เมื่อวาน ผมประกาศการตัดสินใจของผมให้เพื่อนๆ ที่ทำงานได้รับรู้กันไปถ้วนหน้าครับว่า ผมไม่เสนอโครงการวิจัยมาเลเซียนัยสำคัญต่อไทยแล้ว แต่ตอนนี้ต้องบอกว่า ขอประกาศใหม่ครับว่า ตอนนี้ผมส่งโครงการไปเรียบร้อยแล้ว นี้แหละครับ ผมละ เปลี่ยนใจได้ทุกวินาทีจริงๆ (เฉพาะเรื่องที่อนุญาตให้เปลี่ยนใจได้นะครับ) มูลเหตุมันมาจากการได้คุยครับ เมื่อวาน อ.นัจมีย์ หมัดหมาน เพื่อนร่วมรุ่น มอ.ปัตตานี (ตอนนี้ท่านเป็นอาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มอ.ปัตตานี มีแววว่าจะเป็นผู้บริหารคณะด้วย) โทรมาหา บอกว่า จะพาลูกวัยไม่ถึงสองเดือนมาที่ยะลา เพื่อเยี่ยมญาติ แน่นอนครับ ผมก็อยากเจอ ฮิฮิ ให้ไปเยี่ยมหลานเองก็ลำบากครับ เพราะอยู่ที่สงขลา มาถึงที่มีหรือจะไม่ไปพบ เลยนัดเจอกันที่บ้านญาติของอาจารย์นัจมีย์ ตลาดเก่ายะลา ตอนห้าโมงเย็น หลังเลิกงาน

คุยกันหลายเรื่องครับ คุยแล้วสบายใจยังงัยไม่ทราบ ขณะขับรถกลับบ้านเกิดปิ๊งขึ้นมาว่า ผมจะต้องทำวิจัยที่มาเลเซียอีกครั้ง เพราะผมกำลังสงสัยว่า อะไรที่ทำให้ผมตัดสินใจไม่ทำ เห็นแก่ตัวไปหรือเปล่า แล้วทีมงานผมละ รอทำงานเต็มที่แล้ว รอบนี้ผมต้องเป็นหัวหน้าทีมด้วย อยู่ๆ ผมไม่ทำ ทีมงานเซ็งแย่เลย หรือเป็นเพราะผมไม่มีความสามารถในการเขียนโครงการให้เสร็จได้ในกำหนด ฮือ ต้องเขียนให้โครงการให้เสร็จ เพื่อบอกได้ว่า ไม่ใช่เพราะผมเขียนโครงการไม่เสร็จ ส่วนจะส่งหรือไม่ส่ง ค่อยว่ากันอีกที 

กลับมาบ้าน สามทุ่มก็เริ่มเขียนโครงการทันที แน่นอนครับ ไม่มีเอกสารอะไรที่บ้านเลย เพราะผมเอาไปเก็บไว้ที่ทำงานหมดแล้ว ผมเลยเขียนสดๆ ไม่มีอ้างอิง ออกมาจากสมองล้วนๆ (ปกติผมก็ไม่เคยร่างในกระดาษครับ เปิดเครื่องก็พิมพ์เลย) ปรากฏตีหนึ่ง โครงการเสร็จเรียบร้อย อ่านแล้วพอใจกับงานที่เขียนครับ สรุปว่าส่งดีกว่า

วันนี้หลังคุมสอบ ก็กลับมานั่งที่ทำงาน คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ อ.ซอและ ตาเละ แวะมาเยี่ยมและก็ได้คุยประเด็นนักวิทยาศาสตร์กับศาสนา ฮือ ฟังแล้ว ขนลุกครับ มหัศจรรย์อัลกุรอานจริงๆ ฟังไปก็อยากจะบันทึกเสียงด้วย แต่เกรงใจท่าน กลัวเสียบรรยากาศการคุย  อาจารย์ซอลีฮะห์ รองคณบดีศิลปศาสตร์ฯ เสนอท่านว่า ท่านน่าจะเปิดบล็อกเขียนเรื่องราวพวกนี้นะค่ะ ผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งครับ

มีหลายประเด็นที่น่าสนใจมากครับ อยากนำเสนอแต่กลัวไม่ไพเราะเท่ากับที่ฟังจากท่านโดยตรง เอาเป็นว่า ขอเล่าว่าท่านพูดประเด็นอะไรบ้างก็พอนะครับ ท่านวิเคราะห์เรื่องการทำหน้าที่ของสมองของมนุษย์ ซึ่งมีข้อสรุปว่า สมองสองข้างทำงานคนละด้าน คนเก่งวิทย์ เก่งคำนวณ อยู่คนละซีกกับคนเก่งจำ (อะไรทำนองนี้แหละ) แต่เป็นที่น่าแปลกว่า นักวิทยาศาสตร์มุสลิมในอดีตที่ทั้งสองทักษะ เช่น อิบนุซีนา เป็นแพทย์ เป็นนักฟิสิกซ์ ดาราศาสตร์ด้วย และมีความเชี่ยวชาญในการเขียนวรรณกรรมอีกต่างหาก แล้วอันนี้ไปเกี่ยวโยงกับอัลกุรอานบทหนึ่งที่นำเสนอทั้งวิทยาศาสตร์ฟิสิกซ์ การแพทย์และศรัทธาในวรรคเดียวกัน โอ่ ฟังแล้วยอมรับครับ ท่านลึกซึ่งจริงๆ

ท่านพูดถึงทฤษฏีการกำเนิดโลกตามแนวคิดของนักวิทยาศาสตร์และในอัลกุรอาน ท่านพูดถึงมาลาอีกะห์ ญินและเรื่องของระยะทางที่วัดค่าเป็น ปีแสง มันเกี่ยวอะไรกัน น่าสนใจจริงๆ ออ อีกเรื่องหนึ่งที่น่าสนใจคือ การอธิบายเกี่ยวกับอารัสของอัลลอฮ์กับเอกภพ อันนี้ต้องบอกว่า สุดยอดจริงๆ

ท่านเลยได้ให้ข้อสรุปไว้ว่า มีนักวิทยาศาสตร์จำนวนมากที่ยิ่งลึกในวิทยาศาสตร์แล้วจะปฏิเสธพระเจ้าและศาสนาของตนเอง แต่ในจำนวนมากของนักวิทยาศาสตร์นั่น ไม่มีเลยที่เป็นมุสลิมแล้วประกาศออกมาว่า อัลกุรอานไม่สอดคล้องกับสิ่งที่เป็นวิทยาศาสตร์ ยิ่งคุณเป็นนักวิทยาศาสตร์คุณจะยิ่งศรัทธามั่นในอิสลาม

วันนี้คุ้มค่าจริงๆ ครับ เพียงแค่ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงที่ได้นั่งคุย เสร็จการสนทนา ผมเลยส่งเมลสมัครทุนวิจัยทันที กำลังใจดีๆ ได้จากการสนทนาในเรื่องสัจธรรมครับ