การสื่อด้วยสีหน้าท่าทางอย่างนี้ล่ะ เรียกว่า อวัจนภาษา ส่วนคำร้องที่ บี้สื่อออกมาเราเรียกว่า วัจนภาษา

      

               ครูภาทิพ  รู้จักบี้จากรายการเดอะสตาร์   ซึ่งขณะนั้นครูภาทิพลุ้นอาร์มากกว่า  เพราะเห็นพลังในการร้อง บวกกับความ รู้สึกสงสารเด็กบ้านนอกที่หน้าตาที่ขี้เหร่   ขณะเดียวกันก็กลัวว่า บี้จะได้ตำแหน่งเพราะหน้าตาของบี้ คำพูดของบี้ที่มีลูกอ้อนมากกว่า    แต่ผลโหวตก็สมใจครูภาทิพ   

 

               แต่เมื่อดาวจะเป็นดาว  อะไรๆ ก็มิอาจขวางกั้น  เพียงไม่นานบี้ที่ได้รับตำแหน่งที่ 2 ก็แซงหน้าด้วยสาเหตุเกิดมาหน้าตาดีบวกกับเสน่ห์ที่มีเหลือล้น ทั้งจากการทุ่มเท   คำพูดลูกเล่นลูกชนสารพัด  ที่สำคัญที่สุดกิริยามารยาทที่อ่อนน้อมเชื่อคำที่ผู้ใหญ่สอนมา   บี้สามารถเป็นได้ทั้งพระเอกและตลกในเวลาเดียวกัน    ใครจะไปคิดว่าน้องใหม่ในวงการจะมีโอกาสเล่นละครเวทีได้ในเวลาที่รวดเร็ว    


              นอกจากใบหน้าที่ดูดี   วาจาที่แหลมคม   และการครองตนแล้ว  อะไรที่ทำให้บี้มีผลงานล้นมือ  เมื่อครูภาทิพได้ดูเขาร้องเพลง    เวต อะ มินิต Wait a Minute   แล้วเขาก็สอนท่าเต้นให้กับคุณหนุ่ม กรรชัยในรายการราตรีสโมสร เมื่อคืนนี้  จึงถึงบางอ้อ..............


              เพลงทุกเพลงของบี้   จะเน้นการเต้น  การแสดงออกทางสีหน้าท่าทาง  และท่าเต้นจะสื่อความ  ไม่ใช่เพียงแค่เต้น     ท่าทางเหล่านั้นบอกความหมายตามคำพูด      ครูภาทิพนึกไปถึงผู้ฟังที่พิการทางโสตประสาท  ก็ย่อมรับความรู้สึกสนุกไปกับจังหวะเหล่านี้ได้    การสื่อด้วยสีหน้าท่าทางอย่างนี้ล่ะ   เรียกว่า   อวัจนภาษา      ส่วนคำร้องที่ บี้สื่อออกมาเราเรียกว่า   วัจนภาษา    วัจนะ ก็คือพจนา  หรือคำพูดนั่นเอง   ส่วน  อวัจนะ    อะ คือไม่  อวัจนะคือไม่พูด  ก็คือภาษาสีหน้าท่าทางนั่นเอง      ลองนึกท่าทางการเต้นของบี้ในเพลงเหล่านี้ดูนะคะ


                             จังหวะหัวใจ 

           แกล้งกันบ่อย ๆ อย่างนี้คงไม่ปล่อย คงต้องลอง ๆ ต้องคลิ๊กกันดูหน่อย  รักหรือจะหลอก เดี๋ยวรู้ไม่ต้องบอก ขอจับใจเธอหน่อยเต้นแรงแค่ไหน

           มาเล่นในใจฉันเต้นแบบนี้ ฉันว่าเธอก็มีอาการใช่ไหม  ใจมันเต้น มันเต้น เป็นจังหวะรัก แล้วเธอล่ะ อ่ะ เต้นจังหวะยังไง

 

                            Wait a minute
             Wait a minute รอหน่อยๆ อยากรับมากจริงๆ    ขอเวลาหน่อย นิดนึงๆ กำลังนึกคำอยู่

              Wait a minute รอก่อนๆ อย่าเพิ่งรีบวางหู    ฉันจะรีบบอกว่า I love U love U ที่เธอโทรมา

 

                             อยากขอสักคน (I Need Somebody)
                                 

               Love I need somebody love  อยากขอสักคนเพื่อ love
ให้หัวใจไม่ว่างงาน มีคนให้รักกัน มีคืนวันที่ดีด้วย

               Love I need somebody love อยากขอสักคนเพื่อ love
ให้หัวใจได้รักใคร มีบางคนที่แคร์ คนที่มีรักแท้คือใคร

 


                  ด้วยสีหน้าท่าทางที่แสดงออกมาในแต่ละเพลง จะไม่ให้เรียก  บี้  สุกฤษฏิ์  ว่าเจ้าพ่อแห่งอวัจนะภาษาได้อย่างไรกัน   จริงมะ?


ที่มาของเพลง  http://www.siamzone.com/music/thailyric/index.php?mode=artistlist&artist=!!bad5e920cad8a1c4c9aed4ec20c7d4e0c8c9e1a1e9c7
 ศึกษาความรู้เรื่องวัจนภาษาและอวัจนภาษาได้จาก
 http://www.pantown.com/board.php?id=13260&name=board7&topic=1&action=view

 

           วัจนภาษา เป็นการสื่อสารโดยใช้คำพูด เช่น การพูดวิทยุ เสียงร้องเพลงในเครื่องบันทึกเสียง การสนทนาที่ใช้แต่คำพูด ฯลฯ
การใช้วัจนภาษาในการสื่อสารควรพิจารณาในเรื่องต่อไปนี้

 

๑. ใช้วัจนภาษาให้ถูกต้องตามกฎเกณฑ์ของภาษา โดยคำนึงถึง 
          ๑.๑ ลักษณะของคำ ได้แก่ คำมูล คำประสม คำพ้อง คำทับศัพท์ คำสมาส คำสนธิ ฯลฯ

          ๑.๒ หน้าที่ของคำ ได้แก่ คำนาม คำสรรพนาม คำกริยา จนกระทั่งถึงคำอุทาน
          ๑.๓ ตำแหน่งของคำ ได้แก่ ประธาน กริยา กรรม คำขยาย
          ๑.๔ ความหมายของคำ ได้แก่ ความหมายตามตัว ความหมายเชิงอุปมา ความหมายแฝง

 

      ๒. ใช้วัจนภาษาให้เหมาะกับบริบทของภาษา โดยคำนึงถึง
            ๒.๑ กาลเทศะ ใช้คำให้เหมาะกับเวลาและสถานที่ที่ควรใช้
            ๒.๒ บุคคล ใช้คำให้เหมาะกับบุคคลที่แตกต่างกัน เช่น พระ คนธรรมดา ฯลฯ
            ๒.๓ โอกาส ใช้คำให้เหมาะกับช่วงเวลาที่ควรใช้ในจังหวะที่เหมาะสม


        อวัจนภาษา เป็นการสื่อสารโดยไม่ใช้คำพูด แต่ใช้สิ่งอื่นแทน ได้แก่

 ๑. อาการภาษา ได้แก่ กิริยาท่าทาง สีหน้า สายตา เช่น การจับมือ การยิ้ม การไหวไหล่ ฯลฯ
๒. ภาษาสัญลักษณ์ ได้แก่ สัญญาณต่าง ๆ เช่น สัญญาณไฟจราจร สัญญาณธง สัญญาณมือ
๓. สัมผัสภาษา ได้แก่ การสัมผัส เช่น จับมือ แลบลิ้น ลูบศีรษะ โอบกอด แตะไหล่
๔. วัตถุภาษา ได้แก่ ลักษณะทางกายภาพ เช่น เสื้อผ้า เครื่องประดับ ลายมือ การชมโทรทัศน์
๕. ปริภาษา ได้แก่ เสียงที่ได้ยิน เช่น ฟ้าร้อง ไฟปะทุแตก พลุ ไซเรน แตรรถ หวูดเรือ
๖. เทศภาษา ได้แก่ ช่องว่างหรือระยะห่างที่มองเห็น เช่น ระยะห่างของหญิงชาย พระกับสตรี คนกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์
๗. กาลภาษา ได้แก่ การสื่อความหมายโดยให้เวลามีบทบาทสำคัญ เช่น การมาก่อนเวลา ตรงเวลา หรือหลังเวลาที่กำหนด เสียงโทรศัพท์ในเวลาปกติ หรือยามวิกาล
๘. กลิ่นและรส สามารถสื่อความหมายได้ เช่น กลิ่นธูป กลิ่นบูดเน่า กลิ่นเหม็น กลิ่นหอม รสเปรี้ยว หวาน มัน เค็ม เผ็ด
๙. ภาพ สามารถสื่อความหมายได้ดี เพราะเห็นรายละเอียดชัดเจน
๑๐. สี สีทุกสีมีความหมายในตัวเอง เช่น สีแดงแสดงความร้อนแรง สีเขียวแสดงความอุดมสมบูรณ์
๑๑. ลักษณะของตัวอักษร การเขียนตัวอักษรบ่งบอกอารมณ์และอุปนิสัยใจคอของผู้เขียนได้

      ในชีวิตประจำวันของคนมักใช้อวัจนภาษาควบคู่กับวัจนภาษา เพื่อให้การสื่อสารเข้าใจเรื่องได้ชัดเจนและง่ายขึ้น

  http://www.pantown.com/board.php?id=13260&name=board7&topic=1&action=view

 

 

ความดีงามใดๆ ของบันทึกนี้ขอมอบเป็นเครื่องบูชาพระคุณของคุณพ่อคุณแม่และครูบาอาจารย์

             HOME   สมุดเยี่ยม