คนใดทำร้ายคนที่ปกป้องคุ้มครองตน คนนั้นย่อมประสบอันตรายร้ายแรงเสมอ

           วันนี้มีนักเรียนหญิงม.ต้น  ชื่อเล่น "หนูหน่อย" มาหาที่บ้านค่ะ  มาขอให้ครูแป๋มเล่านิทานให้ฟัง  แกชอบฟังนิทานที่ครูแป๋มเล่า  แต่...ก่อนที่จะจากกัน...ครูแป๋ม..ขอ..ขอให้หนูหน่อยเล่านิทานให้ครูแป๋มฟัง ...  เธอเลือกเรื่องที่เธอเคยประทับใจจากคติเตือนใจที่ครูแป๋มมักจะมีให้ช่วงท้ายชั่วโมงสอนเสมอๆ  ลองฟังเธอเล่าสิคะ....
 
           อดีตกาลนานมาแล้วพรานป่าคนหนึ่งตั้งบ้านเรือนอยู่เชิงเขา พรานป่าจะออกจากบ้านเข้าป่าล่าเนื้อ นำไปขายที่ตลาดในเมือง ซึ่งอยู่ไม่ไกลนักทุกวัน เช้าวันหนึ่งพรานป่าออกจากบ้านเชิงเขาเดินมุ่งหน้าเข้าป่าล่าเนื้อ  แม่เนื้อออกจากชายป่า ที่เที่ยวกินหญ้าอ่อนในทุ่งกว้างชายป่า  ครั้นเห็นพรานป่าเดินมาแต่ไกล  แม่เนื้อตกใจกลัวมาก......ละล้าละลัง.......พะวักพะวน  ไม่รู้จะวิ่งหลบภัยจากนายพรานป่า  ณ ที่ใดดี  ในที่สุดแม่เนื้อตัดสินใจ  เสี่ยงบุญเสี่ยงกรรม วิ่งไปซุกซ่อนตัวในพุ่มไม้ใหญ่ พุ่มไม้นั้นมีเถาวัลย์ปกคลุมหนาแน่น คนภายนอกมองอะไรในพุ่มไม้ไม่เห็น พรานป่าเดินมาถึงจุดที่เห็นแม่เนื้อที่กินหญ้าอยู่ครั้นไม่เห็นแม่เนื้อ เข้าใจว่าแม่เนื้อหลบหนีไปแล้ว ก็เดินผ่านพุ่มไม้นั้นไป ฝ่ายแม่เนื้อเห็นนายพรานเดินผ่านพุ่มไม้ที่ตนหลบซ่อนอยู่  นึกแน่ใจว่าตนพ้นภัยแล้ว เลยถือโอกาสเล็มใบอ่อนของเถาวัลย์ กินใบอ่อนจนพุ่มไม้พุ่มนั้นโปร่งใส   นายพรานเป็นคนฉลาด ครั้นเดินเข้าป่าตามแม่เนื้อเข้าไปในระยะห่างไกลพอสมควร  เมื่อไม่พบแม่เนื้อในป่า เกิดความแน่ใจว่า แม่เนื้อซุกซ่อนตัวในพุ่มไม้ที่เถาวัลย์ปกคลุมหนาทึบจึงรีบเดินทางย้อนกลับมาที่เดิม พบแม่เนื้อกำลังกินใบอ่อนเถาวัลย์อย่างผาสุก  พรานป่ายกหน้าไม้ยิงแม่เนื้อถูกที่สำคัญ แม่เนื้อล้มลงกับพื้นดิน "นี่คือผลของการไม่รู้บุญคุณ"แม่เนื้อร้องตะโกนด่าตนเองก่อนจะสิ้นใจ

                "หลบซ่อนพ้นภัยอยู่แล้วในพุ่มไม้ที่เถาวัลย์ปกคลุมหนาทึบ   กลับกินใบอ่อนเถาวัลย์ จนนายพรานมองเห็น สาสมแล้วกับความไม่รู้บุญคุณของเจ้า"

คติ : "คนใดทำร้ายคนที่ปกป้องคุ้มครองตน     คนนั้นย่อมประสบอันตรายร้ายแรงเสมอ  คนอกตัญญูย่อมเดินทางไปสู่ความหายนะ                                                                                                    

ที่มา:บทความ จาก ธรรมะจักร.คอม