หลายๆท่านที่รู้จักครูอ้อย  ก็มักจะนิยมชมชอบ  และเข้าใจว่า  ครูอ้อยเป็นหนึ่งในหลายๆคนที่ขยันหมั่นเพียร  จนกระทั่ง  ได้เกิด  ข้อคิด เตือนสติกับ เพื่อนพ้องพี่น้องเสมอว่า.....จงเอาเยี่ยงพี่  แต่อย่าเอาอย่างพี่

*****

วรรคแรกก่อน  ที่กล่าวถึง  จงเอาเยี่ยงพี่  เป็นกลุ่มคำที่เป็นบวก  เสมือนนำเสนอตนเอง  ให้ผู้อื่นรู้ว่า.....ตนดี  และมีคุณค่า  เหมาะสม  หรือสมควรแก่การเป็นตัวอย่าง  ในแนวทางการดำรงชีพ หรือ การดำเนินกิจการงานต่างๆได้ 

ส่วนวรรคหลัง  ที่กล่าวถึง  แต่อย่าเอาอย่างพี่  เป็นกลุ่มคำที่เป็น.....ลบ  เสมือนจะชี้แจง  แถลงข่าวว่า.....ตนไม่ได้ดี  ยังมีความบกพร่องผิดพลาดจนไม่น่าจะมารู้หรือสนใจ  ในการจะนำมาเป็นแบบอย่างได้

*****

คนเรา  ก็ต้องมีทั้งดีและชั่ว  ผสมอยู่ปะปนกันอยู่  ทั่วทุกผู้ทุกคน  สุดแล้วแต่  จะสำเหนียกในความดี  ความชั่ว  ประพฤติปฏิบัติ  ออกมาให้เห็นเป็นรูปธรรมได้มากกว่ากัน.....หรือเปล่า

บางคน  มีดีมาก  นำเสนอออกมามาก  .....ก็ได้รับการยกย่องสรรเสริญ

บางคนเป็นคนดีมาก  แต่.....ไม่มีโอกาสนำเสนอออกมาได้ชัดเจน  ประกอบกับพฤติกรรมที่ไม่ต้องการให้ผู้อื่นรู้.....ไม่มีโอกาสแสดงความดีให้ผู้อื่นรู้และเข้าใจได้

*****

เฉกเช่น.....ครูอ้อย  ที่มีพฤติกรรม  ใฝ่รู้ใฝ่เรียน อ่านเขียน  จนหลายๆคน ชมชอบ.....

แต่หารู้ไม่ว่า  ครูอ้อย  แบ่งเวลา  ที่มีอยู่เท่าๆๆกับท่านนั้น  ค่อนข้างจะเสียเวลาไปในทางที่ไม่เกิดประโยชน์ 

ไม่ค่อยได้มองตน  ว่า.....ศักยภาพ  เพียงพอหรือไม่  

น่าจะตริตรอง  ใคร่ครวญ  ทบทวนให้ดีก่อน.....ก่อนที่จะตัดสินใจทำอะไร 

บ่อยๆๆครั้งที่เป็นอย่างนี้.....  ใจดี  ชอบช่วยเหลือผู้อื่น  เสียจน  หาเวลาให้กับตัวเอง.....ไม่ค่อยได้ 

ดังนั้น  ทั้งหมดที่กล่าวมานี้  จึงเป็นที่มาของ กลุ่มคำว่า.....จงเอาเยี่ยงพี่  แต่อย่าเอาอย่างพี่.....

เข้าใจแล้วนะคะ