กิจกรรมกลุ่มบำบัด
กิจกรรมกลุ่มบำบัด(Activity Groups)
คือการบำบัดผู้ที่มีปัญหาทางจิต โดยการจัดกิจกรรมในหลายๆรูปแบบ
เป้าหมายในการทำกิจกรรมกลุ่มบำบัด คือ
กระตุ้นให้ผู้ป่วยมีการติดต่อสื่อสาร เสริมสร้างทักษะใหม่ๆ
การเพิ่มการเอาใจใส่ให้กล้าแสดงออก ให้มีการร่วมมือกัน แข่งขัน
แบ่งปัน จำนวนผู้ป่วยหรือสมาชิก 7-8 คน ระยะเวลาในการทำกลุ่ม 45นาที-
1 ชั่วโมง และต้องมีการตั้งกติกาของกลุ่ม
ซึ่งการทำกลุ่มจะต้องประกอบไปด้วย
-ผู้นำกล่ม มีหน้าที่
วางแผนการจัดกลุ่ม
ติดต่อประสานงาน
ร่วมคัดเลือก/ประเมินสมาชิกเข้ากลุ่ม
ดำเนินกลุ่ม
ประเมินผลกลุ่มและเสนอแนะ
-ผู้ช่วยผู้นำกลุ่ม มีหน้าที่
ช่วยเหลือผู้นำกลุ่มตามที่ผู้นำกลุ่มคกลงให้ช่วยเหลือโดยการแบ่งหน้าที่ในการทำงาน
-ผู้สังเกตการณ์ มีหน้าที่
สังเกตการดำเนินกลุ่ม
บันทึกการดำเนินกลุ่ม
ประเมินผลและเสนอแนะ
ขอบใจสำหรับความรู้เรื่องการทำกิจกรรมกลุ่มบำบัดนะเพระเราก็กำลังจะทำกิจกรรมกลุ่มบำบัดเหมือนกันวันนี้เรานำข้อตกลงในการทำกิจกรรมกลุ่มบำบัดมากเพิ่มเติมด้วย แต่ต้องพิจารณาตามความเหมาะสมกับกิจกรรมด้วยนะ
ข้อตกลงในการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่มบำบัด
1.ทำธุระส่วนตัวให้เรียบร้อยก่อนเข้ากลุ่ม
2.ให้ยกมือก่อนพูดทุกครั้ง
3.ไม่พูดแซงกัน
4.ถ้าญาติมาให้ญาติรอก่อน ถ้าแพทย์มาให้ไปพบได้
5.ห้ามออกจากกลุ่มก่อนได้รับการอนุญาต
6.ห้ามนำอุปกรณ์ในการทำกลุ่มออกนอกกลุ่ม
7.ไม่พูดจาหยาบคายหรือไม่สุภาพใดๆ ในขณะทำกิจกรรมกลุ่ม
8.ให้เกียรติสมาชิกทุกคนในกลุ่มและปฏิบัติตามข้อตกลงอย่างเคร่งครัด
9.ห้ามรับประทานอาหารก่อนจะปิดกลุ่ม
10.เก็บเรื่องที่คุยกันในกลุ่มเป็นความลับ ไม่เอาไปพูดเล่น หรือล้อเลียนนอกกลุ่ม
11.เก็บโต๊ะเก้าอี้ให้เรียบร้อยหลังทำกิจกรรมกลุ่ม
ข้อ 11 เนี่ยมาจากไหนหนอ ???
การทำกิจกรรมกลุ่มทำให้เรารู้อะนำตัวผู้ป่วยหลายๆด้านความคิดเราจะรู้ว่าตอนนี้เขาคิดอะไรอยู่ รู้สึกอย่างไร ในบางเราอาจไม่รู้เราก็ได้ การจัดกิจกรรมกลุ่มทำให้ผู้เข้าร่วมทำรู้สึกผ่อนคลายได้ จากที่ทำกลุ่มผ่านไปแล้วรุ้สึกว่าเราก็สามารถมีความสุขได้ถึงแม้เวลาจะไม่นานเท่าไร
การทำกิจกรรมกลุ่มทำให้เรารู้อะไรในตัวผู้ป่วยหลายๆด้านความคิดเราจะรู้ว่าตอนนี้เขาคิดอะไรอยู่ รู้สึกอย่างไร ในบางเราอาจไม่รู้เราก็ได้ การจัดกิจกรรมกลุ่มทำให้ผู้เข้าร่วมทำรู้สึกผ่อนคลายได้ จากที่ทำกลุ่มผ่านไปแล้วรุ้สึกว่าเราก็สามารถมีความสุขได้ถึงแม้เวลาจะไม่นานเท่าไร บางกิจกรรมอาจจะรู้ตัวตนนิสัยของเขาได้
ข้อวินิจฉัยการพยาบาลผู้ป่วยจิตเภท
-เสี่ยงต่อการทำร้ายตนเองและผู้อื่นเนื่องจากมีความคิดหลงผิด
วัตถุประสงค์
-เพื่อป้องกันการทำร้ายตนเองและผู้อื่นเนื่องจากผู้ป่วยมีอาการหลงผิด
เกณฑ์การประเมิน
- ผู้ป่วยยอมติดต่อสื่อสารกับพยาบาล เจ้าหน้าที่ หรือคนอื่น ๆ ในตึกได้
กิจกรรมการพยาบาล
1.ใช้สัมพันธภาพเพื่อการบำบัดโดยการทักทาย อยู่เป็นเพื่อน ชวนคุย ให้ข้อมูลที่เป็นจริง รักษาคำพูด และยอมรับโดยไม่ตำหนิในพฤติกรรมแยกตัวของผู้ป่วย การที่จะเข้าถึงผู้ป่วยนั้นต้องไม่เร่งรัด ต้องระลึกไว้เสมอว่าผู้ป่วยจะตกใจเมื่อเผชิญหน้ากับบุคคลอื่นโดยที่ผู้ป่วยไม่พร้อม ดังนั้นจึงไม่ควรเข้าใกล้ผู้ป่วยมากเกินไป ต้องรักษาระยะห่างให้พอเหมาะ เพื่อให้ผู้ป่วยเกิดความไว้วางใจ
2.กระตุ้นให้ผู้ป่วยได้ตรวจสอบพฤติกรรมตนเองร่วมกับให้ข้อมูลย้อนกลับของตนเอง เพื่อให้ผู้ป่วยรู้จักและเข้าใจตนเอง
3.กระตุ้นให้ผู้ป่วยมีสัมพันธภาพกับบุคคลอื่น โดยการจัดให้เข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม เพื่อให้ผู้ป่วยเรียนรู้ทักษะการสร้างสัมพันธภาพอย่างเหมาะ
4.ให้ positive reinforcement เช่น การสนับสนุน ชมเชย เมื่อผู้ป่วยสามารถติดต่อสื่อสารกับบุคคลอื่น เป็นการสร้างความมั่นใจและกระตุ้นให้ผู้ป่วยแสดงพฤติกรรมที่เหมาะสม
5.จัดสิ่งแวดล้อมให้เหมาะสมเพื่อพัฒนาทักษะการติดต่อสื่อสารที่ประสิทธิภาพ
โรคไบโพลาร์ (Bipolar)
เป็น 3 ประเภท
1.โรคอารมณ์คลุ่มครั่งสลับเศร้าประเภท 1 (Bipolar 1 Disorder)อารมณ์แบบผสมและเคยมีอารมณ์เศร้ามาก่อน
2.โรคอารมณ์คลุ่มครั่งสลับเศร้าประเภท 2 (Bipolar 2 Disorder) ไม่เคยมีอารมณ์เศร้ามา
3.โรคอารมณ์ไซโคลไธมิค(Cyclothymic Disorder)มีอาการเรื้อรังเป็นมา ไม่น้อยกว่า2 ปี
สาเหตุ
1.การทำงานผิดปกติของสมอง โดยมีสารสื่อนำประสาทที่ไม่สมดุลย์คือมีสารซีโรโทนิน (serotonin) น้อยเกิดไปและสารนอร์เอปิเนฟริน ( epinephrine) มากเกินไป
2.กรรมพันธุ์ เช่น พ่อหรือแม่เป็นโรคนี้ โอกาสที่ลูกจะเป็นมี 26%
3.ความเครียด
4.บุคคลิกภาพ เช่น ขี้กังวล ชอบคิดแง่ลบ ขาดความภูมิใจในตนเอง ชอบอยู่คนเดียว เป็นต้น
5.การดื่มสุรา เครื่องดื่มที่ผสมแอลกอฮอร์รวมทั้งเครื่องดื่มที่ประเภทคาเฟอีน
อาการ
โรคนี้จะมีอาการซึมเศร้า สลับกับความครื้นเครง อยู่ประมาณ 1-2 เดือน คนไข้จะหดหู่ ท้อแท้ เบื่อหน่าย ส่วนช่วงที่ครื้นเครง จะสนุกสนาน รีบเร่ง ไม่อยากหลับไม่อยากนอน อยากไปเที่ยว ชอบความเสี่ยง ถ้ามีใครมาหลอกก็จะเชื่ออย่างง่ายดาย แต่ถ้าขัดใจจะโมโหและโกรธ
โรคไบโพล่าร์เป็นโรคที่สามารถรักษาให้หายสนิทได้ คือหายกลับเป็นคนเดิมได้ แต่ไม่หายขาด วันดีคืนดีผู้ป่วยจะกลับมามีอาการอีก ในผู้ป่วยบางรายที่เป็นมาหลายครั้ง เป็นค่อนข้างถี่ หรือเป็นแต่ละครั้งรุนแรงมาก แพทย์อาจพิจารณาให้ยาต่อไปเรื่อยๆเพื่อป้องกันไม่ให้อาการกลับมาใหม่
การรักษา
1.ยา ยาที่ใช้รักษาโรคไบโพล่าร์ได้แก่ยาในกลุ่มยาควบคุมอารมณ์ (mood stabilizers), ยาแก้โรคจิต (antipsychotics), และยาแก้โรคซึมเศร้า (antidepressants)
2.การรักษาด้วยไฟฟ้า (ECT)ในกรณ๊ที่ผู้ป่วยเศร้ามาก พยายามฆ่าตัวตาย ใช้ยาอื่นไม่ได้ผล
3.การรักษาด้วยจิตบำบัด แบบทั้งรายบุคคล รายกลุ่มเพื่อให้ผู้ป่วยเข้าใจปัญหา ส่งเสริมการปรับตัวที่ถูกต้อง
6.การจักสิ่งแว้ดล้อมเพื่อการบำบัด
7.การใช้สัมพันธภาพเพื่อการบำบัด
ข้อวินิจฉัยการพยาบาล
1.ป้องกันอันตรายที่จะเกิดกับผู้ป่วย
2.บกพร่องสัมพันธภาพกับผู้อื่นเนื่องจากมีพฤติกรรมแยกตัว
3.เสี่ยงต่อการทำร้ายตนเองและผู้อื่นเนื่องจากมีความแปรปรวนด้านอารมณ์
การเข้ากลุ่มบำบัดบางเราก็ได้เห็นพฤติกรรมของสมาชิกหลายๆ คนที่เราไม่เคยเห็น เหมือนเค้าได้ผ่อนคลาย เเละบางทีก็อยากระบายในสิ่งที่เค้าคิด
จะอ่านให้หมดเลย
อ๋อ เข้าจัยแล้ว
ต้องการทำกิจกรรมบำบัดสำหรับผู้ป่วยจิตเภท
อยากทำเกี่ยวกับการใช้สี
ไม่ทราบว่ามีข้อเสนอแนะไหมค่ะ
ขอบคุณค่ะ
ทำกิจกรรมกลุ่มบำบัดอะไรดี
ลูกชายผมอายุ 19 ปี มีอารมณ์รุนแรงก้าวร้าว ปัจจุบันถึงขั้นทำร้ายแฟน. ขอคำแนะนำด้วยครับ. การทำบำบัดกลุ่มจะใช้ได้กับลูกผมไหมครับ. กลุ้ม และ เป็นห่วงลูกมากเลยครับ ช่วยผมด้วยนะครับ
ขอบพระคุณครับ
อภิชาติ
ผมฝากเบอร์ติดต่อกับ อีเมล์ไว้ด้วยนะครับ. [email protected]. 085-917-3959
ขอบพระคุณครับ
อภิชาติ
ได้รับเคสผู้ป่วย F20.0 ไม่รู้จะเขียนข้อวินิจฉัยยังไงค่ะ เพราะอาการผู้ป่วยดีขึ้น ไม่มีอาการหลงผิด หูแว่ว แล้ว ตอนนี้ผู้ป่วยแยกตัว ชอบอยู่คนเดียว แต่พอไปคุยด้วยผู้ป่วยคุยได้เหมือนปกติ