การเติมเต็มชีวิต..ด้วยวิถีพอเพียง

 

 

                                      

 

   หนังสือถอดบทเรียนเศรษฐกิจพอเพียง เล่มที่ ๑๓  เป็นของโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์นางรอง จังหวัดบุรีรัมย์  จัดทำโดย สรส. ด้วยความสนับสนุนของ ธนาคารไทยพาณิชย์ ฯ เป็นการถ่ายทอดประสบการณ์ในการพัฒนาการจัดการเรียนการ  สอน ปลูกฝังหลักคิดให้แก่เด็กด้อยโอกาส ๑๐ ประเภท( เด็กที่มีปัญหาถูกบังคับขายแรงงาน เด็กที่อยู่ในธุรกิจบริการทางเพศ เด็กที่ถูกทอดทิ้ง เด็กที่อยู่ในสถานพินิจคุ้มครองเด็กและเยาวชน เด็กเร่ร่อน เด็กที่ได้รับผลกระทบจากโรคเอดส์ เด็กชนกลุ่มน้อย เด็กถูกทำร้ายทารุณ เด็กยากจน และเด็กที่มีปัญหาเกี่ยวกับยาเสพย์ติด )ให้สามารถสัมผัสผลของการพึ่งตนเอง และได้ซึมซับ จนเกิดศรัทธาในวิถีชีวิตพอเพียง ที่จะเป็นประโยชน์ในการประกอบอาชีพหลังจากจบการศึกษาแล้ว เพราะนักเรียนส่วนใหญ่ไม่มีโอกาสได้เรียนต่อ เนื่องจากมีปัญหาด้านทุนทรัพย์ ซึ่งโรงเรียนได้ดำเนินการอย่างเป็นขั้นเป็นตอน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่กล่าว ดังนี้

         * ตั้งวิสัยทัศน์ ของโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์นางรองคือ บริหารแบบมีส่วนร่วม ให้ผู้เรียนมีคุณธรรมนำวิชาการ เด่นการงานอาชีพ สืบสานความเป็นไทย ปรับใช้   เทคโนโลยี่ มีชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงอย่างยั่งยืน


 

        * ขั้นตอนการทำความเข้าใจในหลักของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ด้วยการจัดอบรมคณะครูเกี่ยวกับการเขียนแผนการเรียนการสอน ที่มีการบูรณาการหลักของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ทั้ง ๘ กลุ่มสาระวิชา และส่งคณะครูเข้ารับการอบรมวิธีการเขียนแผนการสอน การประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางต่างๆของโรงเรียนทั้งสื่อและแผ่นพับ


 

        * ขั้นตอนการประยุกต์ใช้ ด้วยการวิเคราะห์ผ่านกระบวนคิดหลักของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ลงสู่กิจกรรมโครงงานของนักเรียนต่างๆ ที่ได้มีการวางแผนการทำงานร่วมกัน ด้วยความรู้ทั้งทางทฤษฏีและการปฏิบัติจริง ด้วยคุณธรรมแห่งความสามัคคี ความเพียรอดทน เช่น


 

           - ธนาคารผัก เป็นกิจกรรมให้นักเรียนปลูกผักหลากหลายประเภทตามที่นักเรียนชอบ เพื่อส่งขายหารายได้จากโรงครัวสำหรับบริโภค อย่างสม่ำเสมอตามฤดูกาล โดยกำหนดให้นักเรียนแต่ละเรือนนอน รับผิดชอบในลักษณะการทำงานเป็นทีม ดูแลแปลงผักครบวงจร ตั้งแต่การถางหญ้า เตรียมดิน เตรียมต้นกล้าใส่ปุ๋ย รดน้ำ ฯลฯ ทั้งนี้ต้องมีการคิดวิเคราะห์เพื่อวางแผนปริมาณที่เหมาะสมในการปลูกผัก ให้มีความพอดี ไม่มากน้อยเกินไป ตามความต้องการของโรงครัว และเพื่อขายแก่ชุมชน


 

          - การทำปุ๋ยหมักชีวภาพ ปุ๋ยอินทรีย์ และน้ำยาสมุนไพรไล่แมลง เพื่อใช้รดแปลงผักให้งอกงามโดยปลอดสารพิษ ปริมาณปุ๋ยที่ผลิตขึ้นจากมูลสัตว์เศษขยะอินทรีย์ และแกลบในวงจรของการเกษตรในโรงเรียน มีปริมาณมากพอทั้งเพื่อใช้เองในโรงเรียนและขายแก่ชุมชน เพื่อหารายได้ เป็นการดำเนินงานอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการและเป็นการฝึกอาชีพสำหรับอนาคตด้วย 


 

          -   การจัดทำบัญชีต้นทุน/กำไร บันทึกรายรับรายจ่ายทุกขั้นตอนของการทำกิจกรรมธนาคารผักและปุ๋ย เพื่อฝึกการเรียนรู้ด้านการเงินอย่างครบวงจร


 

             น้องสุชาติ แก้วมี นักเรียนชั้น ม. ๕ ได้เล่าว่า


 

        " ผมและเพื่อนๆ ได้เรียนรู้การทำปุ๋ยอินทรีย์จากครูสอิ้งที่รับผิดชอบด้านวิชาเกษตร ประกอบกับโรงเรียนมีเงินกองทุนให้กู้ไปทำกิจกรรมหารายได้ จึงร่วมกับเพื่อนๆอีก ๓ คนทำโครงการปุ๋ยอินทรีย์ เพื่อจำหน่ายตามเรือนนอนที่รับผิดชอบธนาคารผัก ซึ่งขาดแคลปุ๋ยต้องไปซื้อจากข้างนอกในราคาแพง แต่เราจะเสนอขายในราคาที่ต่ำกว่ามาก เราได้รับอนุมัติเงินจำนวน ๒,๐๐๐ บาทตามโครงการปุ๋ยที่ทำเสนอโรงเรียน สามารถขายได้ดีไม่ขาดทุนในช่วง ๒ ปีที่ผ่านมา...."


 

         - โรงสีข้าวของโรงเรียน เพื่อฝึกนักเรียนในขั้นตอนการสีข้าวเปลือกเป็นข้าวสารที่โรงเรียนซื้อข้าวเปลือกมาสีเอง และได้เรียนรู้ว่าสิ่งที่เหลือ เช่น รำและปลายข้าว สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อีกในการเลี้ยงปลาและหมู..


 

         - บ่อเลี้ยงปลา และโรงเรือนเลี้ยงหมู นักเรียนช่วยกันเลี้ยงปลาดุก และเลี้ยงหมูโดยใช้อาหารส่วนหนึ่งคือเศษข้าวสุกจากโรงครัวผสมรำข้าวจากโรงสี เป็นการฝึกให้นักเรียนเห็นการเกื้อกูลกันระหว่างกิจกรรมเหล่านี้..


 

        - ธนาคารโรงเรียน เป็นการบริหารจัดการโดยนักเรียน มีคณะครูเป็นที่ปรึกษา เปิดทำการทุกวันอังคารและพฤหัสบดี โดยดำเนินการรับฝากเงินของนักเรียนซึ่งมีบัญชีเป็นของตนเอง ทั้งนี้ แม้ว่าตามกฏของโรงเรียน นักเรียนประจำทั้งหมดจะต้องมีบัญชีเงินฝากไม่ต่ำกว่าบัญชีละ ๕๐ บาทอยู่แล้ว แต่กลับเป็นผลดีที่เป็นช่องทางฝึกให้นักเรียนรู้จักการออม นักเรียนมักนำรายได้จากกิจกรรมอาชีพที่กล่าวข้างต้น นำมาฝากไว้อย่างสม่ำเสมอ และเมื่อยามจำเป็นในการซื้ออุปกรณ์การเรียน สามารถเบิกถอนมาใช้โดยไม่ต้องรบกวนผู้ปกครอง....


 

       - ถอดรหัสความพอเพียง ด้วยสภาพของโรงเรียนประจำกินนอน ครูและนักเรียนจึงมีเวลาอยู่ด้วยกันานกว่าโรงเรียนไปมา ในช่วงเย็นก่อนเข้านอน ครูประจำเรือนนอนแต่ละหลังจะชวนนักเรียนนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาวิเคราะห์ประเด็นต่างๆ โดยใช้กิจกรรมที่นักเรียนดำเนินการไปแล้วมาเป็นตัวอธิบาย รวมทั้ง การวิเคราะหปัญหาในการทำกิจกรรม และร่วมกันคิดหาทางออกที่เหมาะสม....


 

          ผลการดำเนินงานที่กล่าวของโรงเรียน จึงเป็นการบ่มเพาะต้นกล้าใหม่ ให้มีความพร้อมที่จะออกไปเผชิญโลกภายนอกอย่างเข้มแข็ง มีภูมิคุ้มกันที่จะต่อสู้อุปสรรคด้วยกระบวนคิดที่เป็นระบบ และเป็นคนดีของสังคมต่อไป....

โปรดติดตามอ่านรายละเอียดได้ที่ :

http://www.scbfoundation.com/news_publish_detail.php?cat_id=6&nid=321

 


 

                                       -------------------------------