เศรษฐกิจพอเพียง ที่ยังเข้าใจกันไม่ถูกต้อง แม้แต่ผู้เกี่ยวข้องเอง

          เรื่องเศรษฐกิจพอเพียง เมื่อก่อนผมก็ศึกษาแบบผ่านๆ ไม่ได้ลึกซึ้งมากมาย  แต่ในปัจจุบัน  ผมต้องมารับผิดชอบ เรื่อง เศรษฐกิจพอเพียงในโรงเรียน  ผมเลยต้องมาศึกษาอย่างลึกซึ้ง

          จากการศึกษาอย่างลึกซึ้งของผมเอง  พบว่าหลายท่านยังมีความเข้าใจผิดเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงอยู่ครับ  และที่น่าเป็นห่วง คือ นักวิชาการบางท่านที่รับผิดชอบเรื่องนี้ ก็มีความเข้าใจผิดอยู่ครับ

          นั่นคือ  หลายท่าน รวมทั้ง นักวิชาการบางท่าน มักเข้าใจกันว่า เศรษฐกิจพอเพียง  คือ

1.  การใช้จ่ายอย่างประหยัด

2.  การห้ามไม้ให้เป็นหนี้

3. ความเป็นอยู่โดยไม่ต้องเกี่ยวข้องกับใคร

4.  ไม่ต้องทำอะไรมาก ทำเท่าที่มี  พออยู่พอกินก็พอ

5.  การยอมรับสภาพที่เป็นอยู่

6. หัวใจอยู่ที่การออม

7. การแบ่งพื้นที่เป็นสี่ส่วน

           ทั้งหมด 7 ข้อ ดังกล่าว  ไม่ใช่หลักเศรษฐกิจพอเพียงตามที่เข้าใจกันครับ  เป็นความเข้าใจที่เป็นอุปสรรคของการพัฒนาเป็นอย่างยิ่ง  เพราะวันก่อนผมได้มีความเห็นแย้งกับนักวิชาการท่านหนึ่ง  ผมจึงได้รีบกลับมาศึกษาอย่างละเอียดและลึกซึ้ง โดยได้คำตอบจากการที่ผมได้ศึกษาจากพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจพอเพียงทั้งหมด รวมทั้งการศึกษาบทความจากนักวิชาการที่เป็นผู้รู้จริงๆ

          ผมขออนุญาตสรุปสั้นๆ ให้เข้าใจง่ายๆว่า หลักที่จะตัดสินว่าเป็นเศรษฐกิจพอเพียงหรือไม่ อยู่ที่ เงื่อนไขความรู้  ครับ  นั่นคือ จะต้องมีองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่จะทำ  ด้วยความ

1.   รอบรู้

2.   รอบคอบ

3.   ระมัดระวัง

เพื่อนำไปสู่การกระทำด้วย ความพอประมาณ  ความมีเหตุผล และ มีภูมิคุ้มกันที่ดี

ไม่ใช่รอบคอบ  ระมัดระวัง เสียจนไม่ทำอะไรเพิ่มเติมเลย ต้องใช้จ่ายอย่างประหยัด หรือ ทำเท่าที่มีอยู่

ถ้าอย่างนั้นแล้วจะพัฒนาได้อย่างไรล่ะครับ

ผมขออนุญาตสรุปอีกทีอย่างง่ายๆ ว่าหัวใจของเศรษฐกิจพอเพียง น่าจะอยู่ที่

1.  อย่าเว่อร์

2.  อย่าให้เดือดร้อน

ดังนั้น ถ้าทำอะไรแล้วไม่เวอร์   โดยไม่ทำให้ตัวเองและคนอื่นเดือดร้อน   ก็ถือว่าเป็นเศรษฐกิจพอเพียงได้แล้วครับ

ผู้ที่ยังค้างคาใจ หรือ  ไม่เห็นด้วยกับแนวคิดของผม  ก็ขอเชิญชวนให้ช่วยกันไปศึกษาพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวครับ

จะได้ช่วยกันคิด

                            ขอบคุณครับ