น้ำไหลบ่ามาแล้วก็ไป คนน่านใช้ชีวิตใกล้น้ำจึงชินกับสภาพน้ำเอ่อล้นตลิ่งสองสามวันก็ลด

วันนี้ (14 ส.ค.47) น้ำไหลบ่าเข้าน่านอีกแล้ว หลังจากที่ฝนตกหนักทั่วภาคเหนือติดต่อกันหลายวัน

คนน่านใช้ชีวิตใกล้น้ำจึงชินกับสภาพน้ำเอ่อล้นตลิ่งสองสามวันก็ลด ไม่ได้ขังเป็นสัปดาห์จนเน่าเหม็นอย่างที่คนกทมเคยประสบ

ถ้าน้ำล้นตลิ่งที่ อ.ท่าวังผา 26 กม. ทางทิศเหนือของ อ.เมือง 4-6 ชั่วโมงต่อมา มวลของน้ำจะเริ่มบ่าเข้า อ.เมือง พื้นที่ซึ่งเคยท่วมก็ท่วมทุกปี เป็นอันรู้กันว่าต้องช่วยกันขนของหนีน้ำ

ใครมีญาติก็บอกญาติ ใครมีเพื่อนก็บอกเพื่อน ไปช่วยยกของขึ้นชั้นสองของบ้าน

ชั้นล่างเจ้าของก็วางแผนไว้ดีครับ คือ ติดตั้งปลัก็ไฟฟ้าสูงจากพื้น 1 เมตร และมีเบรกเกอร์ชั้นล่างแยกออกมาต่างหาก

ที่เป็นอุปสรรคคือเรื่องส้วมที่ขับถ่าย ต้องไปอาศัยบ้านญาตฺวึ่งน้ำท่วมไม่ถึง

น้ำเอ่อสองสามวันก็ลดลง ทิ้งดินโคลนไว้นองพื้น เจ้าของบ้านก็ระดมพี่น้องและเพื่อนมาล้างพื้นชั้นล่าง

เจอแบบนี้ปีละ 2-3 ครั้ง ไม่เห็นเขาบ่นเดือดร้อน น้ำท่วมกับเป็นการระดมน้ำใจและรวมญาติ

การล้างพื้นก็ทำให้พื้นชั้นล่างสะอาดขึ้น

ผมเคลเห็นบางบ้านแขวนเรือไว้ใต้ถุนบ้าง เจ้าของบอกว่าถ้าน้ำมาล๔กหลานจะได้นั่งเรือไปถึงถนนที่ดอน ไม่ต้องลุยน้ำไปโรงเรียน อย่างนี้น่าจะจัดเป็น KM ได้นะครับ

ที่แน่ๆ คนน่านไม่ได้เรียกร้องให้สร้างเขื่อน เพราะรู้ดีว่าเขื่อนป้องกันน้ำท่วมมิได้

ชาตรี เจริญศิริ 14 ส.ค.48