ผลการทดลองใช้เทคนิคดังกล่าวในเบื้องต้นได้ผลเกินคาด

    ตลอดความตระหนักของครูที่สอนกิจกรรมวิทยาศาสตร์มักจะประสบ คือ ความวุ่นวาย วิตกกังวง ความกลัว ความเสียง ความขาดแคลน ความคลาดเคลื่อนของมโนมติ(Concept) เป็นต้น หรือแม้กระทั้งผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนที่ไม่ได้เพิ่มขึ้นเลย แม้จะใช้กระบวนการ Lab แบบใดก็ตาม การแก้ปัญหาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้วยวิธีหรือกระบวนการดังกล่าวไม่อาจแสดงผลได้ในระยะสั้น (ระยะ 1- 2 ปี)

   สิ่งหนึ่งที่ครูพบ คือ แววตาแห่งความมุ่งมั่น มันบังเกิดได้ แม้กระทั่งครูที่ใช้การสื่อสารน้อยก็ตาม ก็สามารถสร้างฝัน จิตนาการ ความคิดสร้างสรรค์ การคิดนอกกรอบที่ นักเรียนจะทำนอกกฎที่ครูกำหนดไว้เสมอ ๆ นั้นแสดงว่า นักเรียนเขารักที่จะพิสูจน์ด้วยกระบวนการวิทยศาสตร์ ที่ใช้หลัก ไตรสิกขาประยุกต์ (ศีล สมาธิ และปัญญา) เมื่อนักเรียนสามารถสื่อสารผลงานที่พวกเขาเป็นคนดำเนินการ (การนำเสนอ กลุ่มละ 2-3 นาที)  พวกเขาก็ภูมิใจนานปี

     ความสับสนที่เกิดจากความไม่ปกติ ก็ให้เกิดความสังสัย  ไม่กล้าถาม แต่กล้าพิสูจน์ พร้อมที่จะเสี่ยงทำ เพื่อให้ได้คำตอบ แม้คำตอบนั้นนั้น ครูจะไม่เข้าใจก็ตาม

      การดำเนินการ หรือกระบวนการได้มาซึ่งคำตอบ ของเงื่อนไข ECL กระทำได้ ถึงแม้จะเป็นกระบวนการแบบกึ่งสำเร็จรูป Structure Lab  ก็ตาม อย่างน้อยก็พอให้เขาเชื่อมั่นว่ามีแนวทาง สิ่งที่ครูพบมากกว่า กึ่งสำเร็จรูป คือ ความร้างสรรค์ของกระบวนการในเพียงช่วงจำกัดเวลา คือ ทำเกินกฎ ได้คำตอบที่เหลือเชื่อ

    ในกระบวนการท้ายของการถ่ายทอด ซึ่งอยู่ในูปปัญญา ครูจะนิยามเสมอว่า ปัญญา หรือ คำตอบที่นักเรียนพบ ต่องพยายามสื่อให้กับคนอื่นเข้าใจได้ด้วย