กรมบัญชีกลางจะไม่อนุมัติให้ธนาคารกรุงเทพเป็นผู้พิมพ์เช็คนั้น ขึ้นอยู่กับกรมบัญชีกลางในฐานะผู้เบิกจ่ายงบประมาณ

นายไพฑูรย์ แก้วทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยเมื่อวันที่ 9 มีนาคมถึงความพร้อมในการจ่ายเช็ค 2,000 บาท ให้ผู้ประกันตนที่มีรายได้ไม่เกิน 15,000 บาท ตามโครงการช่วยเหลือค่าครองชีพว่า ในวันที่ 10 มีนาคม รายชื่อผู้ประกันตนที่จะได้รับสิทธิรับเงิน 2,000 บาท จะถึงธนาคารกรุงเทพ ซึ่งธนาคารจะพิมพ์เช็คงวดแรกออกมาก่อนจำนวน 5 ล้านฉบับ ส่วนกรณีที่กรมบัญชีกลางระบุต้องใช้ธนาคารของรัฐเป็นผู้พิมพ์เช็คนั้น ถ้ามีธนาคารของรัฐแห่งใดยื่นข้อเสนอที่ต่ำกว่า 2 บาท หรือเท่ากันก็พร้อมพิจารณาให้เป็นผู้ดำเนินการออกเช็คต่อไป

ด้านนายปั้น วรรณวินิจ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม (สปส.) กล่าวว่า สปส.เตรียมส่งรายชื่อผู้ประกันตน 5,547,000 คนให้ธนาคาร เพื่อพิมพ์เช็ครอบแรกให้ทันการจ่ายเช็คภายในวันที่ 26 มีนาคม ส่วนกรณีกรมบัญชีกลาง
จะไม่อนุมัติให้ธนาคารกรุงเทพเป็นผู้พิมพ์เช็คนั้น ขึ้นอยู่กับกรมบัญชีกลางในฐานะผู้เบิกจ่ายงบประมาณ และ
นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แต่ยืนยันว่า สปส.พร้อมดำเนินการทุกอย่าง แต่หากมีการเปลี่ยนแปลงธนาคารผู้พิมพ์เช็คจริง และทำให้จัดส่งเงินถึงมือผู้ประกันตนล่าช้าจะมาตำหนิทาง สปส.ไม่ได้

วันเดียวกัน นางสุวรรณี คงมั่น รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) แถลงตัวเลขการคาดการณ์การว่างงานว่า สถานการณ์เศรษฐกิจที่ทรุดตัว ทำให้ปัญหาว่างงานในประเทศไทยมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น ในปี 2552 คาดว่าจะมีอัตราการว่างงานร้อยละ 2.5-3.5 หรือมีผู้ว่างงานประมาณ 9 แสน - 1.3 ล้านคน โดยไตรมาส 4 ปี 2551 มีผู้ว่างงาน 5.1 แสนคน ผู้ถูกเลิกจ้างเพิ่มขึ้นจาก 29,915 คน ในปี 2550 เป็น 55,549 คน ในปี2551 และจากต้นปีถึงวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2552 มีผู้ถูกเลิกจ้างแล้ว 17,474 คน คิดเป็นร้อยละ 31.5 ของผู้เลิกจ้างปี2551

ทั้งนี้ จากผลสำรวจแรงงานที่ถูกเลิกจ้าง 2,002 คน พบเป็นหญิงมากกว่าชายในสัดส่วน 6:4 ร้อยละ 66
อายุระหว่าง
21-30 ปี มีรายได้ระหว่าง 5,000-15,000 บาทต่อเดือนอยู่ในภาคอุตสาหกรรมการผลิตร้อยละ 73.6 ขณะที่ร้อยละ 42.5 ต้องการกลับภูมิลำเนา กว่า 50%ต้องการอาชีพใหม่ในท้องถิ่นซึ่งหนึ่งในนั้นคืออาชีพเกษตรกรรม ขณะเดียวกันพบลูกจ้างชั่วคราวและรายวันร้อยละ 49.6 ถูกบีบให้ลาออก ทำให้ไม่สามารถรับค่าชดเชยตามกฎหมาย

นางสุวรรณีกล่าวต่อว่า รัฐบาลควรเพิ่มการประชาสัมพันธ์สิทธิและขั้นตอนการเข้าถึงสวัสดิการของแรงงานให้ชัดเจนทั่วถึงและโปร่งใส โดยเฉพาะจัดตลาดนัดแรงงานให้กระจายไปทั่วประเทศควบคู่ไปกับส่วนกลาง เชื่อว่า
ถ้ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบสองของรัฐบาลเดินหน้าจะทำให้เศรษฐกิจขยายตัวขึ้นการจ้างงานตามมา อย่างไรก็ตาม แม้ สศช.จะประเมินอัตราการเจริญเติบโตเศรษฐกิจของประเทศ (จีดีพี) ปี
2552 ไว้ที่ -1  แต่ถ้าทุกภาคส่วนลดรายจ่ายปรับเข้าสู่การใช้จ่ายที่พอประมาณ หรือน้อมรับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้อย่างจริงจังจะสามารถปรับตัวสู้กับสภาพเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการว่างงานขณะนี้ได้

มีความเห็นต่อกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีรับข้อเสนอของกลุ่มแรงงานสตรีที่จะผลักดันให้สำนักงานประกันสังคม (สปส.) เป็นองค์กรอิสระ โดยนายสมชาย ชุ่มรัตน์ ปลัดกระทรวงแรงงาน ในฐานะประธานคณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ด สปส.)กล่าวว่า เป็นแนวคิดเดิมที่นำมาศึกษาใหม่ อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ถ้าทำแล้ว
เกิดประโยชน์กับผู้ประกันตนและเป็นประโยชน์ในการลงทุนให้ดำเนินการคล่องตัวขึ้นก็ทำได้ แต่ต้องศึกษารายละเอียดให้ถี่ถ้วน

นายบุญสม ทาวิจิตร ประธานกลุ่มผู้ใช้แรงงานย่านสระบุรีและใกล้เคียงกล่าวว่า การที่นายกฯ รับข้อเสนอนี้
ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีและทำได้ไม่ยาก หากรัฐบาลจริงใจ ตนเห็นว่าควรปฏิรูป สปส.ทั้งระบบ เพื่อให้หลุดพ้นจากการครอบงำของฝ่ายการเมือง โดยอยากให้มีการปรับเปลี่ยน เช่น ที่มาของคณะกรรมการประกันสังคม ที่มาของผู้ทรงคุณวุฒิ การขยายสิทธิประโยชน์ เป็นต้น

ขณะที่ นางวรวรรณ ชาญด้วยวิทย์ ผู้อำนวยการวิจัยด้านหลักประกันสังคม สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) เห็นว่า การยก สปส.เป็นองค์กรอิสระไม่ช่วยแก้ปัญหาบริหารจัดการหรือธรรมาภิบาลให้ดีขึ้น แต่การแก้ปัญหาให้ตรงจุดคือ แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.ประกันสังคม 2533  เพื่อให้คณะกรรมการบริหารงานลงทุนในกองทุนประกันสังคม เป็นองค์กรอิสระพ้นจากอำนาจของบอร์ด สปส. จากนั้นจึงปรับแนวทางบริหารงานลงทุนให้มีประสิทธิภาพ ส่วนการได้มาของคณะกรรมการการลงทุนนั้น ควรตั้งคณะกรรมการสรรหาที่มาจากองค์กรอิสระหลายหน่วยงาน

แนวหน้า10 มีนาคม 2552