...ภัยใกล้ตัว ^ จากคอมพิวเตอร์ สำหรับนักท่อง Internet ...


โค้ดHi5 โค้ดเพลงHi5ตลอดเวลาคุยสด

 

ในปัจจุบันนี้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ได้มีการพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว

 มีการนำคอมพิวเตอร์เข้ามาใช้กันอย่างแพร่หลายในทุกวงการ

ซึ่งอาจจะเป็นเพราะราคาที่ลดลงอย่างรวดเร็ว ความสะดวกสบายในการใช้งาน

 การตอบสนองต่อผู้บริโภคด้านข้อมูลข่าวสาร เป็นไปอย่างครบวงจร ในทุก ๆ ด้าน

มีระบบมัลติมีเดียที่มีความหลากหลาย ซึ่งเป็นไปตามความต้องการของผู้ใช้งาน

วมทั้งมีโปรแกรมหรือซอฟต์แวร์ที่สามารถ

สื่อสารกันแบบออนไลน์ระหว่างผู้ใช้คอมพิวเตอร์ได้อย่างง่ายดาย

 แต่ผู้ใช้คอมพิวเตอร์ทั้งหลายก็อย่าลืมคำนึงถึงผลกระทบต่อสุขภาพ

ในการทำงานกับคอมพิวเตอร์เป็นระยะเวลานาน ๆที่มีผลต่อสรีระทางร่างกาย

สำหรับคนที่วันๆ ต้องนั่งทำงานอยู่หน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ

 คงต้องเกิดอาการปวดตา ตามัว ตาแห้ง สายตาล้า หรืออาการทางสายตาอื่นๆ กันบ้าง

 ปัจจุบันอาการทางสายตาที่เกิดจากการใช้คอมพิวเตอร์มีเพิ่มขึ้น

 จากสถิติพบว่า ผู้ใช้คอมพิวเตอร์จำนวนมากกว่า 50% มีอาการปวดตา ตามัว ตาแห้ง

สายตาล้า และปวดศีรษะ รวมทั้งมีอาการอื่นๆ เช่น ปวดเหมื่อยคอและหลัง

 ซึ่งอาการเหล่านี้มักจะเกิดขึ้นกับผู้ที่ใช้คอมพิวเตอร์มากกว่า 2 ชั่วโมงต่อวัน

และยังมีตัวแปรอีกหลายประการที่ทำร้ายสายตาของเรา

 เช่น ชนิดของจอคอมพิวเตอร์ แสงสะท้อนจากจอคอมพิวเตอร์ ความสว่างของห้อง ท่านั่ง ฯลฯ

 

<  จอภาพคอมพิวเตอร์แผ่รังสีได้หรือไม่   >

จอภาพคอมพิวเตอร์สามารถแผ่รังสีได้เช่นเดียวกับอุปกรณ์ไฟฟ้าทั่วไป

ในรูปของคลื่นแม่เหล็กและคลื่นไฟฟ้า ได้แก่ ไฟฟ้าสถิต  คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่ความถี่ต่ำ

(extremely low frequency หรือ ELF)

 และคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่มีความถี่ต่ำมาก (very low frequency, VLF)

นอกจากนี้แล้ว ยังมีรังสีไมโครเวฟ รังสีเหนือม่วง ซึ่งอาจจะมีอันตรายต่อสุขภาพ

เช่น การมองจอภาพที่มีแสงจ้า หรือ แสงสะท้อนเป็นระยะเวลานาน

อาจจะทำให้เกิดปัญหาอาการปวดตา สายตาล้า อาการปวดศีรษะ

ซึ่งเกิดมาจากการบีบของกล้ามเนื้อตา

< วิธีการถนอมสายตาเมื่อต้องใช้คอมพิวเตอร์ >

 

 1.  ควรเลือกจอภาพที่มีการกระจายรังสีต่ำ

วิธีทดสอบง่ายๆ ทำได้โดยลองปิดสวิตช์จอภาพ แล้วเอามือหรือแขนไปจ่อไว้ใกล้ๆ

จอภาพให้มากที่สุด จอภาพที่มีการกระจายรังสีต่ำจะแทบไม่รู้สึกถึงไฟฟ้าสถิตตามขนที่ผิว

2.  ปรับแสงและความคมชัดของหน้าจอคอมพิวเตอร์ให้รู้สึกสบายตา

รวมทั้งความสว่างภายในที่ทำงาน ลดแสงสะท้อนรบกวน

เช่น ปิดไฟดวงที่สะท้อนจ้าลงบนจอคอมพิวเตอร์

หากทำงานกับคอมพิวเตอร์ในสภาพแวดล้อมที่มีแสงจ้าและจอภาพมีความสว่างมาก

ก็จะยิ่งส่งผลเสียต่อดวงตาได้ง่ายและรวดเร็ว จะรู้สึกว่ามีอาการปวดร้าวดวงตาเร็ว

และแสบตาอย่างรุนแรง

3.ตำแหน่งของจอภาพควรห่างจากดวงตาประมาณ 18-24 นิ้ว

หรือประมาณช่วงแขนเอื้อม และปรับให้ต่ำกว่าระดับสายตาประมาณ 15-20 องศา

 หากระยะห่างระหว่างตากับจอภาพไม่สัมพันธ์กัน

จะทำให้เกิดอาการเมื่อยล้าและปวดตาได้ง่าย

4.การใช้แผ่นกรองรังสีติดไว้ที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ แม้ว่าจะช่วยลดการกระจายรังสี

จากจอคอมพิวเตอร์ได้บ้าง ไม่ได้บ้าง แล้วแต่คุณภาพของสินค้า

แต่อย่างน้อยๆ ก็ช่วยลดแสงจ้าจากจอคอมพิวเตอร์ลงได้

5.ทำความสะอาดหน้าจอคอมพิวเตอร์อยู่เสมอ เพราะฝุ่นจะทำให้เกิดการสะท้อนมากขึ้น

6.การหยุดพักหรือเปลี่ยนตารางเวลาการทำงานใหม่ จะช่วยให้สายตาคลายความเมื่อยล้า

จากการจ้องเพ่งคอมพิวเตอร์ได้ The National Institute of Occupational Safety and Health (NIOSH) แนะนำให้หยุดพักสายตาครั้งละ 15 นาทีทุกๆ 2 ชั่วโมง

ผู้เชี่ยวชาญบางคนก็แนะนำว่าควรจะหยุดพักบ่อยๆ โดยแต่ละครั้งใช้เวลาเพียงเล็กน้อย

 เช่น พักสายตาทุก 30 นาที โดยหลับตาหรือมองไปไกลๆ สัก 5-10 นาที

 แล้วจึงเริ่มทำงานต่อไป ก็จะช่วยถนอมสายตาได้

7.  อาจใช้ผ้าชุบน้ำหมาดๆ วางไว้บนเปลือกตา และหลับตาสัก 2-3 นาที หรือจะให้ดีกว่านั้นก็คือ ปิดไฟ นอนพักสักครู่

8.สำหรับผู้ที่ใส่คอนแท็กเลนส์ อาจจะเกิดอาการตาแห้งเพราะขาดน้ำหล่อเลี้ยง เพราะห้องที่มีคอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่ ก็มักจะมีเครื่องปรับอากาศอยู่ด้วย เมื่อบวกกับความร้อนจากเครื่องคอมพิวเตอร์ จะทำให้อากาศแห้ง การหยอดน้ำตาเทียมจะช่วยได้

9. ควรกะพริบตาให้บ่อยครั้งกว่าปกติ เพื่อให้มีน้ำหล่อเลี้ยงดวงตาอยู่เสมอ ภายใน 10 วินาที ลองพยายามกะพริบตาสัก 1-2 ครั้ง จะช่วยลดความอ่อนล้าของสายตาได้มาก

10. เลือกใช้ตัวอักษรขนาดใหญ่ เวลาพิมพ์งาน ควรเลือกใช้ขนาดของตัวอักษรที่ใหญ่พอ

และปรับความเข้มของตัวอักษรให้มากขึ้น ซึ่งขนาดตัวอักษรและความเข้มที่เหมาะสม

จะสังเกตได้จากการที่เราอ่านตัวอักษรได้ในระยะห่างเป็น 3 เท่าของระยะที่นั่งทำงาน

 หรือเลือกใช้จอคอมพิวเตอร์ชนิด LCD (จอแบน)

ซึ่งจะช่วยถนอมสายตาได้ดีกว่าจอแบบเก่า (CRT)
 
11. เลือกใช้แว่นที่เหมาะสมกับการใช้คอมพิวเตอร์ ควรเลือกใช้เลนส์สีเขียวอ่อน

ที่ช่วยให้สบายตาภายใต้แสงจากหลอดไฟฟ้าฟลูออเรสเซนต์

และเพื่อลดแสงสะท้อนจากจอภาพ

โดยเลือกแว่นตาที่มีกำลังขยายสำหรับระยะ 50 - 70 ซ.ม. (ระยะกลาง) ซึ่งค่ากำลังของเลนส์

ดังกล่าวจะแตกต่างจากเลนส์อ่านหนังสือ หรือเลนส์มองใกล้ทั่วไป

12. ผู้ที่ใส่คอนแท็กเลนส์ และมีอายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไป ซึ่งใช้คอมพิวเตอร์เป็นประจำ

 ควรตรวจเช็คสุขภาพตาบ้าง

                                                          

 นอกจากนี้ การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ทิ้งเรื่องเครียดๆ ไว้ที่ทำงาน

ก็จะช่วยให้ร่างกายสดชื่น หายเหนื่อยเมื่อยล้า พร้อมสู้งานในวันถัดไปได้ 

ขอให้พี่ ๆ เพื่อน ๆ  น้อง ๆ  ทุกท่าน   มีสุขภาพที่แข็งแรง   สายตายาวไกล...

สร้างสรรค์บันทึกดี ๆ  กันต่อไปนะคะ

                                                    

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค