ชาวนาเก่ง....ทำให้ผู้อื่นรวยขึ้น ๆ

            ในวันที่  18  มีนาคม เห็นว่ารัฐบาลจะอนุมัติงบตามโครงการชุมชนพอเพียง หรือ SML  เดิม หรือ  พพพ. เดิม ให้บ้านที่มีความพร้อมเบี้องต้น  8,000  หมู่บ้าน จาก  กว่า  80,000  หมู่บ้านทั่วประเทศ  ในช่วงสัปดาห์นี้ วันอังคารที่ 10  และพฤหัส ที่  12  ได้มีโอกาสเข้าร่วมประชุมกรรมการบริหารศูนย์เกษตรประจำเดือน ของศูนย์ตำบลคอนฉิม และตำบลแวงใหญ่  และได้มีโอกาศเป็นวิทยากรอบรมตามโครงการพักชำระหนี้เกษตรกร ตามนโยบายรัฐบาลของ ธกส. และ อบรมเศรษฐกิจพอเพียง ของศูนย์ปราชญ์ชาวบ้าน ให้ให้ข้อคิดเพื่อสะกิดใจแก่ผู้เข้าอบรมว่า  ข้าวเปลือก  1  เมล็ด  ต้องใช้เวลาปลูกกี่วัน  ได้รับคำตอบว่าแล้วแต่ชนิดข้าว  ว่าเป็นข้าวนาปรัง  หรือนาปี  แต่โดยเฉลี่ยประมาณ  120  วันแล้วถามต่อไปว่า  ชาวนาใช้เวลา  120  วัน ปลูกข้าวได้ข้าวเปลือก  1  กิโลกรัม  ปลูกแล้วเอาไปไหน  คำตอบ บอกเอาเก็บไว้กิน  โดยสีเป็นข้าวสารกิน......ส่วนที่เกินเก็บไว้กิน  เอาไปขายให้พ่อค้า  ให้โรงสี  จึงถามต่อไปว่า  โรงสีเขาใช้เวลา  สีข้าวเป็นข้าวสาร  1  กิโล  กี่วัน  คำตอบคือ  ไม่ถึง  1 นาที่  จึงถามต่อไปว่า ข้าวเปลือกหอมมะลิเราขายให้โรงสี ก.ก. ละ กี่บาท  ....15   บาท สูงสุดแล้ว  แต่พ่อค้าเขาขายข้าวสารให้เราโลละกี่บาท      ...30   บาท ครับ.........

                             แล้วรู้หรือยัง ว่าเหตุใด พ่อค้าจึงรวย   โรงสีจึงรวย  ..รู้แล้วครับ  เพราะเขาใช้เวลา 1 นาทีเขาได้กำไร  15  บาท/ก.ก.   เราใช้เวลา  120  วันได้  15  บาท

                             สรุปว่า  พวกเราชาวนาเก่ง  ทำให้ผู้อื่นรวยขึ้น ๆ  ตัวเองก็จนขึ้น ๆ  แล้วพวกเราไม่อยากรวยเองบ้างหรือ  หรือรวยแล้วจะทำตัวลำบาก    ไม่อยากรวยครับ แต่อยากพออยู่พอกินตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง    มีแนวทางอย่างไร.....บอกหน่อย

                             บอกไม่ได้...ให้คิดเอง ทำเอง  ร่วมกันทำด้วย  คิดดูสิ  พ่อค้า  โรงสี เขาสีข้าว  เราสีข้าวได้ไหม ไม่มีโรงสี ก็ซื้อมาซิ เขามีขายอยู่   ไม่มีเงิน  ก็คุยในเวทีประชาคมเสนอเป็นแผนชุมชน สิ งบรัฐบาลกำลังลงมา  2 เท่า SML เป็นบ้านละ  5  แสน   6  แสน  ได้ทั้งโรงสี แค่ ไม่เกิน  2 แสน ( โรงสีข้าวกล้องนะ)  เพื่อสุขภาพ  จะได้ทำข้าวกล้องงอกกินด้วย  ข้าวฮางด้วย    ที่เหลือ สร้างฉางสำรองข้าว เงินทุนซื้อข้าวหมุนเวียนก็ได้  เงินทุนที่เพิ่มมาแต่ละปีก็มาหมุนเวียนซื้อข้าวสำรองไว้ ช่วงต้นฤดู แล้วนำเข้าจำนำในนามหมู่บ้านตามนโยบายรัฐบาล  ถ้าแต่ละบ้าน/ชุมชนทำได้แบบนี้  จะเป็นชุมชนพอเพียงตามโครงการแน่นอน  มชนพึ่งตนเองได้ เข้มแข็ง เฉลี่ยความรวยจากพ่อค้าได้  ...แน่    เออ...น่าคิด นะ