ข้อสำคัญถ้าพูดถึงมาตรการทางสังคม ที่จะช่วยเขาได้ก็คือ
-
ผมเชื่อว่า การตรวจเฝ้าระวัง เป็นเรื่องสำคัญที่สุด เพราะเราไม่มีปัญญาตามไปรักษาทุกคนได้ ถ้ามุ่งเน้นแต่การรักษา ผมว่าเราแพ้ตั้งแต่ต้นแล้ว
-
อีกอย่างหนึ่ง ต้องกระตุ้นความร่วมมือของครอบครัว ถ้าสมาชิกในครอบครัวมีความสัมพันธ์ที่ดี เราดูแล้วว่า เขามีความสัมพันธ์ที่ดี มีหลานที่คอยเอาใจใส่ มีลูกที่ดูแลดี ผมเชื่อว่า ทุกคนพร้อมที่จะร่วมมือให้ผู้ป่วยสูงอายุ มีชีวิตในบั้นปลายที่มีความสุข
-
ถ้าผู้ป่วยไม่มีความจำเสื่อม ยังสามารถคุยกันได้รู้เรื่องดี ให้เน้นการส่งเสริมการรวมกลุ่มผู้สูงอายุ ให้มาอยู่รวมกัน เพราะเขาจะเกิดการเปรียบเทียบ
... สังเกตจากที่ให้ผู้ป่วยสูงอายุ 2 กลุ่ม มาหัดแปรงฟันด้วยกัน คนที่ทำไม่ได้ เขาจะมองอย่างอิจฉาว่าทำไม่เขาทำไม่ได้ และมันจะเกิดแรงบันดาลใจว่า เขาจะพยายาม การรวมกลุ่มเป็นเหมือนกับการพยายามทำให้เกิดการเปรียบเทียบ แต่ไม่ได้เปรียบเทียบในแง่ของการทำให้ท้อแท้ เปรียบเทียบในแง่ของการกระตุ้นให้วัยเดียวกันยังสู้ไหว เราก็ต้องสู้ได้เหมือนกัน -
การรักษาทางทันตกรรมที่จำเป็น ให้เน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ
... เพราะว่าบ่อยครั้ง พอเราเน้นว่าจะทำอะไรไปเยอะๆ บางทีมันเกินความต้องการของผู้ป่วยก็มี ต้องถามเขาก่อน แนะนำเลย
... ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม อย่าตัดสินใจในความคิดของเรา ว่าเราเห็นว่า วิธีการแบบนี้เหมาะที่สุดแล้วสำหรับผู้ป่วย เราต้องดูด้วยว่าผู้ป่วยเขารับวิธีการของเราได้มากน้อยแค่ไหน บางคนเขาบอกว่า เขาทำไม่ได้หรอก ฟันซี่นี้เขาไม่เก็บหรอก เขามาไม่ได้ เขาอ้าไม่ได้ ถึงแม้เขาจะเสียดายฟันแค่ไหน แต่ในระยะยาว ผมเชื่อว่า มันจะต้องถอนอยู่ดี
เพราะฉะนั้น ดูในแง่ของการพูดคุยให้เหมาะสม เพราะผู้ป่วยแต่ละคน การกรับเปลี่ยนแผน ผู้ป่วยไม่ใช่ทุกคนจะเหมือนกันหมด มันมีความแตกต่างในแง่ของบริบทของสังคม วัฒนธรรมที่ต่าง ครอบครัวที่ต่าง ความรักที่ได้รับจากคนในครอบครัวก็ต่าง เพราะฉะนั้น ถ้าคิดเหมือนกันทุกคน คงเป็นไปไม่ได้ ถ้าเราไม่มีเวลาที่จะลงไปทำ เจาะลึก ในแบบนั้น ให้เน้นเรื่องกิจกรรมชุมชนเอาไว้ จะช่วยได้เยอะ
รวมเรื่อง สุขภาพช่องปากที่สัมพันธ์กับโรคทางระบบ