ชนคนตายไม่ติดคุกเสมอไป

ขับรถชนคนตายไม่ติดตะราง???

เรื่องนี้ไม่ได้สอนให้คนหัวหมอ แต่จะเป็นสิ่งที่ช่วยคนที่ขับรถดี แต่มีเหตุให้ต้องชนคนถึงตายโดยเหตุสุดวิสัย

เรื่องนี้เป็นเรื่องจริง เกิดขึ้นในสมัย ร.๖ สู้กันมาแล้วถึง ๓ ศาล ลองอ่านดู

วันเกิดเหตุ ๒ มกราคม ๒๔๖๘ เวลากลางวัน

สถานที่เกิดเหตุ ถนน เทพกษัตริย์ กรุงเทพฯ

คุณลิ่ม บุญชิต พร้อมด้วยลูกตัวกระเปี๊ยกอีกคนได้นั่งรถรับจ้างมุ่งหน้าจะไปทางทิศเหนือ มาตามถนนเทพกษัตริย์ พอถึงจุดเกิดเหตุซึ่งถนนมีความกว้าง ๔ เมตรและยังมีไหล่ถนนกว้างอีก ๒ เมตรทางหน้าร้านของนายกาว ฝั่งตะวันตกของถนนใกล้ๆ กับโรงเรียนอีก ๒-๓ แห่ง

คุณลิ่ม บุญชิด ได้ตะโกนบอกคนขับรถรับจ้างว่า

"เฮ้ย หยุดก่อน ฉันจะลงไปเอาตะกร้า"

พี่สิวคนขับรถของเราเลยจอดรถเข้าที่ขอบถนนหน้าร้านของนายกาว คุณลิ่มก็ลงเดินอ้อมไปทางท้ายรถเพื่อไปซื้อตะกร้าที่ร้านของนายเตียว ซึ่งอยู่ทางฝั่งตะวันออกของถนน ตรงข้ามกับฝั่งที่รถโดยสารคันนั้นจอดอยู่

ขณะนั้น นายเหลียง อาตัก จำเลยได้ขับรถสวนมาทางทิศเหนือ พอรถกำลังจะสวนกับรถโดยสารที่นายสิวจอดอยู่ นายเหลียง จำเลย ได้บีบแตรขอทางซะจนแก้วหูแทบแตก

"แป๊รนนน แปร๊นนน แปร๊นนน"

แล้วก็ชะลอความเร็วรถให้ช้าลง

พอคุณลิ่มเดินพ้นท้ายรถโดยสารไปได้เพียงเล็กน้อย รถของนายเหลียงก็เสยเข้าร่างของคุณลิ่มเข้าเต็มเปา

"ตูมมมมม"

เสียดังยังกับภูเขาไฟระเบิด ล้อรถได้ไหลแล่นทับ ครูดเอาร่างของคุณลิ่มไปอีก ๑๕ เมตร ๗๕ เซนติเมตร ร่างของคุณลิ่มจึงหลุดกระเด็นไป แต่รถของจำเลยก็ยังแล่นต่อไปอีกซัก ๓ เมตรเศษก็หยุด ผลปรากฏว่า คุณลิ่มมีแผล ๙ แห่งทั่วตัว และเช้าวันรุ่งขึ้น คุณลิ่ม บุญชิด ก็ลาโรงจากพวกเราไป

อัยการได้เป็นโจทก์ฟ้องนายเหลียงต่อศาลว่า นายหลียงขับรถโดบประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ตางกฏหมายลักษณะอาญา ม.๒๕๒ (ตรงกับประมวลกฏหมายอาญา ม.๒๙๑ ปัจจุบัน)

พี่เหลียงปฏิเสธ ต่อสู้ว่า

"เบรคไม่ทันครับท่าน เบรคไม่ทันจริงๆ"

ศาลชั้นต้นได้พิจารณาแล้วพิพากษาว่า

ฯลฯ เหตุที่จำเลยขับรถทับ นายลิ่ม บุญชิด ตายในครั้งนี้เกิดจาก "แอ๊กซิเด็น" โดยจำเลยไม่มีทางเลี่ยงหลบหรือป้องกันได้ "จำเลยไม่มีความปิด ให้ยกฟ้องโจทก์เสีย ฯ"

อัยการคนเดิมได้อุทธรณ์คดีนี้ต่อศาลอุทธรณ์เพื่อให้สงโทษจำเลยให้ได้ ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้วพิพากษาว่า

ฯลฯ จำเลยขับรถเร็วเกินสมควร ถือว่าจำเลยประมาท ให้จำคุก ๒ เดือน

นายเหลียง อาตัก จำเลย ได้ฏีกาขอให้ศาลฏีกายกฟ้อง

ศาลฎีกาได้พิจารณาแล้วพิพากษาว่า

ฯลฯ แม้ว่าจำเลยจะบีบแตนรถเป็นเสียงดังเพื่อให้สัญญาณก็ตาม แต่เสียงเครื่องยนต์ของรถโดยสารที่จอดอยู่โดยไม่ดับเครื่องอาจจะดังกลบเสียงแตรรถของจำเลย ศาลจึงเห็นว่า นายลิ่ม บุญชิด อาจจไม่ได้ยินเสียงแตรรถของจำเลยก็ได้ ซึ่งไม่ใช่ความผิดของจำเลยแต่ประการใด

ปัญหาต่อไปมีว่า จำเลยชับรถเร็วเกินไปหรือไม่นั้น นายสิว คนขับรถที่นาบลิ่ม บุญชิด นั่งมาด้วยนั้น เบิกความว่าที่เกิดเหตุเป็นที่ชุมชน

จำเลยขับรถชนนายลิ่มตรงกับที่รถของนายสิวจอดอยู่ โดยที่มีขนาดทางจำกัด เมื่อชนแล้วจำเลยยังขับรถต่อไปอีก ๑๕ เมตรเศษ เป็นการขับรถโดยประมาท ถ้าจำเลยขัรถให้ช้าลงกว่านี้อีกหน่อยก็คงจะไม่มีการชนเกิดขึ้นลยแม้จะเป็นการพลาดพลั้งโดยบังเอิญ แม้รถไปชนคนเข้าก็อาจหยุดได้ทันที ความนัยของศาลอุทธรณ์ดังนี้ ทำให้เข้าใจว่า รถของจำเลยจะต้อง เดินอย่างคลาน จึงจะเป็นอย่างที่ว่า คือพอชนคนเข้าก็สามารถหยุดได้ทันที ฯ

ณ ที่เกิดเหตุนั้น แม้ว่าถนนสายนั้นจะมีทางแยกและมีหมู่บ้านอยู่กันอย่าง "กะหรอมกะแหรม" บ้างก็ตาม แต่ก็เป็นถนนโล่งมองเห็นตลอดและไม่มีรถราสัญจรสับสนอะไร จำเลยขับรถมาด้วยความเร็ว ๒๐ ไมล์ และได้ลดความเร็วลงเหลือ ๑๕ ไมล์เมื่อึงจุดเกิดเหตุ และได้บีบแตรดังๆ เป็นการให้สัญญาณ เป็นการระมัดระวังตามสมควรแก่เหตุแล้ว

โดบังเอิญที่นายลิ่ม บุญชิด จะข้ามถนนจึงเดินอ้อมมาทางท้ายรถของนายสิว ซึ่งมองไม่เห็นรถของจำเลยเพราะรถของนายสิวบังอยู่ พอท่านลิ่มเดินพ้นท้ายรถของนายสิวจึงถูกรถของจำเลยชนและทับเข้าทันที ซึ่งนอกเหนือวิสัยของคนธรรมดา การขับรถช้าหรือเร็วนั้นควรเป็นไปตามกาละเทศะ การที่จะบังคับให้รถทุกคัน เดินอย่างคลาน อย่างที่ศาลอุทธรณ์ว่ามานี้ เห็นจะไม่บังควรนัก

ในกรณีนี้ หากนายลิ่ม บุญชิด ระมัดระวังเสียบ้าง มองซ้ายมองขวาสักหน่อย การชนครั้งนี้จะไม่เกิดขึ้นเลย ดังนั้น การที่จำเลยขับรถชนนายลิ่ม บุญชิดรั้งนี้

ศาลฎีกาเห็นว่า เป็นเพราะเหตุสุดวิสัย หาใช่ความประมาทไม่ ศาลอุทธรณ์ยกเหตุผลไม่พอที่จะคัดค้านคำพิพากษาศาลชั้นต้น จึงยกคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์เสียและให้ดำเนินกระบวนการตามศาลเดิม คือเท่ากับว่าให้ยกฟ้องโจทก์ ปล่อยตัวจำเลยไป

หมายเหตุ จากเรื่องจริง (ฎ.๔๙๐/๒๔๖๙)

จากฎีกาข้างต้นนี้สรุปได้ว่า ผู้ที่ขับรถชนผู้อื่นจนถึงแก่ความตายนั้น หาใช่ผู้ผิดเสมอไปไม่ ถ้าผู้นั้นสามารถพิสูจน์ให้ศาลเชื่อได้ว่า ตนได้ใช้ความระมัดระวังในระดับที่วิญญูชนพึงกระทำในสถานการณ์เช่นนั้นแล้ว ผู้นั้นก็จะไม่มีความผิดฐานขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย

ข้อมูล หนังสือ กฏหมายสบายสบายสไตล์ชาวบ้าน โดย บุญร่วม เทียมจันทร์ อดีตอธิบดีกรมอัยการ อัยการอาวุโส