การทุจริตเชิงนโยบายที่ยากแก่ครูวิทยาศาสตร์ที่ใช้หลักสูตรที่ล้าหลังทางภาษา จึงตกเป็นเครื่องมือนักการเมืองที่มีการศึกษากว่า อย่างเลี่ยงไม่ได้

ครูวิทยาศาสตร์มีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนากระบวนการเรียนรู้ของผู้เรียนตามธรรมชาติวิชา ปัจจัยเกื้อหนุนวิทยาศาสตร์ เป็นสิ่งที่ต้องลงทุนสูงในทางการบริหารจัดการ นักบริหารมักจะชะลอเลือกลงทุ่นในด้านนี้ ด้วยเหตุที่ว่า

          เพราะวิทยาศาสตร์เป็นพื้นฐาน  ไม่โดดเด่นมากนัก ทำนโยบายด้านนี้ไม่เด่นดัง

          เพราะอุปกรณ์ เครื่องมือนำเข้าถูกปั่นราคาแพง เสี่ยงต่อการตกรุ่น ล้าสมัย และเสียงต่อการถูกกล่าวหาว่าทุจริต คอรัปชั่น

          เพราะวิทยาศาสตร์ทำให้ประชาชนฉลาด ในเชิงตรรกกะ คิดทันเรา  เรากลัว...

          เพราะวิทยาศาสตร์ทำการศึกษาที่สิ้นเปลือง เกี่ยวโยงกับด้านอื่น ๆ มากเกินไป...

          เพราะวิทยาศาสตร์ไม่จำเป็นต่อการพัฒนาชีวิต หรือประเทศชาติ ประเทศใดคิดได้ เราก็ซื้อปัญญา(สิทธิบัตร ตามพจนานุกรมไทย ฉบับราชบัณฑิตฯ ให้ความหมายถึงหนังสือสําคัญที่ออกให้เพื่อคุ้มครองการประดิษฐ์
 หรือการออกแบบผลิตภัณฑ์ตามที่กําหนดโดยกฎหมาย
 ว่าด้วยสิทธิบัตร(patent)เข้ามาต่อยอด คุ้มกว่า...

          เพราะเราไม่มีครูผู้รักด้านวิทยาศาสตร์สืบสานต่อ

          เพราะเรามุ่งที่เทคโนโลยี และประโยชน์การใช้ มากกว่าการได้มาซึ่งเทคโนโลยี หรือกล่าวได้ว่าเป็น User ที่ดีกว่า การเป็นผู้คิดค้นที่ทำให้สิ้นเปลืองไปทำไม... 

          เหตุผลมีมากกว่านี้  แต่ด้วยปัญญาที่ด้อยจึงกล่าวเปรียบว่า "ซื้อปลากินได้กินง่ายกว่าหาปลากิน"  ปรัชญาเหล่านี้ล้วนเป็นปชัญญาของนักบริหารธุรกิจด้านเดียว ใครที่ใช้ปรัชญาเป็นผู้สร้างเสมือนดังตัวอย่างชาวนาที่ผลิตข้าวได้ ขายไม่เป็น ทั้งๆ ที่ต้นทุน ต่ำมากๆ  ยังต้องกล่าวคำว่า"ขาดทุน"  ปัญหาดังกล่าวเกิดจากสาเหตุของกระบวนการคิด การบริการที่ขาดทิศทางวิทยาศาสตร์ เชื่อในสิ่งที่เป็นอวิชา การตัดสินใจ เสี่ยงต่อการขาดทุนได้

           เมื่อธรรมชาติวิทยาศาสตร์เป็นผู้สร้าง แล้วจะเปลี่ยนปรัชญาของวิทยาศาสตร์ด้วยนโยบายที่โดดเด่นจึงไม่ยั่งยืน  กรณีนักธุรกิจหัวดีเข้ามาวงการศึกษา เปลี่ยนปรัชญาการศึกษาที่พูดไม่จบ แต่กลับโฆษณาชวนสมเหตุผล ทำให้กระทรวงศึกษาธิการกลายเป็นกระทรวงเกรด A  การจัดสรรงบประมาณ ที่สอดรับนโยบายจึงมีทิศทางที่ซับซ้อน ยากแก่ครู นักเรียน ผู้ปกครองนักเรียน ตลอดจนชุมชนจะร้องอ๋อ... ก็ใช้เวลานานปี  ผลผลิตของนโยบายบังเกิดผล เห็นเป็นร่องรอย หรือบาดแผล ที่ไม่อาจจะลืมเลือน

    สถาณการณ์วิกิตใด ไม่อาจกล่าวอ้างได้ว่า ใครคือผู้ที่ทำพลาด แต่เมื่อมาสวมบทบาทผู้นำแล้ว ให้นึกอดีต ทำปัจจุบัน ฝันถึงอนาคต ได้เป็นยอดก็จะชมย่องยกได้...

    ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่ตกต่ำ ซึ่งวัดได้นั้น ทั้งๆ ที่แบบทดสอบง่ายกว่าเดิมมาก ๆ เด็ก ๆ รุ่นหลังก็ไม่สามารถเชื่อมโยงสิ่งที่รับรู้นำสู่ปัญญาได้ ความซับซ้อนอยู่ตรงไหน ทำไมไม่มีใครชี้แจงกระจ่างชัด กลับกลายเป็นความคลุมเคลือที่เกิดจากสภาวะแวดล้อมทางการศึกษาวิทยาศาสตร์ นั้นด้อยกว่า สิ่งที่ไม่ใช่ ไม่เชิงวิทยาศาสตร์ ตัวอย่างข้อสำรวจที่พบได้ง่ายว่า นักเรียนชั้นประถมศึกษาได้สำรวจหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง  เพื่อเปรียบเทียบเชิงปริมาณข่าวด้านที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์ ในระยะวลาย้อนหลัง 132 วัน ของปี 51  พบว่า ข่าวด้านการเมืองมาอันดับหนึ่ง  ข่าวด้านอาจชญากรรมอันดับสอง ข่าวอุบัติเหตุอันดับสาม ข่าวดาราอันดับสี่ ข่าวกีฬาอันดับห้า ข่าวธุรกิจอันดับหก ข่าวงสังคมอันดับเจ้ด ข่าวทางการศึกษาอันดับแปด ข่าวโชคลาง ความเชื่อ อันดับเก้า ความรู้วิชาการ สาธารณสุข และวิทยาศาสตร์อันดับสุดท้าย  สิบกรอบนี้นักเรียนจำแนกข่าวได้  ไม่ต้องถึงนักวิชาการระดับสูงเลย คงไม่เปรียบเที่ยบกับข่าวทางทีวีที่นักเรียนได้รับรู้ในปริมาณ(ชั่วโมง) มากกว่าหนังสือพิมพ์ เรื่องข่าวเมินได้เลย เพลงและดารามาอยู่ในหัวใจ ถ้าถามครูวิทยาศาสตร์ ว่าข่าววิทยาศาสตร์ในระยะนี้มีกระแสอย่างไร  สังคมให้ความสนใจเรื่องอะไร

         การที่นักการเมื่องเข้าใจถึงการรับรู้ของประชาชน จึงมุ่งกำหนดปลูกฝังเยาวชนให้ไวต่อความรู้สึกที่สัมผัสสาร โฆษณา  การเรียนรู้จึงใช้เทคนิคโษณาชวนชื่อ  นักเรียนจึงจะเกิดการเรียนรู้ทักษะชวนเชื่อ  ใช่เกิดจากความอยากรู้อยากเห็นตามธรรมชาติไม่.... กลายเป็นเงื่อนไขที่ครูจำเป็นต้องสอนให้สอดรับกับรูปแบบการเรียนรู้ทักษาะชวนชื่อ ขาดการพัฒนาศักยภาพการเรียนรู้ที่สนองต่อความอยากรู้อยากเห็น ตัวอย่าง นัการขายสามารถขายสินค้าชิ้นหนึ่งทั้งๆ สินค้าชิ้นนั้นอาจจะยังไม่จำเป็นต่อผู้ซื้อ แต่ด้วยทักษะการนำเสนอที่ดึงเร้าให้เกิดการตัดสินใจ(การเรียนรู้) ทิ้งของเดิมที่ยังคงใช้การได้ การศึกษาไทยไม่ต้องการอยู่ภายใต้เครื่องมือกระแสทักษะชวนเชื่อ 

        เครื่องมือนี้ปลูกฝังจิตได้ตั้งแต่เยาว์วัย  รักหรือเกลียดพรรคการเมืองใด แสดงเหตุผลไม่ได้ เพราะถูกครอบงำด้วยการโฆษณาพรรค  จากนั้นการขายสินค้าของพรรคง่ายต่อการคล้อยตาม นโยบายที่ออกมาแล้วส่อการทุจริตเชิงนโยบายที่ยากแก่ครูวิทยาศาสตร์ที่ใช้หลักสูตรที่ล้าหลังทางภาษา จึงตกเป็นเครื่องมือนักการเมืองที่มีการศึกษากว่า  อย่างเลี่ยงไม่ได้ 

          ทางออกจากประสบการณ์ใช้จิตวิญญาณครูหรือพลังของความเป็นครู เพิ่มได้บ้างบางจุด แต่ใช้พลังนักการเมืองหนึ่งคนเปลี่ยนได้ฟ้าดิน...  ปฏิรูปจึงเกิดได้ไม่ยากถ้าคนดี มีวิสัยที่ยั่งยืน