ผมเป็นคนชอบทำงานเชิงระบบ การประชุมเครือข่ายวิจัยระบบสุขภาพที่ สวรส. เมื่อวันที่ ๒๕ ก.พ. ๕๒ จึงให้ความอิ่มอกอิ่มใจมาก เพราะได้เห็นกิจกรรมที่สร้างการเคลื่อนไหวหรือการพัฒนาระบบบริการสุขภาพอย่างน่าตื่นใจ
ได้รับรู้โครงการพัฒนาโรงพยาบาล “บริการประทับใจ ไร้ความแออัด พัฒนาเครือข่ายบริการ” ที่ สปสช. ออกเงิน ๑๕๐ ล้านบาท สนับสนุนให้โรงพยาบาลขนาดใหญ่พัฒนาเครือข่ายบริการในจังหวัด เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่รวดเร็ว คุณภาพดี
ผมได้มีโอกาสรับฟังการดำเนินการของโรงพยาบาลศูนย์พระนครศรีอยุธยา นำเสนอโดย นพ. วีระพล ธีระพันธ์เจริญ ผู้อำนวยการโรงพยาบาล และ นพ. เศกสรรค์ ที่ดำเนินการโครงการ พัฒนาโรงพยาบาล “บริการประทับใจ ไร้ความแออัด” พัฒนาเครือข่ายจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่ฟังแล้วผมบอกตัวเองว่า นี่แหละการปฏิรูประบบบริการสุขภาพระดับจังหวัดตัวจริง
เราได้เห็นโจทย์วิจัยเชิงระบบของระบบสุขภาพอีกมากมาย ที่จะช่วยขับเคลื่อนขบวนการ “บริการประทับใจ ไร้ความแออัด พัฒนาเครือข่ายบริการ”
ผมได้เห็นร่องรอยของการเปลี่ยนกระบวนทัศน์ หรือมุมมองของผู้บริหารโรงพยาบาล จากมุมมองที่จำกัดขอบเขตอยู่แค่กิจการภายในโรงพยาบาลของตนเป็นตัวตั้ง เปลี่ยนไปสู่การคิดโดยใช้ประชาชนผู้ใช้บริการเป็นตัวตั้ง เปลี่ยนไปสู่การคิดแบบภาพรวม (holistic) มองทั้งเครือข่ายบริการสุขภาพทั้งจังหวัด มีการใช้ข้อมูลในการออกแบบเครือข่ายระบบบริการสุขภาพ มีวิธีคิดที่ซับซ้อน คิดหาวิธีการเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้ใช้บริการ ให้เป็นวิธีใช้บริการที่เหมาะสม ทำให้ระบบสุขภาพไม่แพงเกินไป แต่ก็ให้บริการที่มีคุณภาพสูง
ผมได้เห็นโอกาสต่อยอดสร้างคุณค่าจากงานสร้างสรรค์เหล่านี้ ไปสู่การยกระดับไปสู่โจทย์วิจัยเชิงระบบที่เชื่อมโยงกว้างขึ้น มองภาพใหญ่ขึ้น จับประเด็นวิจัยที่ซ่อนเร้นมากขึ้น เป็นต้น
ระบบสุขภาพของประเทศไทย มีมิติที่ซับซ้อนและกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างน่าชื่นใจ การเปลี่ยนแปลงมาจากหลากหลายทาง ยากที่จะทำความเข้าใจให้ครบถ้วนได้ สภาพที่ซับซ้อนและปรับตัว (Complex Adaptive Systems) เช่นนี้แหละที่ผมสนุกที่จะเข้าไปร่วมเป็นส่วนเล็กๆ ของขบวนการขับเคลื่อน เพราะเราทำนิดเดียว ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ มีคุณูปการต่อสังคมมหาศาล
เกือบลืมที่จะระบุให้ชัดว่า การประชุมวันนี้จริงๆ แล้วเป็นการประชุมขับเคลื่อน R2R ในวงการสุขภาพ ในประเด็นที่จะลดความแออัดที่โรงพยาบาล
วิจารณ์ พานิช
๒๕ ก.พ. ๕๒
น่าชื่นชม ทำเล็ก ๆ เกิดผลที่ยิ่งใหญ่ โดยเฉพาะที่อาจารย์หมอบอกว่าเอาประชาชนเป็นตัวตั้ง หลายคนยังทำไม่ได้เลยคะ
เป็นเรื่องที่ทำให้ปลื้มสำหรับผู้อ่าน จะได้ดูเป็นแบบอย่างที่ดีคะ สำหรับหลายจังหวัด
ดิฉันชอบตรงที่อาจารย์ กล้า บอกเรื่อง "การเอาตนเองเป็นที่ตั้ง" ดิฉันว่านั่นคือ อุปสรรคที่ต้องผ่านออกไปให้ได้