Day 8 (2) 21 October 2008
Matsushima -----à Sendai --------à Tokyo
การที่อ่าวมัตซึชิม่างามด้วยทัศนียภาพของเกาะมากมายเกือบสามร้อยเกาะ สิ่งที่นักท่องเที่ยวมักทำก็คือ
ล่องเรือ
· การล่องเรือชมเกาะต่างๆ มีเส้นทางให้เลือกสองสาย การล่องเรือจะใช้เวลาราวหนึ่งชั่วโมงในแต่ละเส้นทาง คงได้เห็นเกาะน้อยใหญ่กันอย่างใกล้ชิด
เดินชมสถานที่ต่างๆ
· ข้ามสะพานแดงที่ทอดจากอ่าวไปยังเกาะ มีอยู่สองจุดใหญ่ๆ
Ø เกาะโอชิม่า มีสะพานข้ามชื่อ โทเก็ตสึเคียว หรือ สะพานข้ามจันทร์ เกาะนี้คนเขาข้ามไปชมถ้ำและพระพุทธรูปหินมากมาย เนื่องจากเคยเป็นที่หลบภัยและฝึกฝนของนักบวชในสมัยก่อน

Ø เกาะฟุกุรุชิม่า ซึ่งใหญ่กว่าเกาะข้างต้น แถมสะพานที่ทอดข้ามก็ยาวเกือบ 500 เมตรเชียว เกาะนี้เสียค่าเดินข้ามไปชมนกชมไม้บนเกาะค่ะ

· วัดโบราณอายุหลายร้อยปีชื่อวัดโกไดโด (Godaido)ซึ่งจัดเป็นวัดที่เป็นสมบัติทางวัฒนธรรมของชาติ ตั้งอยู่บนเกาะเล็กๆติดกับท่าเรือ มีชื่อเสียงมากถึงกับใช้เป็นสัญลักษณ์ของมัตซึชิมาด้วย อยู่บนเกาะเล็กที่สุดในสามเกาะที่มีสะพานข้าม วัดนี้ก็น่าจะเรียกว่าเป็นแค่โบสถ์หรือศาลาเล็กๆมากกว่า เพราะเล็กมาก เห็นว่าเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปห้าองค์ที่จะนำออกมาให้คนได้สักการะทุกๆ 33 ปี ครั้งล่าสุดคือเมื่อปี 2006 ก็ต้องรอไปอีกถึงปี 2039 ทีเดียวนะคะ
(ข้อมูลจาก http://www.japan-guide.com/e/e5103.html)

· วัดอีกสองแห่งที่น่าไปชมคือ วัดซุยกันจิ เพื่อนมัสการเจ้าแม่กวนอิม , วัดเอ็นสุอิน-โอทายามา เป็นวัดที่มีสถาปัตยกรรมแบบญี่ปุ่นผสมคริสต์
· ศาลาคันรันเต ซึ่งเป็น Tea House อยู่บนเนินเตี้ยๆในโค้งอ่าว ครั้งหนึ่งเคยเป็นสถานที่พักผ่อนในฤดูร้อนของท่าน ดาเตะ มาซามุเนะและภริยา รวมถึงใช้เป็นที่ต้อนรับองค์หญิงหรือทูตจากท่านโชกุน ชื่อ คันรันเต Kanrantei หมายถึง สถานที่ใช้ชมวงคลื่นบนผิวน้ำ หรือ อาจหมายถึงสถานที่ใช้ชมพระจันทร์ก็ได้
ศาลานี้เดิมสร้างที่ปราสาทฟูชิมิ เกียวโต ของท่านนักรบ โทโยโทมิ ฮิเดโยชิ (1537-1598) ช่วงต้นสมัยเอโดะ แล้วท่าน ดาเตะ มาซามุเนะ ได้รับมอบมา (คงจำได้นะคะ ท่านคือ One-eyed Dragon เป็นต้นตระกูล Sendai Clan และทำให้เมืองเซนไดเจริญมั่งคั่ง) ในศาลานั้นมีการประดับตกแต่งอย่างวิจิตรมากและยังมีพิพิธภัณฑ์เล็กๆให้ชมด้วย
หลังจากที่เราเติมพลังเสร็จเราพากันเดินมุ่งสู่เกาะเล็กๆที่อยู่ใกล้จุดที่เรานั่งทานอาหารก่อนท่าจะดี นั่นคือ
v เกาะโอชิม่า ข้ามสะพานข้ามจันทร์ไปแล้วเดินชมวิวอ่าว เห็นสาวญี่ปุ่นเก็บเห็ดใต้ต้นสนกันใหญ่ เขาทำทางเดินให้รอบเกาะ เดินสักครึ่งชั่วโมงก็รอบแล้ว
v จากนั้นเราก็ไปต่อที่เกาะเล็กๆซึ่งมีวัดโกไดโด ชมศาลาหรือโบสถ์ไม้เล็กๆแต่งามด้วยรูปทรงและลวดลายแกะสลัก
ทำได้แค่นี้ค่ะ!
จากนั้นรึคะ พวกเราหมดแรงทุกคน ก็การเดินย่านอิชิบังโชเมื่อคืนยังไม่หมดพิษ พวกเรามีอาการขาไม่ยอมก้าว แลไปมองศาลาคันรันเตแล้วพร้อมใจกันบอกว่า เรานั่งรถไฟกลับเซนไดกันเถอะ จากเซนไดเราจะนั่งชินกันเซ็นเข้าโตเกียวเย็นนี้ ไม่อยากถึงโตเกียวค่ำ
ฝากไว้ก่อน……
การล่องเรือชมหมู่เกาะ.....ได้แต่มองลอดกิ่งสน

วัดซุยกันจิ ....เห็นแค่ปากทางเข้า

ศาลาคันรันเต…..เห็นลิบๆ

ในหนังสือนำเที่ยวที่อ่านเขาบอกว่าเที่ยวที่นี่วันเดียวก็พอ เรารู้สึกว่าน้อยไปค่ะ หากอยากเดินสบายๆ เดินไปพักไป เที่ยวชมเกาะแก่ง และลิ้มรสอาหารทะเลสดๆ เที่ยวให้สบายน่าจะค้างสักคืนค่ะ
กะปลกกะเปลี้ยขึ้นรถไฟกลับไปสถานีรถไฟเซนไดเพื่อนั่งชินกันเซ็นกลับเข้าโตเกียว เราจะใช้โตเกียวเป็นฐานในการไปแวะเวียนอีกสองเมืองที่อยู่ใกล้ๆโตเกียวค่ะ มีเวลาอยู่อีก 3-4 วันก็จะหมดเวลาเที่ยวแล้ว มีแผนจะไปชม ภูเขาไฟฟูจิที่เมืองคาวากูจิโกะ และ พระพุทธรูปใหญ่ไดบุทสึที่เมืองคามาคุระ ไปด้วยกันนะคะ
คืนนี้ถึงโตเกียวจะเข้าพักแถวชินจูกุค่ะ
ชอบตราตรงชายหลังคาแบบนี้ค่ะพี่ สวยดี เคยดูทีวีเขาว่าในเมืองที่มีหลังคาติดกันเป็นพรืดแบบพวกเมืองเก่า เขาจะตั้งคนโทดินเผาเป็นรูปสัตว์ไว้ ข้างในบรรจุน้ำ เวลาไฟไหม้ก็เอาไม้กระทุ้งให้แตกเพื่อเป็นแนวกันไฟลาม
ส่วนชื่อไดบุทสึถ้าจำไม่ผิดแปลว่าพระใหญ่ คือองค์ไหนใหญ่ๆ ก็เรียกไดบุทสึกันหมด เหมือนกันกับชเวดากองที่แปลว่าเจดีย์ทองประมาณนั้นค่ะ คนไทยงงมาหลายคนแล้วว่าทำไมมันมีหลายที่นัก อิ อิ บ้านเราก็มีแนวนี้นะคะ พระนอนไงคะ บอกแบบนี้ที่ไหนๆ ก็มี เพียงแต่ต้องต่อท้ายสร้อยนามว่าพระนอนวัด....... : )
ชวนพี่ไปอ่านบันทึกแนวซีเรียสของหนูมั่ง ว่าเขียนซีเรียสก็เป็น เมื่อโรงเรียน...เด็ก...และการศึกษา มีค่าน้อยกว่าผลประโยชน์และเงิน
ตามมาเที่ยวชมครับผม...
ขอบคุณครับ...
พี่เห็นเรื่องใหม่ของน้องซูซาน
Little Jazz ในแพลนเน็ทพี่แล้วแต่ยังไม่ได้แวะอ่านค่ะ เรื่องนี้ต้องตั้งใจอ่านมีความเห็นอยากร่วมแสดงค่ะ
พระไดบุทสึ แปลว่าพระใหญ่จริงๆน่ะแหละค่ะ ถึงต้องบอกชื่อเมืองต่อท้าย ที่คามาคุระมีชื่อเสียงที่สุดมังคะ
วิธีการเตรียมพร้อมสำหรับอัคคีภัยของคนโบราณเข้าท่ามากนะคะ ไม่เปลืองงบประมาณมากด้วย
โอ้โหดอกเอื้องงามมากค่ะคุณ
เกษตร(อยู่)จังหวัด เลี้ยงดีงามเป็นสายระย้าเชียวนะคะ เดี๋ยวจะแวะไปรับลมร้อนหนองคายตามคำชวน ขอบคุณค่ะ ตอนนี้ส่งจักจั่นครวญเพลง summertime ไปก่อนนะคะ
ขอบคุณคุณ
Mr.Direct ที่มาเยี่ยมกันค่ะ ไม่ได้พบกันนาน หวังว่าคงสบายดีนะคะ
ตามอาจารยืไปเที่ยว จนหมดแรงไปเหมือนกัน เดินเก่งจริงๆนะคะ แต่ก็คุ้มค่ะ ไปเที่ยวด้วยและยังได้ความรู้อีกเยอะเลย พี่ก็ชอบค่ะ
มาชวนไปเดินเล่นในสวนพี่ด้วยค่ะ เย็นๆใจค่ะ มีดอกกระดังงาไทยมาฝากด้วยนะคะ
สวัสดีค่ะ ขอบคุณที่พาเที่ยวนะค่ะ เคยคิดว่าอยากไปเที่ยวญิ่ปุ่นบ้าง แต่ตอนนี้ยังไม่มีโอกาส อ่านๆแล้วทำให้อยากไปเที่ยวญี่ปุ่นมากขึ้น
ดีใจจัง..ได้เปิดหูเปิดตากะไกด์คนสวยพาไปเที่ยวญี่ปุ่นอีกแล้ว
...จะรอชมตอนต่อไปนะคะ
พึ่งเข้ามาอ่านข้อมูลการเที่ยวญี่ปุ่นของ อ.ครั้งแรกค่ะ ชอบมาก พรรณเคยไปช่วงฤดูใบไม้ผิลแล้ว พออ่านของอาจารย์ก็คิดว่าจะวางแผนไปเที่ยงช่วงฤดูใบไม้ร่วง (เดือนตุลา) บ้าง ขอเก็บไมล์ก่อนค่ะ
หอมกลิ่นดอกกระดังงาไทยมาเลยค่ะ คุณพี่ศศินันท์
Sasinand ถ่ายภาพนี้ได้สวยมาก แทบจะอยากหยิบมาใส่พานบูชาพระค่ะ ขอบพระคุณนะคะ เดี๋ยวนุชจะตามไปชมสวนค่ะ อากาศร้อนๆอย่างนี้อยู่ในสวน หรือที่ที่มีต้นไม้เยอะๆค่อยเย็นหน่อยนะคะ
ขอบคุณค่ะอาจารย์
เอื้องแซะ ที่ไปเที่ยวด้วยกัน ร้อนๆอย่างนี้เที่ยวทางเน็ตอยู่กับบ้านสบายกว่าเยอะนะคะ ขนาดเดินแค่จากในตัวบ้านไปนอกชานยังร้อนมากๆค่ะ
ปีหน้าไปเที่ยวด้วยกันมั้ยล่ะคะ ตามคำชวนของผู้ชำนาญตัวจริง
ไปเที่ยวญี่ปุ่นแล้วจะติดใจค่ะคุณ
นาฬิกาทราย ตอนนี้เก็บข้อมูลไปก่อนนะคะ จะได้เลือกว่าอยากไปตรงไหนบ้าง
ขอบคุณค่ะคุณ
prachumporn ที่ตามมาเที่ยวด้วยกันแบบตามติด อย่างนี้ต้องรีบลงตอนต่อไปเร็วๆ แต่...รอหน่อยนะคะ^___^
ยินดีต้อนรับและขอบคุณค่ะคุณสุภาพรรณ ตันติภาสวศิน ที่มาแวะ แล้วมาเก็บข้อมูลต่อในตอนต่อไปนะคะ
เพิ่งพอจะว่าง(นอกเหนือจากไปติดหนุบหนับกับ การรู้เท่าทันการสื่อสารของพี่แอมป์ อาจารย์ดอกไม้ทะเล)
ซีรี่ส์ญี่ปุ่นของพี่นุช น้องเซฟ ประหยัดเงินไปหลายตอนแล้วค่ะ
ไว้จะมาบอกเหตุผล
หนึ่งคือ อยากไปเที่ยว สองคือ..รออีกนิดจะบอกค่ะ(แน่ะ มีความลับ)
จะมาชวนพี่ไปอ่านบันทึกแนวซีเรียสของหนูมั่ง(คัดลอกคุณหนูซูซานมาเลยค่ะ)
ว่าเขียนซีเรียสไม่ค่อยเป็น
ที่นี่ และ ที่นี่ ข้าง ๆ เคียงกันค่ะ
ว่าเขียนซีเรียส ไม่ ค่อยเป็น
นะคะ
ขอบคุณคุณหมอเล็ก
ภูสุภา ที่มาแวะอ่านเรื่องเบาสมองๆค่ะและยังมาชวนไปอ่านบันทึกแนวซีเรียส เดี๋ยวจะแวะไปค่ะ
มีน้องๆเขียนแนวซีเรียสเป็นระโยชน์เยอะแล้ว พี่เลยมาอยู่ขอบๆแบบชวนคลายเครียดนะคะ ทุกวันพี่กับคนข้างกายคุยแนวสังคม วัฒนธรรมอยู่เสมอ ที่จริงก็มีแง่คิดที่น่าสนใจแต่พี่ก็ขี้เกียจไปหน่อยค่ะ^__^