ดิฉันยังจำได้ดี เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2548 ณ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ที่ซึ่งสมาชิกเครือข่ายจัดการความรู้ 5 มหาวิทยาลัย อันประกอบด้วย ม.มหิดล  ม.สงขลา ม.ขอนแก่น ม.มหาสารคาม ม.นเรศวร และ สคส. นัดมาเสวนาร่วมกันเป็นครั้งแรก หลังจากลงนามตกลงร่วมมือกันจัดการความรู้ระหว่างมหาวิทยาลัยเมื่อเดือนธันวาคม 47  ณ บ้านผู้หว่าน จ.นครปฐม

เช้าวันนั้น อาจารย์วิบูลย์ (รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยฯ) หัวหน้าทีม มน. กระหืดหระหอบหิ้วโน๊ตบุ๊ค และง่วนกับการครุ่นคิดการนำเสนอความคืบหน้าการดำเนินงานด้านจัดการความรู้ของ มน. โดยบอกว่า ไม่มีเวลาเตรียมไว้ล่วงหน้าเลย งานยุ่งมาก ก่อนเข้าประชุมเพียงไม่กี่นาที ก็บอกให้คุณตูน (คุณเจนจิต ผอ.หน่วยประกัน มน.) ที่ไปด้วย พิมพ์ใส่ Power Point ให้หน่อย

แม้จะเชื่อฝีมือ ดิฉันก็ยังอดคลางแคลงใจไม่ได้ว่า จะไหวหรือนี่ ?

แต่แล้ว สิ่งที่ดิฉันไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น การนำเสนอของ อ.วิบูลย์ ในวันนั้น ภายใต้ power point ที่ไม่สวยงาม แถมยังมีคำผิดมากมาย แต่เนื้อหาที่นำเสนอ เป็นสิ่งที่ดิฉันขอใช้คำว่า นวัตกรรมทางปัญญา ทีเดียวเจียว บางท่านอ่านแล้วอาจเข้าใจว่า ดิฉันกำลังยกยอปอปั้นคนกันเอง รึปล่าว ไม่เป็นไรดอกค่ะ จะว่าอย่างนั้นก็ได้ แต่ขอให้ท่านใช้ดุลยพินิจในการพิจารณาจากภาพโมเดล เรื่อง ความรู้ ที่ดิฉันนำมาจาก slide ของ อ.วิบูลย์ มาให้ท่านชม

ถ้าเป็นไปได้ ดิฉันอยากให้ อ.วิบูลย์ เล่าให้ท่านฟัง เพราะดิฉันไม่สามารถอธิบายได้ดีเท่า ได้แต่นำภาพมาเสนอให้เห็นว่า นี่คือสุดยอดของความคิดรวบยอด ของความเชื่อมโยงระหว่าง ที่มาของความรู้ 3 สิ่ง กระบวนการ 3 ทางในการสร้างความรู้ และผลของความรู้ที่ได้จากกระบวนการทั้ง 3 ช่วยสร้างวัฒนธรรมองค์กรได้อย่างไร  ดังนี้ 

เป็นเพราะดิฉันไม่ค่อยจะมีความคิดเป็นของตนเอง จึงต้องเที่ยวเก็บของดีๆ จากท่านผู้รู้ ผู้ปฏิบัติจริงมาฝากอีกต่อหนึ่ง ซึ่งโดยมากเป็นกัลยาณมิตรที่ดิฉันไม่ต้องกังวลใจว่าท่านจะหวงความรู้