หลังจากที่ทุกท่านได้อ่านบทความก่อนหน้านี้ก็อยากเห็นผลการวิเคราะห์ของทีมวิทยากรกระบวนการว่ามีความคิดเห็นอย่างไรบ้าง ลองติดตามอ่านดูคะ
สรุปผลการดำเนินการจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้บูรณาการการทำงานเชิงรุก “งานสร้างเสริมคุณภาพชีวิตคนทำงานในองค์กร” ครั้งที่ 2 วันพุธที่ 21 มกราคม 2552 ระหว่างเวลา 13.00 – 16.30 น. ณ ลานสร้างสุข ชั้น 35 ของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
สรุปผลการดำเนินงาน
มีการจัดประชุมเตรียมงานระหว่างผู้รับผิดชอบโครงการ และคณะวิทยากรกระบวนการ เพื่อร่วมกันออกแบบเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้บูรณาการการทำงานเชิงรุก “งานสร้างเสริมคุณภาพชีวิตคนทำงานในองค์กร” เหมือนครั้งที่ 1 และผู้รับผิดชอบโครงการได้ติดต่อประสานงานกับองค์กรภาคเอกชนที่สนใจเข้าร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในเวทีครั้งนี้ พร้อมขอความอนุเคราะห์แต่ละองค์กรในการให้ข้อมูลตามข้อคำถาม จำนวน 3 ข้อ คือ (1) ท่านมีแนวคิดในการส่งเสริมคุณภาพชีวิตคนทำงานอย่างไร (2) นโยบาย หรือ แนวทางอะไรบ้างในองค์กรของท่าน ที่ท่านดำเนินการไปแล้วในการส่งเสริมให้เกิดองค์กรสุขภาวะ และ (3) ท่านคิดว่าองค์ประกอบหรือปัจจัยใดเป็นส่วนสำคัญในการส่งเสริมให้เกิดองค์กรสุขภาวะ (ความเป็นผู้นำ (Leadership) นโยบาย (Policy) แกนนำ (Core Group) สภาวะแวดล้อม โดยมีองค์กรที่ให้ความร่วมมือส่งข้อมูลกลับมาเพื่อใช้ประกอบการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในเวทีที่จัดขึ้น จำนวน 24 องค์กร ดังนี้
1. บริษัท Big C Supercenter จำกัด (มหาชน)
2. บริษัท Osotspa จำกัด
3. Royal Orchid Sheraton Hotel & Resources
4. บริษัท Somboon Advance Technology จำกัด (มหาชน)
5. โรงพยาบาลศรีวิชัย 3 อ้อมน้อย
6. บริษัท เอเชียน มารีน เซอร์วิสส์ จำกัด (มหาชน)
7. บริษัท ควอลิตี้ คอฟฟี่ โปรดักท์ส จำกัด
8. บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน)
9. บริษัท นันยางการทออุตสาหกรรม จำกัด
10. บริษัท ประสิทธิ์พัฒนา จำกัด (มหาชน) (โรงพยาบาลพญาไท)
11. บริษัท พรอคเตอร์ แอนด์ แกมเบิล แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด
12. บริษัท พี.ซี.โปรดักส์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
13. บริษัท ล็อกซเล่ย์ จำกัด (มหาชน)
14. บริษัท สหสินไทย ค้าวัตถุก่อสร้าง จำกัด
15. บริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล แลบบอราทอรีส์ จำกัด
16. บริษัท ฮิตาชิ โกลบอล สตอเรจ เทคโนโลยีส์ (ประเทศไทย) จำกัด
17. บริษัท กรีนสปอต จำกัด
18. บริษัท ทีวี ไดเร็ค จำกัด
19. บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน)
20. บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)
องค์ที่ร่วมสังเกตการณ์
1. สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า)
2. สมาคมการจัดการงานบุคคลแห่งประเทศไทย
3. บริษัท เดอะ ทรีเวิลด์ส ครีเอเตอร์ จำกัด
4. บริษัท Asia Pacific Innovation Center จำกัด
สารสนเทศที่ได้รับจากแต่ละองค์กรจะสะท้อนวัฒนธรรมองค์กร และการเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ มีการจัดการความรู้เป็นแบบฉบับเฉพาะของตนเอง ถือเป็นองค์กรต้นแบบที่สำคัญให้กับองค์กรหรือภาคส่วนต่าง ๆ ต่อไป ในรายละเอียดแต่ละองค์กรได้จัดทำเป็นเอกสารประกอบการจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ฯ ครั้งที่ 2 ในวันที่ 21 มกราคม 2552 นอกจากนั้นยังดำเนินการเผยแพร่เพื่อให้เครือข่ายอื่นได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้
ผลของการจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ฯ ครั้งที่ 2 ในวันที่ 21 มกราคม 2552 ใช้เวลาในการดำเนินกิจกรรมเวที ระหว่างเวลา 13.00– 16.30 น. มีผู้เข้าร่วมเวทีในครั้งนี้ จาก 24 องค์กร (เป็นสองเท่าของการจัดเวทีฯ ในครั้งแรก) จำนวน 31 คน และอาสาสมัคร จำนวน 3 คน (คุณพัชรินทร์ จากบริษัท ทีวี ไดเร็ค จำกัด คุณกนิษฐา จากบริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) และคุณชัชวาลย์ จาก บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน))โดยได้ดำเนินกิจกรรมตามการออกแบบเวทีที่เตรียมไว้ โดยมีการปรับและยืดหยุ่น โดยให้ผู้เข้าร่วมเวทีทุกท่านมีส่วนร่วมในการกำหนดกติกาในการจัดเวที ตลอดจนประเด็นสำหรับการแลกเปลี่ยนเรียนรู้โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่มย่อย กลุ่มละ 9-11 คน โดยมีวิทยากรกระบวนการ 3 ท่านในการอำนวยความสะดวกให้การแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่อง “งานสร้างเสริมคุณภาพชีวิตคนทำงานในองค์กร” แบ่งเป็น 3 ระยะคือ สิ่งที่เกิดขึ้นในอดีต ปัจจุบัน และที่จะเกิดขึ้นในอนาคต หลังจากระดมความคิดเห็นและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในแต่ละกลุ่มแล้วมีการนำเสนอผลของการแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากกลุ่มย่อย โดยสรุปสาระสำคัญทั้ง 3 กลุ่มย่อยได้ดังนี้
กลุ่มการดำเนินงานในอดีต
วิทยากรกระบวนการ : อ.ขวัญเมือง แก้วดำเกิง
สรุปผลของกลุ่มนี้คือ
สภาวะของ “ความสุขในองค์กร”
สมาชิกในกลุ่มอดีต เป็น HR ในบริษัทขนาดกลางและขนาดใหญ่ที่ดำเนินธุรกิจหลากหลาย ประเภท สมาชิกได้แสดงทัศนะต่อ “ความสุขในองค์กร” ซึ่งสะท้อนมุมมองของแนวคิดหลัก 3 ประการ ที่มีความเชื่อมโยงระหว่างกัน คือ
ประการที่หนึ่ง มองว่า ความสุขในองค์กรที่เรื่องที่ทุกคนสร้างได้ ไม่ใช่เรื่องยาก โดยทุกคนในองค์กรต้องร่วมมือกันสร้างและรับผิดชอบร่วมกัน เริ่มต้นจากการปฏิบัติต่อกัน อาทิ คุยกัน ยิ้มเข้าหากัน ทักทายกัน แสดงความเป็นกันเอง ฯลฯ
ประการที่สอง ความสุขในองค์กรเป็นเรื่องของส่วนรวมมากกว่าเรื่องส่วนตัว ทุกคนต้องมีความสุข มีการเฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุข ช่วยเหลือกันในทุกระดับ องค์กรทั้งองค์กรจึงจะมีความสุขด้วย
และประการที่สาม ความสุขในองค์กรของสมาชิกในกลุ่มเป็นเรื่องทางจิตใจซึ่งมีลักษณะนามธรรม (อาทิ เกิดความรู้สึกอยากมาทำงาน เป็นครอบครัวเดียวกัน อยู่ที่ทำงานเหมือนอยู่บ้าน) มากกว่าเรื่องทางกายภาพหรือรูปธรรม (อาทิ สภาพแวดล้อม รายได้ และสวัสดิการ)
สภาวะความสุขในองค์กรของสมาชิกกลุ่มอดีต มีลักษณะเฉพาะในแต่ละองค์กรดังนี้
· ทุกคนต้องมีรอยยิ้ม คุยกัน ยิ้มเข้าหากัน ทักทายกัน (บริษัท พี.ซี.)
· ความสุขมีได้ สร้างได้ทุกวัน (บริษัท เอเชียน มารีน เซอร์วิสส์)
· มีส่วนร่วมมีความรับผิดชอบร่วมกัน (บริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล แลบบอราทอรีส์ จำกัด และบริษัท พรอคเตอร์ แอนด์ แกมเบิล)
· สร้างองค์กรให้รู้สึกว่าอยู่บ้าน (บริษัท ล็อกซเล่ย์)
· ครอบครัวโอสถสภา (บริษัทโอสถสภา)
· H2O (Hitachi Happy Organization) คือทุกคนเปรียบเสมือนน้ำในร่างกาย องค์กรเปรียบเหมือนร่างกาย ทุกคนต้องเป็นน้ำดีของเรา มองในเรื่องคน เรื่องจิตใจมากขึ้น (บริษัท ฮิตาชิ โกลบอล)
ความยั่งยืนของความสุขในองค์กร
เมื่อพูดคุยกันถึงประเด็นการทำให้ความสุขเกิดขึ้นในองค์กรอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เปลี่ยนไปตามอารมณ์ของผู้บริหารองค์กร ความสุขก็จะมีแบบเดี๋ยวมีเดี๋ยวหาย จากการพูดคุยพอจะสรุปได้ว่า การสร้างความสุขในองค์กรให้เกิดขึ้นและพัฒนาจนกลายเป็นวัฒนธรรมองค์กรนั้น เกิดขึ้นจากการผนวกพลัง 3 ส่วนคือ (1) ผู้นำองค์กร (2) HR ผู้มีจิตใจงดงาม และ (3) แนวร่วมระดับพนักงาน
(1) ผู้นำองค์กร
มีผู้นำทางความคิด ผู้ที่มีอิทธิพลต่อคนรอบข้างทุกระดับ และผู้บริหารให้ความสำคัญ มีหัวหน้างานที่ดูแลเอาใจใส่ บริษัทต้องเป็นผู้ให้ความรู้ ให้วิธีการ มีเครื่องมือให้ ส่วนการดำเนินงานให้พนักงานจัดการและดำเนินการกันเอง บริษัทเป็นผู้คอยสนับสนุน สำหรับการเริ่มต้นเรื่องสุขภาวะของคนในองค์กรที่ฝ่ายบริหารยังไม่เห็นความสำคัญและไม่เข้าใจ จำเป็นต้องนำเข้าเครื่องมือที่สามารถแสดงความชัดเจนให้ผู้บริหารเข้าใจ
(2) HR ผู้มีจิตใจงดงาม
ถ้าได้ HR ที่เป็น “คนธรรมะธรรมโม” จะสร้างความสุขในองค์กรได้ง่ายขึ้น เพราะไม่ต้องเอาอะไรมาชักจูง ใจก็พร้อมที่จะสร้างความสุขให้เกิดขึ้นในองค์กรอยู่แล้ว
(3) แนวร่วมระดับพนักงาน
สร้างแนวร่วมในระดับพนักงานที่มีใจและมีทัศนคติดี คนที่เป็นแนวร่วมต้องเป็น “ระดับที่อยู่ใกล้ ๆ กับพนักงาน”
สำหรับการนำเสนอในเวทีใหญ่ โดยคุณณัฐธยาน์ (ลูลู่) วัฒนพละศิริ จากบริษัท ล็อกซเล่ย์ จำกัด (มหาชน) นำเสนอภาพความสัมพันธ์และความเชื่อมโยงระหว่าง “คน องค์กร และความสุขในองค์กร”

ภาพของ “ต้นไม้” แทน “องค์กร” ซึ่งมีเป็นความเชื่อมโยงแบบพึ่งพาอาศัยกันและกัน ต้นไม้ทุกต้นเติบโตได้ก็ต้องอาศัยน้ำและแร่ธาตุจากดิน
“แสงอาทิตย์ หมายถึงผู้นำที่แสดงบทบาทสำคัญทำให้บริษัทก้าวหน้า”
“พนักงานในองค์กรเปรียบเสมือนน้ำดี” ที่จะผลักดันให้องค์กรเจริญเติบโตถือว่าเป็นทรัพยากรที่มีค่ามากที่สุด
“ปลาเล็กปลาน้อยที่อาศัยน้ำเป็นที่อยู่” สะท้อนให้เห็นว่า พนักงานซึ่งเป็นเหมือนน้ำมีภาระต้องดูแลครอบครัว และองค์กรที่อยู่กันแบบครอบครัว ก็มีภาระที่ต้องดูแลช่วยเหลือสังคม ด้วย
“รังนกสะท้อนให้เห็นความอบอุ่นหรือความสุขในองค์กร” ซึ่งคนภายนอกองค์กรอยากเข้ามาอยู่อาศัยและทำงาน องค์กรจึงจะเป็นเหมือนบ้านหลังที่สองของพนักงานที่รู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยเมื่อเข้ามาอยู่ภายใต้ร่มเงาไม้ขององค์กร
โปรดติดตามตอนต่อไป
ความสุขในองค์กร ปัจจัยหลัก ขึ้นอยู่กับ "ผู้บริหารองค์กร"ครับ
(ผมว่าเองครับ)
คงอาจจะไม่ทั้งหมดหรอกคะ พนักงานเองก็มีความสุข ถ้าองค์กรอยู่รอด นั่นหมายความว่า พนักงานเองก็อยู่รอดเช่นเดียวกัน ทุกคนมีบทบาทและหน้าที่ของตัวเองคะ