มนุษย์ คือ ผู้ทำลายโลกด้วยน้ำมือของมนุษย์เอง (ด้วยความสะเทือนใจ)


เมื่อคืนดูเช่าหนัง เรื่อง The Day The Earth Stood Still วันพิฆาตสะกดโลก มานั่งดูคนเดียว ส่วนแมวกับหมา หลับ ... พล็อตหนังเรื่องนี้ พูดกันอย่างสั้น ๆ ก็คือ มีมนุษย์ต่างดาวที่ดวงอาทิตย์ใกล้ดับมาแฝงตัวดูพฤติกรรมการเป็นอยู่ของมนุษย์โลก มีการเก็บตัวอย่าง DNA ไป เพื่อแฝงตัวเป็นมนุษย์ได้ แต่พบว่า มนุษย์มีพฤติกรรมที่ชอบทำลายล้างโลกของตัวเอง มนุษย์ต่างด้าวจะเลือกที่จะทำลายมนุษย์ทั้งหมด เพื่อสร้างโลกใหม่ แต่ในภายหลังก็มีการเปลี่ยนใจ เนื่องจาก "ความรัก" ทำให้มนุษย์สามารถเปลี่ยนโลกได้ด้วยตัวเอง แต่เมื่อใกล้ถึงวันแตกดับ มนุษย์จึงคิดเปลี่ยน

 

 

ดูแล้วก็เห็นเป็นจริงดังนั้น ผู้สร้างต้องการสื่อให้ผู้ชมทั่วโลกได้เห็นว่า มนุษย์ คือ ผู้ทำลายโลกด้วยน้ำมือของตัวเองแท้ ๆ ไม่จำเป็นต้องใช้มนุษย์ต่างด้าวมากระทำเลย

"ผู้ที่มาอารยธรรมที่เหนือกว่า จะเป็นผู้ทำลาย ผู้ที่มีอารยธรรมด้อยกว่า"

"มนุษย์จะเปลี่ยนได้ เมื่อถึงจุดที่ตกต่ำที่สุด"

มนุษย์โลกคิดแก่งแย่งผลประโยชน์และเห็นแก่ตัว โดยทำอะไรไม่เคยคิดผลประโยชน์ส่วนรวม

โลกนี้จะพังอย่างไรก็ช่าง ไม่ใช่ โลกของฉันคนเดียว

 

 

ตัวอย่างเรื่องการทำลายเรื่องหนึ่ง คือ ปัญหา "หมอกควัน" ของเมืองเชียงใหม่

ภาพปัญหา "หมอกควัน" ในเมืองเชียงใหม่ ... คนอยู่อาศัยกำลัง "ตายผ่อนส่ง"

 

แต่วันนี้ ผมมีเหตุสะเทือนใจกับการตัดต้นจามจุรีอายุ 30 ปีทิ้งจาก อบต.หนึ่งที่อยู่ทางใต้ของเชียงใหม่ อยู่อำเภอก่อนถึงอำเภอสันป่าตอง

มีต้นจามจุรีอายุ 30 ปีขึ้นไป เหลืออยู่ 3 ต้น ... อาแปะข้างบ้านบอกว่า อบต.เค้าจ้างคนมาตัดต้นจามจุรี 2 ต้นถนนเลียบคลองชลประทานหน้าหมู่บ้าน ค่าจ้าง 16,000 บาท ต้นจามจุรี 2 ต้นนี้ได้รับข้อหาจากทางการว่า หน้าฝนกิ่งมันจะหักมาทับบ้านจัดสรรใกล้ ๆ (ผมมองยังไงก็โอกาสน้อย เพราะรากหยั่งมาเป็นเวลานานแล้ว)

ประโยชน์ของต้นจามจุรีนี้ เป็นร่มเงาให้ความร่มเย็นให้แก่ผู้สัญจรไปมาในทุก ๆ วัน ยิ่งยามที่มีเหตุการณ์ "โลกร้อน" กำลังเกิดขึ้นด้วย ยิ่งไม่ควรทำลายเขาโดยเด็ดขาด แต่ใครเป็นคิดเรื่องนี้ แถมสัตว์ประเภทนกคอยมาอาศัยทำรัง เกาะกิ่ง พักผ่อน ทำให้ระบบนิเวศน์มันมีสมดุล

ผมสันนิษฐานดูว่า น่าจะ ...

  • เจ้าของบ้านจัดสรรที่อยู่ใต้ร่มเงานั้น 2 หลัง มีเหตุเกรงกลัว แต่ไม่เคยเกิดสักครั้ง
  • อบต.ที่ว่า ... ดึงเงินออกมาใช้ 16,000 บาท กับแค่เหตุผลตัดไม้

ผมพูดไม่ออก เมื่อได้รับทราบข่าวนี้ ... การทำลายมันง่ายกว่าการสร้างมากนัก ... ประเทศเรามีผู้นำท้องถิ่นคิดได้แค่นี้ ก็ไม่ต้องพูดถึงผู้นำระดับชาติอีกต่อไป

หลายคนอาจจะเห็นผมเป็นคนบ้า มาพร่ำเพ้อพรรณนากับแค่ต้นไม้ 2 ต้น ...

ชีวิตของมนุษย์เราสามารถปลูกต้นไม้ให้มีอายุยืนให้เกิน 10 - 20 ปี ได้สักกี่ต้น

 

นี่คือ ภาพจามจุรีต้นแรก ก่อนการตัด

 

 

 

และนี่คือ ภาพจามจุรี หลังการตัด คือ หายไปแล้ว

 

 

 

ส่วนภาพนี้ คือ ต้นจามจุรีอีกต้น ที่กำลังจะไม่รอดชีวิต

 

 

 

เชื่อว่า เมื่อผมกลับไปบ้านอีกครั้ง ... ภาพที่เห็นนี้ คงเป็นแค่ "อดีต" ครับ

 

มนุษย์ คือ ผู้ทำลายโลกนี้ด้วยน้ำมือของมนุษย์เอง

ตัวแค่ผงธุลีของโลก แต่ทำลายได้อย่างฉกาจฉกรรจ์นัก

 

ผมไม่เชื่อว่า การพัฒนา คือ การทำลาย แต่ผู้นำที่ไม่ฉลาด มักจะคิดว่า ขจัดสิ่งที่ขวางทางไปก่อน แล้วสร้างใหม่ในสิ่งที่ตัวเองคิด เคยเห็นนะครับ ไม่ว่าจะเป็นองค์กรท้องถิ่น โรงเรียน หรือ มหาวิทยาลัย

ผู้นำ และ คนในชุมชน ควรมีจิตสำนึกให้มากกว่านี้ ที่จะเลือกทำอะไรง่าย ๆ

แค่ลำพังปัญหา "หมอกควัน" ก็ไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันอยู่แล้ว ยังมาตัดต้นไม้ผู้ทำหน้าที่กรองอากาศเสียเหล่านี้ทิ้งอีก

 

ผมเห็นเทศบาลเชียงใหม่ ริดกิ่งไม้ที่เกาะสายไฟ

ผมเห็นคนงานในมหาวิทยาลัยตัดต้นไม้จนเกรียน เพียงแต่ต้องการสร้าง "ลานธรรม"

ผมเห็นคนงานสวนดอก ตัดต้นไม้เหลือแต่ตอ เพราะข้อหาระสายไฟ

 

"การทำลาย มันง่ายกว่า การสร้างสรรค์"

สะเทือนใจมาก

 

ช่วยกันรักโลกกว่านี้ไม่ได้หรือครับ ท่านผู้นำทั้งหลาย

หรือว่า กลัวลูกหลานไม่ตายอย่างทรมานในอนาคต

ขอบคุณครับ :)

 

หมายเลขบันทึก: 247321เขียนเมื่อ 9 มีนาคม 2009 18:23 น. ()แก้ไขเมื่อ 6 กันยายน 2013 20:25 น. ()สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ


ความเห็น (22)

เป็นเรื่องบังเอิญ ผมซื้อหนัง เป็น DVD 9

เรื่อง วิกฤติวันสิ้นโลก (The Day After Tomorrow) มาพอดีครับ ยังไม่ได้ดูเลย กะว่า จะหาเวลาว่างๆดูครับ

:)

เนื้อหาน่าจะใกล้เคียงกันนะครับผม แล้วจะนำมาแลกเปลี่ยนครับ

 

The Day After Tomorrow เป็นเหตุจากน้ำมือมนุษย์ ครับ

แต่  The Day The Earth Stood Still เป็นเหตุจากมนุษย์ต่างด้าวที่เกิดจากพฤติกรรมของมนุษย์โลกเอง

รอการแลกเปลี่ยน ครับ

ขอบคุณมากครับ คุณเอก จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร :)

ตัดเฉพาะกิ่งที่บดบังทัศนวิสัย หรือ กิ่งที่จะเกี่ยวสายไฟทำให้เกิดอันตราย ก็น่าจะพอนะคะ   โค่นทั้งต้นเลย....ความเจริญเริ่มขยับเข้ามา ต้นไม้ใหญ่ที่ปลูกมานาน ต้องถูกทำลาย เพราะความเจริญที่เกิดขึ้นภายหลัง....ทำไมเขาไม่สร้างบ้านจัดสรรให้ไกลจากต้นไม้ละ..น่าคิด...จิตมนุษย์นี้ไซร้

สวัสดีครับ คุณ ครูแอน :)

ตัดที่โคนต้นครับ ... วงปีอายุนานอย่างเห็นได้ชัด

เท่าที่ผมได้รับทราบข่าวมา "ครั่งของต้นจามจุรี" สามารถขายได้ราคาแพงพอสมควรครับ

ราคาแพงจนกระทั่งมีการลักลอบใส่ยาให้ต้นจามจุรีตาย เพื่อเอาแค่ "ครั่ง" ไปขาย ครับ

เป็นต้นไม้ของกรมทางหลวง โดนเยอะหน่อย

เจ้าของหมู่บ้านจัดสรรเป็นคนโลภครับ ... ที่มันว่างด้านหน้าหมู่บ้าน ตอนแรกบอกว่า จะทำเป็นสวนพักผ่อน ทำไปทำมา ก็สร้างบ้านไปอีกหลายหลังให้เต็มพื้นที่

"ร่ำรวย" ท่ามกลางความพังพินาศของโลก ครับ

คงอยากได้เงินเยอะ จะได้ไปซื้อยานอวกาศหนีออกไปนอกโลกแน่ ๆ เลยครับ

ขอบคุณนะครับ :)

กรณีนี้คล้ายๆที่ถังแก๊สใหญ่ 2 ถัง ที่เมืองลำปางคะ...ใกล้ Big C เคยได้ฟังคนลำปางเล่าให้ฟังว่า เมื่อก่อนที่นี่เป็นท้องทุ่งนา สร้างถังแก๊ส 2 ถังนี่ ก็ไกลชุมชน แต่ปัจจุบันชุมชนสร้างบ้านแปงเมือง ขึ้นมาล้อมรอบถังดังกล่าว....กำลังจะจัดการกับทั้ง 2 ถังนี้ (ต้องติดตามคะ) สรุปก็คือ ถังแก๊ส ทั้งสองจะเป็นอันตรายท่ามกลางชุมชนซะงั้นคะ...

เป็นปัญหาการไม่ยอมรับความผิดของตัวเองซะงั้นนะครับ คุณ ครูแอน 

การขยายตัวของชุมชนเมืองเป็นเรื่องที่น่ากลัวมาก อีกทั้งบ้านเราก็มีการคอรัปชั่นกันมาก ทั้งตรง ๆ และทางนโยบาย

ระเบิดแล้วค่อยหาสาเหตุกันนะครับ :)

เดี๋ยวแวะไปเยี่ยมบันทึก เยี่ยมหมูอ้วนกับลูกๆ ครับ

ขอบคุณมากครับ :)

"พึ่งพา" นับวันจะหมดความหมาย "ทำลาย" ถูกทำให้เป็นคำคุ้นหู...ยังไม่เคยปรากฎว่ามนุษย์เอาชนะธรรมชาติได้แบบเบ็ดเสร็จเลยสักครั้ง

สวัสดีครับคุณWasawat Deemarn

เป็นภาพที่เศร้ามากที่สุดภาพนึงครับ คุณพี่ได้ทราบข่าวและติดตามวาระสุดท้ายของคุณพี่ต้นไม้ต้นนั้นจนถึงวันสุดท้าย ดูภาพที่หายไปสิครับ เพื่อนต้นไม้น้อยๆคงร้องไห้ตามกันระงม(รวมทั้งผมด้วย)

ผมทรมานใจที่สุดครับ

ไปเอาความรู้สึกนี้มาจากไหนว่ากลัวต้นไม้ คุณที่คิดอย่างนั้นน่ะน่ากลัวกว่าหลายเท่า

ผมจะโกรธมากถ้ารู้ว่าตอนเด็กๆคุณ(คนสั่ง)เคยออกไปปีนป่ายต้นไม้อย่างสนุกสนาน ใช้ร่มเงาของต้นนั้น(หรือต้นไหนๆ)ซุกตัวนอนกลางวันเย็นสบาย วิ่งไล่จับกันเล่นซ่อนแอบรอบลำต้น ฯลฯ ต้นไม้ต้นนี้เค้าดีใจนะครับที่เห็นว่าตัวเค้าเองนั้นมีประโยชน์ เค้ายิ้มรับและดีใจทุกครั้งที่มีเด็กมาวิ่งเล่นทุกวัน แล้วคุณย้อนกลับมาทำร้ายเค้าอย่างนี้มันน่านัก

อะไรหนอที่เปลี่ยนคุณจากเด็กอารมณ์ดีคนหนึ่งกลายเป็นเจ้าโลก ที่เลือกจะทำอะไรก็ได้ตามใจชอบ(แย่ๆอย่างนี้)

ขอโทษคุณWasawat Deemarn ด้วยนะครับที่ผมอาจจะรู้สึกมากไป แต่ผมหมายความว่าอย่างนั้นจริงๆ

ถ้านึกอะไรออกจะกลับมาใหม่นะครับ :)

สงสัยอย่างว่าคนสั่งตัดน่ะ บ้านเค้าปลูกต้นไม้รึเปล่า หรือว่าตัดทิ้งหมดแล้ว

ลองเค้าอยู่โดยไม่มีต้นไม้ให้เราดูหน่อยซัก 1 ปีก็ดีนะ จะดูว่ารู้สึกยังไง

 

ชอบข้อเขียนของคุณ Wasawat Deemarn มากคะ

อยากให้ผู้รับผิดชอบมีจิตสำนึกเช่นคุณคะ

  • สวัสดีครับ
  • การทำลายต้นไม้มีทุกที่ ที่อบต.บ้านผมตัดไม้ ทำลายป่าที่สาธารณเพื่อก่อสร้างอาคาร อบต.ให้ดูเด่นเป็นสง่า ต้นไม้ใหญ่ต้องตัด บดบังรัศมีความงามของตึกหมด ...ดูช่างทำได้
  • ขอบคุณ

สวัสดีค่ะอาจารย์ Wasawat Deemarn

พวกเราซึ่งเป็นพ่อพิมพ์ แม่พิมพ์ทั้งหลาย พยายาม บ่มเพาะ ปลูกฝัง ให้เด็กๆของเรารักษ์โลก

ช่วยกันอนุรักษ์ธรรมชาติ ปลูกต้นไม้ ต่างๆนานา

แต่เมื่อการกระทำของคนบางกลุ่มที่ไม่มีความละอาย เพียงเพราะเหตุผลน้อยนิด  คิดแต่จะทำลาย 

เมื่อมีตัวอย่างให้เห็นตำตา เด็กๆจะคิดทำสิ่งดีๆ และ  มีจิตสำนึกที่ดีได้อย่างไร ???

ร้อน ๆๆๆ ค่ะ

 

เคยไปศึกษาที่เชียงใหม่ อาศัยอยู่ ๔ ปีก็ได้เห็นความเปลี่ยนแปลงที่ดึงเอาวัฒนธรรมแปลกปลอมเข้าไปทำลายความเป็น "เมือง" เสียจน มีปราชญ์บางท่าน(ขออภัยจำชื่อไม่ได้)เขียนไว้ว่า กว่าชาวเชียงใหม่จะได้รู้ตัว เขาก็จะสูญเสีย"เชียงใหม่"ไปแล้ว

เห็นด้วยครับ ท่าน ผอ. บวร ... มนุษย์อยากเอาชนะธรรมชาติ แต่ก็ยังไม่เคยทำได้ :)

ขอบคุณครับ

อาจจะจริงของน้อง adayday ครับ ... ลองไม่มีต้นไม้สักปีจะอยู่อย่างไร ส่วนมากคนพวกนี้เค้าปลูกแต่หญ้าครับ ดูมันอยู่ในระดับเทพดี แต่ชอบไปเบียดเบียนธรรมชาติตอบสนองความต้องการให้ตัวเองครับ

น้อง  adayday เขียนดีแล้วครับ :)

ใช่ครับ คุณ chipmunks .. ต้นไม้ ต้นไม้ ต้นไม้ ถูกตัด :(

ขอบคุณ คุณหญิง วลัยลักษณ์ งามวิไล ครับ :)

"จิตสำนึก" สร้างกันยากมากขึ้นเรื่อย ๆ ครับ ... รอวันให้ใกล้โลกแตกเสียก่อนมั้งครับ

ขอบคุณ ท่าน ผอ. ศรีกมล ครับ ... การทำลายเป็นเรื่องของมนุษย์ที่คิดง่าย ๆ ทำง่าย ๆ ไร้สามัญสำนึกความรับผิดชอบต่อผู้อื่นและสังคมครับ ... เห็นกันอยู่เนาะ :)

ขอบคุณครับ คุณครูจุฑารัตน์ NU 11 ... สงสัยพ่อแม่อยากให้ลูกเป็นแบบนี้มั้งครับ ... ตัดไปเลย ทำลายแบบนี้ไง เราจะได้รวย ๆ บ้านเราจะได้สบาย ...

เริ่มต้นจากครอบครัวจริง ๆ นะครับ การสร้างจิตสำนึกเนี่ย :(

ขอบคุณ อ.แฟรงค์  ครับ ... ท่านอาจารย์ไชยยศ เรืองสุวรรณ ปรมาจารย์ทางเทคโนโลยีการศึกษา คุณพ่อของท่านอาจารย์สบายดีนะครับ ... ไม่ได้มีโอกาสฝากตัวเป็นศิษย์โดยตรง แต่ฝากไว้กับวิธีคิดและผลงานของท่าน ครับ :)

รับคำนี้ด้วยความจริงครับ

กว่าชาวเชียงใหม่จะได้รู้ตัว เขาก็จะสูญเสีย"เชียงใหม่"ไปแล้ว

ขอบคุณครับ อาจารย์ :)

ไปเชียงใหม่ครั้งสุดท้ายเมื่อต้นเดือน เปลี่ยนแปลงไปมากจริงๆค่ะ ตามหาบ้านเพื่อนแทบไม่เจอแต่อากาศนอกเมืองยังดีอยู่ค่ะ

มาต้นเดือนนี่ ... มางานของสมาคมผู้บริหารโรงเรียนมัธยมฯ หรือเปล่าครับ ... ตอนนี้ฝนตกได้ 2 วันแล้วครับ ... ดีขึ้นนิดนึงครับ

ขอบคุณครับ :)

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี