็นวิทยากรอบรมคลื่นลูกใหม่ฯ
เคยทำงานที่เกษตรยะลา ลองย้ายมาหาประสบการณ์ที่เกษตรพัทลุง
กะว่าฝึกวิทยายุทธ์สักพักก็จะกลับยะลา
จัดรวมเล่มเมื่อไหร ส่งข่าวด้วยนะคะ
อยากอ่านฉบับเต็มๆด้วย
ขอบคุณค่ะ