เด็กๆหลายคนพอเอ่ยถึง " เรียงความก็พากันส่ายหน้าไม่ชอบเขียน แต่เขียนเพราะครูสั่ง และหลายคนจะบอกว่าเขียนได้นิดเดียว ไม่มีเรื่องที่จะเขียนแล้ว "  ความจริงอย่าว่าแต่เด็กๆเลย ผู้ใหญ่บางคนยังเขียนไม่ได้   " เรียงความกลายเป็นยาขมของหลายๆคน "  แต่ผู้เขียนมีหลักการที่อยากจะบอกและขอให้บอกต่อๆกันไปค่ะ     

      การเขียนเรียงความเริ่มจาก

             ๑.  การกำหนดหัวข้อเรื่อง

             ๒.  ศึกษาข้อมูล

             ๓.  แยกประเด็นของเรื่อง ( หัวข้อย่อย )

             ๔.  นำหัวข้อย่อยมาเขียนรายละเอียด

             ๕.  เรียบเรียงเนื้อเรื่อง

       ตัวอย่าง

              หัวข้อเรื่อง    เรื่อง วันวิสาขบูชา

              ศึกษาข้อมูล   จากแหล่งข้อมูลความรู้ต่างๆ  หนังสือ  อินเตอร์เน็ต  ฯลฯ 

             แยกประเด็นของเรื่อง ( หัวข้อย่อย )  

                       -   ประวัติความเป็นมา

                      -    ความสำคัญของวันวิสาขบูชา

                      -    กิจกรรมในวันนี้

                      -   เชิญชวนให้อนุรักษ์วัฒนธรรมไทย

                                        ฯลฯ

              นำหัวข้อย่อยมาเขียนรายละเอียด    หัวข้อย่อยแต่ละหัวข้อสามารถเขียนอธิบาย

ได้มากๆจากการค้นคว้าข้อมูลที่สำคัญเราต้องศึกษาข้อมูลให้มากยิ่งมีข้อมูลมากยิ่งทำให้สามารถ

เขียนได้ความยาวมากโดยไม่เขียนวกวน เพราะได้แยกประเด็นแล้ว จะทำให้ไม่หลงประเด็น

              การเรียบเรียงเนื้อเรื่อง  เมื่อเราเขียนรายละเอียดของหัวข้อย่อยแล้ว ให้อ่านเรียบเรียง

เนื้อเรื่องเพื่อจะได้เนื้อหาครบไม่วกวน ตรวจแก้ไขการสะกดคำ การใช้ภาษาด้วยค่ะ คำที่ไม่มั่นใจ

ให้เปิดพจนานุกรม  เพียงเท่านี้ เด็กๆก็จะเขียนเรียงความได้อย่างสนุกสนานไม่ใช่ยาขมอีกต่อไป

             รูปแบบการเขียนเรียงความ   เด็กๆอย่าลืมรูปแบบการเขียนเรียงความนะคะ  คือ

                คำนำ    เนื้อเรื่อง   สรุป

 

                คำนำ   มีย่อหน้าเดียว   ย่อหน้าแรกจะต้องเขียนคำนำก่อน อย่าพึ่งกงวลว่าจะเขียน

ไม่ได้  คำนำก็คือการเกริ่นเรื่องแบบกว้างๆก่อน  เช่น  หัวข้อวันวิสาขบูชา   คำนำอาจจะเขียนว่า

                   " ยุคปัจจุบันนี้สังคมเปลี่ยนไปคนส่วนใหญ่มีภารกิจชีวิตประจำวันที่ต้องทำงาน  แข่งขันทำมาหากินกัน การเข้าวัดทำบุญเหมือนสมัยก่อนไม่ค่อยมีแล้วเศรษฐกิจทุกวันนี้ไม่ดีต้องรีบเร่งกันทำงานหาเงิน ทำให้การเข้าวัดฟังธรรม น้อยมาก จึงทำให้สังคมที่เจริญเติบโตทางด้านวัตถุ แต่ทางด้านจิตใจกลับเสื่อมลง คนเห็นแก้ตัวมากขึ้น การเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เมตตากรุณาน้อยลงหรือไม่มีเลย ทำร้ายกัน ไม่ให้อภัยกัน แข่งขันชิงดีชิงเด่นกัน จึงอยากให้ทุกคนหันหน้าเข้าวัดฟังธรรมกันบ้างโดยเพฉาะในวันสำคัญๆทางพระพุทธศาสนา เช่น วันวิสาขบูชา เป็นต้น "

               เนื้อเรื่อง  ( รายละเอียดที่เขียนประเด็นหัวข้อย่อยทั้งหมด อาจมีหลายย่อหน้า )

              สรุป   เขียนย่อหน้าเดียว โดยเขียนข้อความที่ประทับใจ สรุป ให้ข้อคิด  คติ คำคม

บทกลอน ฯลฯ

 

                                                                   อาจารย์ลักษณา  สังฆมาศ

                                                             หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย

                                                               โรงเรียนปราโมชวิทยารามอินทรา