ศูนย์พระสงฆ์นักเผยแผ่ธรรมเพื่อพัฒนาสังคม ได้ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ ๑๔ มีนาคม ๒๕๔๔ โดยเจตนารมณ์ของคณะพระสงฆ์ส่วนหนึ่ง ซึ่งส่วนใหญ่กำลังศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัยสงฆ์ ทั้ง ๒ แห่ง คือ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย และอีกส่วนหนึ่งที่กำลังศึกษาในสำนักศึกษาพระปริยัติธรรม ในกรุงเทพมหานคร และจังหวัดปริมณฑล ตลอดทั้งที่สำเร็จการศึกษาแล้ว ซึ่งคณะพระสงฆ์ดังกล่าวได้ประชุมร่วมกันในระหว่างเข้ารับการถวายความรู้ในโครงการอบรมถวายความรู้พระสงฆ์ จัดโดย สำนักเสริมศึกษาและบริการสังคม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมกับ ศูนย์สุขภาพจิตเขต ๑๓ กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข โดยในที่ประชุม ได้เล็งเห็นว่าสถานการณ์ของสังคมปัจจุบัน กำลังมีปัญหา ซึ่งนำมาซึ่งความไม่สงบสุขในบ้านเมืองมากมายหลายประการ โดยเฉพาะปัญหาที่เกี่ยวกับความประพฤติที่ผิดหลักศีลธรรมของประชาชน ดูท่าว่ากำลังจะทวีความรุนแรงและมีมากขึ้นเรื่อย ๆ อันเป็นผลสะท้อนที่แสดงให้เห็นว่า แม้ปัจจุบันนี้ ประเทศชาติของเรากำลังพัฒนาเจริญรุดหน้าไปอย่างรวดเร็ว แต่นั้นก็เป็นเพียงการพัฒนาด้านวัตถุเท่านั้น ส่วนด้านจิตใจหรือด้านนามธรรม ซึ่งถือว่ามีส่วนสำคัญที่จะนำวงจรชีวิตและสังคมให้ขับเคลื่อนไปสู่ทิศทางต่าง ๆ นั้น กำลังอ่อนแอมากพระสงฆ์ซึ่งเป็นทรัพยากรของชาติที่ดำรงอยู่ในฐานะผู้นำทางด้านจิตใจของสังคมมาตั้งแต่สมัยโบราณ จึงควรช่วยกันกระตุ้นเตือนให้สังคมรับทราบสาเหตุของปัญหาและช่วยกันแก้ไข ปรับปรุง พัฒนาด้านจิตใจให้ควบคู่ไปกับการพัฒนาด้านวัตถุ เพื่อให้เกิดการพัฒนาที่สมดุลกัน อันจะช่วยลดกระแสปัญหาต่าง ๆ ทางสังคมให้น้อยลง
ด้วยเหตุผลดังกล่าวนั้น คณะพระสงฆ์ทั้งนั้นจึงได้มีมติจัดตั้ง “ศูนย์พระสงฆ์นักเผยแผ่ธรรมเพื่อพัฒนาสังคม” ขึ้น โดยได้เลือก พระครูวิสุทธินพคุณ (กรณ์ ปญญาวโร) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดทองนพคุณ เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร เป็นประธานศูนย์ฯ และจัดตั้งสำนักงานศูนย์ฯ ขึ้นที่วัดทองนพคุณ เพื่อรวมกำลังสมาชิกพระสงฆ์อาสาไปดำเนินการโครงการต่าง ๆ ตามเจตนารมณ์ที่ได้จัดตั้งศูนย์ขึ้น โดยได้รับความอุปถัมภ์เป็นอย่างดีจาก สำนักเสริมศึกษาและบริการสังคม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมกับ ศูนย์สุขภาพจิตเขต ๑๓ กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ในการจัดอบรมถวายความรู้เป็นกรณีพิเศษเกี่ยวกับวิชาการด้านการพัฒนาสังคมาเป็นระยะ ๆ และทางศูนย์ก็ได้ดำเนินการโครงการต่าง ๆ โดยได้อาศัยความเสียสละของพระสงฆ์อาสาผู้เป็นสมาชิกของศูนย์ในการดำเนินการโครงการต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์แก่สังคมหลายโครงการ เช่น โครงการอบรมศีลธรรม จริยธรรม และสอนธรรมศึกษาในสถานศึกษา โครงการอบรมถวายความรู้พระสงฆ์เพื่อการพัฒนาสังคม และโครงการเผยแผ่ธรรมตามสถานที่ต่าง ๆ เป็นต้น
ต่อมา เมื่อวันที่ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๔๖ ได้มีการประชุมคณะกรรมการบริหารศูนย์ฯ เพื่อปรับปรุงโครงสร้างการบริหารและแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับของศูนย์ฯ ให้สอดคล้องกับขอบข่ายงานที่กว้างขวางขึ้น ผลของการประชุมในครั้งนั้น ได้มีการปรับปรุง เปลี่ยนแปลงที่สำคัญ ดังนี้
๑. ที่ประชุมได้มีมติให้ย้ายสำนักงานศูนย์ฯ ไปตั้งอยู่ที่วัดยานนาวา เขตสาทร กรุงเทพมหานคร
๒. ที่ประชุมได้ขออาราธนา พระพรหมวชิรญาณ เจ้าอาวาสวัดยานนาวา กรรมการมหาเถรสมาคม เป็นผู้อำนวยการศูนย์ฯ
๓. ที่ประชุมได้มีมติให้จัดตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อแก้ไขเพิ่ม ระเบียบข้อบังคับศูนย์ฯ ๒๕๔๔ หลังจากการปรับปรุง เปลี่ยนแปลงดังกล่าวแล้ว ศูนย์ฯ ก็ได้ดำเนินการตามโครงการต่าง ๆ เรื่อยมา
วัตถุประสงค์ของศูนย์ฯ
๑. เพื่อเทิดทูนชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รัฐธรรมนูญและระเบียบประเพณี วัฒนธรรมอันดีงามของชาติ
๒. เพื่อรวมกำลังสมาชิกของศูนย์ บำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคมในด้านธรรมวิทยาทาน
๓. เพื่อเผยแผ่หลักพุทธธรรมในสถานศึกษาและหน่วยงานทั่วไป มุ่งเน้นให้นักเรียนนักศึกษาและประชาชนทั่วไปมีความรู้ความเข้าใจในหลักพุทธธรรม ขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรม ระเบียบปฏิบัติของชาวพุทธ และสามารถปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง
๔. เพื่อจัดกิจกรรมเกี่ยวกับการปลูกฝังศีลธรรมคุณธรรมและค่านิยมที่พึงประสงค์แก่นักเรียนนักศึกษา
และประชาชนทั่วไป ให้รู้จักรับผิดชอบต่อตนเอง และบำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม
๕. เพื่อส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของสมาชิก
๖. เพื่อร่วมกับองค์กรอื่น ในการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ตามวัตถุประสงค์ข้างต้น
สมาชิกของศูนย์ ฯ
สมาชิกของศูนย์ฯ เป็นพระสงฆ์ซึ่งมีความตั้งใจที่จะทำงานเผยแผ่ธรรมเพื่อพัฒนาสังคม โดยมีความยินดีที่จะปฏิบัติศาสนกิจต่าง ๆ ตามโครงการของศูนย์ฯ โดยไม่หวังผลอามิสตอบแทนใด ๆ ทั้งสิ้น นอกเหนือจากการได้ร่วมกันพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมให้เจริญงอกงามในจิตใจของประชาชนตามอุดมการณ์และวัตถุประสงค์ของศูนย์ฯ
ในส่วนการรับสมัครสมาชิกนั้น ศูนย์ฯได้ดำเนินการรับสมัครพระสงฆ์อาสาเข้าเป็นสมาชิกตามกรอบข้อบังคับของศูนย์ฯ (หมวดที่ ๓ ว่าด้วยเรื่อง สมาชิก) โดยจะพิจารณาถึงความตั้งใจ ความพร้อม และศีลาจริยวัตรเป็นประเด็นสำคัญ ปี พ.ศ.๒๕๔๘ มีพระสงฆ์แจ้งความจำนงค์เป็นสมาชิกของศูนย์ฯประมาณ ๘๐๐ กว่ารูปในเขตกรุงเทพมหานคร และส่วนภูมิภาค
“จรถ ภิกฺขเว จาริกํ พหุชนหิตาย พหุชนสุขาย โลกานุกมฺปาย อตฺถาย หิตาย สุขาย เทวมนุสฺสานํ มา เกน เทฺว อคมิตฺถ เทเสถ ภิกฺขเว ธมฺมํ อาทิกลุยาณฺ มชฺเฌกลฺยาณํ ปริโยสานกลฺยาณํ สาตฺถํ สพฺยญฺชนํ เกวลปริปุณฺรํ ปริสุทฺธี๊ พฺรหมฺจริยํ ปกาเสถ” (วิ มหา. ๔/๓๒/๓๙)
“ภิกษุทั้งหลาย พวกเธอจงเที่ยวจาริก เพื่อประโยชน์และความสุขแก่ชนหมู่มาก เพื่ออนุเคราะห์โลก เพื่อประโยชน์เกื้อกูลและความสุขแก่ทวยเทพและมนุษย์ พวกเธออย่าได้ไปร่วมทางเดียวกันสองรูป จงแสดงธรรมงามในเบื้องต้น งามในท่ามกลาง งามในที่สุด จงประกาศพรหมจรรย์ พร้อมทั้งอรรถ พร้อมทั้งพยัญชนะ ครบบริบูรณ์ บริสุทธิ์”
นมัสการครับ
ขอแสดงความยินดีด้วยครับ ที่มีศูนย์เผยแพร่พุทธศาสนาอีกแห่งหนึ่ง
และยินดีที่ได้มีโอกาสร่วมงานกับศูนย์ครับ
ในเบื้องต้น จะได้นำเสนอข้อคิดในรูปของบันทึกใน G2K ครับ
ถือเป็นการระดมสมองออนไลน์
เจริญพรขอขอบคุณท่านอุปฑูตมากที่มาร่มทำงานกับศูนย์