กลุ่มอาสานี้เข้ามาปลูกป่าจากการเข้ามาอ่านบทความของฉันในGOTOKNOW

การปลูกป่าชายเลนเป็นศิลปะอย่างหนึ่ง

ที่ผู้ปลูกต้องร้อยใจลงไปด้วยในขณะปลูก

ทุกย่างก้าวบนเลนล้วนต้องมีสติกำกับ

รับรู้สัมผัสที่เท้าเคลื่อนไปข้างหน้า

ประคองตัวเมื่อมีคลื่นทะเล

หาจังหวะที่คลื่นกลับลงทะเลก้มลงไปปักฝักโกงกาง 

ใช้มือห่อดินเข้าหาฝัก เงยหน้าให้ทันเมื่อคลื่นซัดกลับเข้ามา

และใช้เท้ากดดินที่เพิ่งห่อ

จังหวะน้ำซัดเข้ามาเป็นระลอกคลื่นเล็กๆ

เราจะสัมผัสถึงดินเลนที่ดูดเบาๆ

บริเวณที่เท้าเราเหยียบดินที่โคนฝักโกงกาง เกิดความแน่นขึ้น

เมื่อน้ำลงช้าๆ ฝักโกงกางฝึกการทรงตัว ฝึกประคองตัว

แต่ไม่หลุดออกมายกเว้น

ผู้ปลูกสักแต่ปลูกๆ ฝักก็จะถูกกระแสน้ำ

และคลื่นซัดลอยขึ้นมา  ต้องเสียเวลาปลูกใหม่

ระยะเวลาช่วงที่น้ำยังไม่เกิด แปลว่าน้ำขึ้นลงในปริมาณไม่มาก

 สามารถเดินลงไปในทะเลที่น้ำลดได้ไกลเกือบๆ 600 -700 เมตร

ก่อนจะถึงบริเวณน้ำเขียวซึ่งจะลึกมาก

 และบริเวณที่น้ำลงเองเป็นที่ที่เกิดของหอยพิมพ์

หอยที่มีราคากิโลกรัมละ 15 -20 บาท

และเมื่อทำเป็นหอยแห้งจะมีมูลค่าเพิ่มถึง 550-700 บาท

ขึ้นอยู่กับความสมบรูณ์ของหอยพิมพ์ดังกล่าว 

 และบริเวณริมเลที่เคยท่วมนี้บางหย่อมก็อาจเพียงแค่แฉะๆเท่านั้น

 แต่บางหย่อมอาจมีน้ำขังสูง

ซึ่งก็เป็นช่วงจังหวะที่ดีที่ฝักโกงกางจะได้งอกราก

 ชอนไชไปตามรูดิน ยึดเกาะผืนดิน เกาะซากหอยไว้

และเติบโตแตกใบรวดเร็ว

รองผอ.นายอำนาจ กำลังคัดเลือต้นกล้าที่แข็งแรง

เพื่อส่งให้น้องนักศึกษาจาก VBAC ปลูกลงในคูรอบโรงเรียน

ต่างจากการปลูกโดยการนำต้นอ่อนที่เพาะชำไว้มาปลูก

เพราะสภาพแวดล้อมที่จะส่งผลให้ต้นกล้าเติบโตมันต่างกัน คือ

  ต้นกล้าที่เพาะในถุงดำจะอาศัยการเพาะเหมือนต้นไม้ทั่วๆไป

การให้อาหารคือรดน้ำลงไป

หรือวางถุงดำบริเวณที่มีความแฉะชื่น

เมื่อฝักเริ่มแตกใบ และเป็นต้นกล้าแล้วจะมีรากออกมา

รากที่งอกออกมานี้ มิได้งอกในสภาพที่น้ำทะเลขึ้น ลง

และไม่มีโอกาสสัมผัสคลื่น

ดังนั้นเมื่อ ปลูกต้นกล้าเหล่านี้ลงบนผืนทะเล

หรือบริเวณผืนดินที่เตรียมไว้ จะต้องมีไม้รวกเล็กๆ ช่วยพยุง

เพราะรากที่งอกออกมาแล้วจะชะงักการเติบโตชั่วขณะ

และรอรากใหม่งอกออกมาสัมผัสดินเอง

กว่าต้นกล้าจะฟื้นตัว ปรับตัวให้เข้ากับทะเลได้

ก็ใช้เวลาพอสมควร อาจเป็น 1 สัปดาห์ หรือ 2 สัปดาห์

แล้วแต่สภาพความแข็งแรงของต้นกล้า

การเพาะปลูกลักษณะนี้จะทำในกรณีที่ผืนป่าอยู่ห่างจากทะเล

ซึ่งต่างจากวิธีปักฝักลงดิน

การปักฝักลงดินยังได้ผลเร็วกว่า

แต่ควรรู้จังหวะคลื่น ศึกษาสภาพน้ำขึ้นน้ำลง

 สภาพพื้นที่เพื่อให้ได้ผลเร็วดี

โดยปกติแล้วเขาจะนิยมปลูกลงบนผืนดินที่ติดทะเล

มีกำบังจากเขื่อน หรือแนวป่าบ้าง จะได้ผลดี

มีภาพมาให้ชมนะคะ

บริเวณที่เห็นนี้คือดินงอกอันเกิดจากคะยอ

หลังจากมันจมทะเลไปแล้ว และทะเลก็ไม่ใจร้ายเกินไป

คงแค่เพียงอยากสั่งสอนให้รู้ธรรมชาติว่า

โกงกางเป็นบ้านของสัตว์น้ำ..อย่าไปทำลาย (ฉันคิดเองนะ)

หากทะเลยังคงเกิดคะยอและหอบหิ้วเอาคะยอกลับมายังฝั่ง

เรายังรักษาผืนดินเหล่านี้ได้แม้ทีละน้อยๆ

ด้วยการเร่งปลูกป่าโกงกาง เพียงไม่นาน

ผืนดินนี้จะถูกต่อกันเหมือนต่อจิ๊กซอว์(Jigsaw )

ภาพที่มีโกงกางร้อยเรียงเป็นป้อมปราการ

โอบกอดผืนดินผืนนี้ไว้ ...แล้วเราจะได้แผ่นดินตรงนี้กลับมา!

สภาพผืนดินแหว่งๆวิ่นๆที่เห็น

เป็นผลจากการดักเซาะของน้ำทะเล

รวมทั้งสภาพบ้านครึ่งตึกครึ่งไม้หลังนี้

ซึ่งเดิมอยู่ห่างจากทะเลเป็นกิโลเมตร

บัดนี้ เจ้าของได้ย้ายหนีขึ้นไปปลูกบนที่ดอนกว่า

ประมาณเกือบๆกิโลเมตร

ซึ่งบริเวณนี้เป็นบริเวณที่เราตั้งเป้าหมายไว้ว่า

เราจะปลูกโกงกางแบบเล่นจิกซอว์(jigsaw)

หากเป็นจิ๊กซอว์ป่า (Jigsaw Forest)

เติมเต็มผืนดิน(ฉันพูดเองอีกแล้ว)

แข่งกับการกัดเซาะของน้ำทะเลค่ะ มาแข่งกับเราไหมคะ ?

 

ดอกสีชมพูใบอมน้ำนี้เรียกผักเบี้ยค่ะ ใช้เลี้ยงหมูได้ค่ะ

ภาพดอกเล็กมาก ฉันขยายภาพให้ใหญ่

เพื่อจะได้เห็นความงามที่ซ่อนเร้นอยู่

 ของจริงเล็กมากขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางไม่เกินครึ่งนิ้ว(สำหรับที่นี่)

ดอกสวยดี เป็นดอกไม้ชนิดเดียวที่เห็น ในหมู่บ้านนี้

"บ้านชายทะเลรางโคกขาม

คุณสุนทรหรือป๋าหนุ่ยของเด็กๆ กำลังแจกฝักโกงกางให้ผู้ปลูกป่า

เด็กๆส่วนหนึ่งของกองทัพมดที่เคยรับผลกระทบ

จากการกัดเซาะของทะเล

จนต้องอพยพถอยร่นเข้าหาฝั่งพร้อมกับครอบครัว

 อยากรู้ว่าพวกเขาคิดอะไรอยู่

และนี่เป็นการเริ่มรวมตัวของเด็กๆเพื่อเตรียมการช่วยเหลือ

และให้บริการความสะดวก

รวมทั้งแนะนำการปักฝักโกงกางลงทะเล

ให้กับคณะนักปลูกป่าจากบริษัทไทยรวมสิน

 

ทั้งตากล้อง และคนปลูกต่างปลูกเหมือนกัน

แต่ปลูกคนละเรื่องเดียวกัน อิอิ

ต้นพ่อพันธุ์โกงกาง ที่เหลือน้อยเพราะโดนทะเลกัดเซาะ

หรือถูกตัดทำลายเพื่อเอาลำต้นไปทำฟืน

ไม้โกงกางเป็นไม้ที่ทำฟืนในระดับคุณภาพดีเลิศค่ะ

ผจก.บริษัท  ..คุณเกรียงชัย นิมมานสวัสดิ์ บอกว่า

 ....สงกรานต์ ผมจะมาปลูกอีกครับครูต้อย....

ลัน ลัน ล้า ฮิ๊ววววววว....โห่....ไชโย

วันนี้เกิดประโยชน์ 4 ประการคือ

(ฉันประเมินร่วมกับทีมงานและผู้มาปลูกป่าเอง)

1.ทุกคนได้บุญที่ช่วยเติมเต็มผืนแผ่นดินไทย ที่จ.สมุทรสาคร

2.ทุกคนได้ร่วมปลูกบ้านให้มัจฉา และให้สัตว์น้ำมีที่อยู่อาศัย

3.ทุกคนได้ช่วยกันรักษาหมู่บ้านชายทะเลรางโคกขาม

4.ทุกคนได้ช่วยกันสร้างแนวกำบังน้ำทะเลกัดเซาะ

เราต่างทำเพื่อถวายพ่อหลวงค่ะ  

...เด็กน้อยบอกว่า ช่วยให้พวกผมมีรายได้

จากการเก็บฝักโกงกางครับ เอิ๊ก..เอิ๊กก

และที่แปลกคือ

กลุ่มอาสานี้เข้ามาร่วมกิจกรรมปลูกป่า

และสนใจอยากลดภาวะโลกร้อน

จึงได้ค้นคว้าหาข้อมูล

และเราเจอกันเพราะมี GOTOKNOW เป็นสื่อค่ะ

ขอบคุณค่ะ