ได้เวลาและโอกาสไปส่งลูกชายฝึกงานที่เชียงราย >> แม่พาลูกและน้องสาวเถลไถลไปเรื่อยเฉื่อยหลังจากที่สามีแนะนำว่าให้โทร. หาพี่ชายที่เป็นลูกของลุงเพื่อปรึกษาการจ้างเหมารถนำเที่ยว  พี่บอกว่าไม่ต้องพี่จะพาเที่ยวเองแล้วก็ได้เวลา เช้าวันที่ ๗ มีนาคม ถึงสถานีขนส่งเชียงใหม่พี่ดำรงก็มายืนรอรับทักทายกันเสร็จแล้วก็พากันตะเวนหาร้านยาสถานที่ฝึกงานงวดที่ ๓ ของลูกชายจนพบ จากนั้นก็ตระเวนแอ่วเชียงใหม่  ครูพรรณาเคยเที่ยวเมืองเชียงใหม่เมื่อ ๔๕ ปีที่แล้ว  วันนี้จึงท่องเที่ยวแบบซ่าส์ๆ ฮาๆ  ตามประสาวัยซะรุ่นเด็กน้อย    เริ่มด้วยนมัสการครูบาศรีวิชัยกันก่อนแล้วก็ตักบาตรยามเช้า

 

                          

                            เมื่อ ๔๕ ปีที่แล้ว  ไม่มีบรรยากาศอย่างนี้

 

จากนั้นก็มุ่งหน้าสู่ดอยปุย

พี่น้องฮาและซ่าส์พอกัน

 

ชมความงามนะคะ....งานนี้นายเอ้จ๋อยไปเลย

 

แล้วก็ได้เวลาทำงานบ้านแยงไฟไว้ตีเหล็กควันไฟยังกรุ่นๆ

ทำความสะอาดซะหน่อย

ดอกเงี้ยวแสนสวยและอร่อยลิ้นที่วัดพระธาตุดอยสุเทพ

ใส่ในขนมจีนน้ำเงี้ยว...ตากแดดให้แห้งแล้วทอดรสชาติเหมือนพริกแห้ง

กินแล้วเรียกน้ำย่อยทำให้กินอาหารอร่อยขึ้น

ดอกกุหลาบที่พระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์ยังหอมเหมือนเดิม

 เสาไม้แกะสลักของชาวบ้านถวาย ...ทูลเกล้าถวายฯ ไว้ที่พระตำหนักภูพิงค์ฯ

( มีหลายต้น)

 

ตกค่ำที่ร้านอาหารขันโตก...ปอบผีฟ้าอาละวาดนายเอ้

ยามบ่ายองุ่นดำรสหวานเจี๊ยบราคากิโลกรัมละ ๕๐ บาท

แรกเห็นนึกว่าหมากหวดซะอีก

สตอเบอร์รี่กิโลกรัมละ ๘๐ บาท  ผู้ซื้อสามารถเลือกได้ดังใจ

กินซะจุใจเลย.....อยู่สุพรรณผลละเกือบ ๑๐ บาท

เชียงใหม่เที่ยวนี้ทุกอย่างเป็นธุรกิจที่แนบไว้ด้วยมิตรไมตรี คืนแรกพักที่เกรสเฮ้าส์ในราคาที่เป็นมิตรเพราะเจ้าของทำเองไม่มีค่าเช่ากิจการ จึงให้บริการในราคาที่แสนถูกแต่อำนวยความสะดวกด้วยบรรยากาศที่สงบเงียบทั้งๆ ที่อยู่ใจกลางเมืองเนื่องด้วยเจ้าของนิยมความสงบและมีจิตอาสาเคยไปช่วยงานที่วัดหนองสามพราน ที่จ. กาญจนบุรี ถึง ๔ ปี  วัดนี้รักษาผู้ป่วยโรคเอดส์  เหมือนกับวัดพระบาทน้ำพุ.....ฝรั่งที่นิยมความสงบมักมาพักที่นี่กันมาก ...เวลากลางคืนงดการดื่มกินและเอะอะเสียงดังในบริเวณที่พัก....เราจึงหลับกันแบบสบายใจไทยแลนด์

พรุ่งนี้เราจะออกเดินทางไปเที่ยวที่ อ. ปาย  จ. แม่ฮ่องสอน